Showing posts with label Dreamstime. Show all posts
Showing posts with label Dreamstime. Show all posts

Monday, February 25, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 3)

ผ่านไปสองตอนแล้วน่ะครับ (ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) กับการส่งรูปไปขายที่เว็บ Dreamstime ผมคิดว่าเพื่อนๆศิลปินหลายท่านคงมีผลงานภาพถ่ายขึ้นใน Portfolio ที่เว็บ Dreamstime กันบ้างแล้ว และบางท่านคงอาจจะมียอดดาวน์โหลดมาบ้างกันแล้ว แต่สำหรับท่านใดยังไม่มียอดเข้ามาก็เป็นกำลังใจให้สู้ๆน่ะครับ :)

สำหรับช่วงเดือนแห่งความรักนี้ ทางเว็บ Dreamstime ก็ได้มีการปรับหน้าตาเว็บใหม่ ผมเข้าเว็บไปแรกๆ ก็งงๆนิดหน่อย หาเมนูไม่เจอเอาเหมือนกัน แต่พอลองเล่นไปซักพัก เท่าที่ดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่การออกแบบ เมนูด้านบนใหม่ โดยเมนูสำหรับศิลปินอย่างเราๆที่ใชช้บ่อยคือ "Management area" ได้ถูกย้ายไปไว้ด้านบนสุด (ดังรูปที่ 1) และในส่วนอื่นๆ ก็ยังเหมือนเดิมน่ะครับ


รูปที่ 1 - เมนูแบบใหม่ของเว็บ Dreamstime

มาเข้าสู่ส่วนที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วเลยน่ะครับ เริ่มจากการกรอกข้อมูลภาษีของศิลปินกันก่อนเลย โดยไปตั้งต้นที่หน้า "Management area" แล้วหาไอคอนที่ชื่อว่า "Tax center" น่ะครับ


รูปที่ 2 - หน้า "Management area"

เมื่อคลิกเข้าไปที่ไอคอน "Tax center" แล้ว ก็จะเจอหน้า "Guidelines, Policies and Forms - Tax Treatment for Payments to Photographers" (ดังรูปที่ 3) ซึ่งจะให้เราเลือกก่อนว่าเราเองอยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีกลุ่มใด ดังนี้

Select the option that applies best in your case:
  - For individuals: I'm a US Citizen or US Resident Alien
  - For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien
  - For Companies: My Company is an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law
  - For Companies: My Company is NOT an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law


รูปที่ 3 - หน้า "Guidelines, Policies and Forms"

ซึ่งถ้าเป็นการขายภาพแบบส่วนตัว (ฉันทำของฉันคนเดียว) ไม่ได้ตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจขายภาพ และไม่ใช่พลเมืองของสหรัฐอเมริกา (แน่นอนหล่ะฉันเป็นพลเมืองสยาม) ก็ให้เลือกติ๊กที่ "For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien" แล้วเลื่อนหน้าเว็บลงด้านล่าง จะมีข้อความภาษาอังกฤษให้เราได้อ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จากนั้นก็จะมีลิงค์ให้คลิ๊กเพื่อเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูล "Click here to fill online W-8BEN Form" ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - หน้ากรอกแบบฟอร์มภาษี W-8BEN

แบบฟอร์ม "W-8BEN" หรือ "Certificate of Foreign Status of Beneficial Owner for United States Tax Withholding" คือแบบฟอร์มเพื่อการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของบุคคลที่อาศัยอยูนอกสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกมีดังนี้

Part I - Identification of Beneficial Owner

   1. Name of individual or organization that is the beneficial owner - คือกรอกชื่อเต็มของเรา

   2. Country of incorporation or organization - ประเทศที่เราอาศัย ซึ่งทางเว็บ Dreamstime ก็จะกำหนดให้อัตโนมัติให้แล้ว

   3. Type of beneficial owner: - ประเภทผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ในที่นี้เราเลือกเป็น Individual

   4. Permanent residence address - ที่อยู่อย่างเป็นหลักแหล่ง ซึ่งข้อมูลก็ถูกกรอกให้อัตโนมัติ โดยนำมาจากข้อมูลที่เราเคยกรอกไว้แล้วใน user profile

   5. Mailing address (if different from above) - ที่อยู่สำหรับส่งจดหมาย ปกติจะกรอกก็ต่อเมื่อที่อยู่เราไม่ตรงกับข้อ 4. แต่ที่เว็บ Dreamstime เค้าใส่ให้อัตโนมัติ เราก็เอาตามที่เค้ากรอกให้ไว้แล้ว แต่ถ้าท่านศิลปินต้องการให้เค้าส่งจดหมายไปอีกที่ก็แก้ไขได้น่ะครับ

  Note: ข้อ 6 - 8 ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part II - Claim of Tax Treaty Benefits (if applicable)

  9. I certify that (check all that apply)
     a. [/] The beneficial owner is a resident of [Thailand] within the meaning of the income tax treaty between the United States and that country. - ให้ติ๊กเลือกข้อ a. นี้แล้วกรอก Thailand ในช่องระบุประเทศที่เราอาศัยอยู่

     b. [/] If required, the U.S. taxpayer identification number is stated on line 6. - ปกติข้อนี้บางเว็บไมโครสต๊อกก็ไม่ต้องติ๊กน่ะ แต่เว็บ Dreamstime จะติ๊กมาให้อัตโนมัติ เราก็ยึดเอาตามนั้นครับ

   Note: ข้อ c. - e. ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part III - Notional Principal Contracts - ในส่วนนี้ปล่อยว่างไว้เลย

Part IV - Certification

   - Signature of beneficial owner (or individual authorized to sign for beneficial owner): - ช่องนี้เอาไว้ให้เราลงนามรับรอง โดยการพิมพ์ชื่อเต็มภาษาอังกฤษเราในช่องด้านล่างครับ

   - Security measure for Tax Forms: please upload a copy of your ID with photo (such as identity card, passport, driver's licence, etc). Note: this is NOT a photo of yourself. - ในส่วนนี้ก็ให้อัพโหลดรูป Passport โดยมีขนาดไม่เกิน 500KB และเป็นไฟล์ jpg หรือ pdf ก็ได้ครับ

เมื่อเช็คความถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม "SUBMIT" เพื่อส่งข้อมูลภาษีได้เลยครับ

แบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จะกรอกในลักษณะคล้ายๆกันหมดของทุกไมโครสต๊อกที่บริษัทอยู่ในอเมริกาน่ะครับ อาทิเช่น Shutterstock, Fotolia, Dreamstime, Depositphotos และ Veer ฯลฯ สำหรับเว็บไมโครสต๊อกนอกอเมริกาก็จะไม่มีให้กรอกข้อมูลภาษีนี้ครับ เช่น เว็บ 123RF ไม่มีให้กรอกภาษีเพราะเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในอ่องกง

สำหรับอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น (US withholding tax rate) สำหรับช่างภาพจากสยามประเทศแล้ว จะมีอัตราอยู่ที่ 5% ผมลองไปนั่งอ่านดู ก็ได้ความดังนี้ครับว่า ช่างภาพในแต่ละประเทศ(ที่ไม่ใช่อเมริกา)จะถูกหักในอัตราที่ไม่เท่ากันดังตารางด้านล่าง


รูปที่ 5 - List of countries and applicable withholding rates

อัตราสูงสุดที่อเมริกาจะหักภาษี ณ ที่จ่าย คือ 30% ก็มีช่างภาพอยู่หลายประเทศที่ไม่ต้องหักภาษีเลยก็มี (น่าอิจฉาจุงเบย) เช่น เยอรมัน, ฝรั่งเศษ, แคนาดา, ญี่ปุ่น ไรงี้ และมีอีกหลายประเทศที่โดนหักภาษีมากกว่าประเทศไทย เช่น จีน 10%, เกาหลี 10%, อินเดีย 15% เป็นต้น และเท่าที่ผมนั่งไล่ดูเอากลุ่มประเทศ AEC ของเราแล้ว ประเทศไทยถือว่าถูกหักภาษีต่ำสุดน่ะครับ

 - Thailand 5%
 - Indonesia 10%
 - Philippines 15%
 - Laos 30%
 - Myanmar 30%
 - Cambodia 30%
 - Vietnam 30%
 - Malaysia 30%
 - Singapore 30%
 - Brunei 30%

ทำให้ในกลุ่มประเทศสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ศิลปินหรือช่างภาพชาวไทยเรายังดูดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศครับผม ตัวอย่างเช่น มีช่างภาพสองคน คนนึงอยู่ในไทยอีกคนอยู่มาเลเซีย ต่างก็มีลูกค้าในอเมริกาซื้อรูปแล้วมีรายได้ (US Source) 100$ และมีลูกค้าที่อยู่นอกอเมริกาซื้อรูปไปอีก (Non US Source) 100$ รวมแล้วต่างคนก็มีรายได้ (Gross) 200$ พอจะถอนเงินออก คนไทยได้รับเงินจริง (Net) 195$ โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย (Total Withheld) ไปแค่ 5$ ส่วนช่างภาพมาเลเซียได้รับเงินจริง (Net) 170$ หักภาษี ณ ที่จ่ายไป (Total Withheld) 30$

(รู้สึกบล็อกผมดูเป็นวิชาการหน่อยก็บล็อกนี้แหละครับ 555+)

เรื่องเป็นวิชาการจบไปแล้ว มาเริ่มเรื่องปากท้องของศิลปินกันต่อเลยครับ ในหน้า "Management area" จะมีอีกไอคอนแห่งความหวังที่ชื่อว่า "My Earnings" ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูว่ายอดขายของเรามีรายได้เท่าไหร่แล้ว และรูปไหนบ้างที่ขายได้ และขายได้ในราคาเท่าไหร่ และถ้าในส่วนรายได้นี้สะสมยอดครบ 100$ เมื่อไหร่แล้วหละก็ ศิลปินจะสามารถขอถอนเงินออกได้ ผ่านไอคอนปากท้องที่ชื่อ "Request payment" ดังรูปที่ 6

รูปที่ 6 - หน้า Request paymnet

หน้า "Request payment" นี้จะสามารถกำหนดยอดเงินที่ต้องการถอนออกได้ แต่ขั้นต่ำที่ทางเว็บ Dreamstime จะจ่ายให้คือ 100$ ในภาพผมสะสมยอดได้ 119.53$ ผมก็ถอดหมดเกลี้ยงตามนั้นแบบไม่คิดมากเลย จากนั้นก็กดปุ่ม "Request payment" เลยครับ

รูปที่ 7 - หน้า Request paymnet verification

ก็จะเข้าสู่หน้า "Request payment verification" เพื่อให้เราเลือกรูปแบบการรับเงิน สำหรับผมแล้วส่งมอบเงินผ่าน PayPal เป็นช่องทางที่สะดวกสุดครับ ก็ติ๊กเลือก PayPal แล้วก็กรอกแอคเคาท์อีเมลของ PayPal ลงช่องกรอกทั้งสองช่อง แล้วกดปุ่ม "Request payment" ส่งเรื่องขอเบิกเงินทันที ^^

รูปที่ 8 - หน้า Request paymnet confirmation

รูปที่ 8 เป็นการแสดงข้อความว่าเว็บ Dreamstime รับเรื่องไว้แล้ว และทางเว็บขอเวลาดำเนินการประมาณ 7 วันทำการ แต่เอาเข้าจริงใช่เวลาแค่ 1-2 วันเองครับ (ส่งสัยเจ้าหน้าที่งานไม่ยุ่งมาก) เงินก็ถูกโอนเข้า PayPal เรียบร้อย

ผ่านไปแล้ว 2 เรื่องหลักคือภาษีและปากท้อง หลังจากนี้ก็เป็นการเก็บตกประเด็นที่เหลือกัน เท่าที่ผมเจอบ่อยก็มีที่ไอคอน "Comments" จะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้ใน Dreamstime ส่งข้อความเตือนว่ารูปบางรูปของผมมี Keywords ที่ไม่ถูกต้องหรือตั้ง Keywords ไม่ค่อยตรงกับภาพอะไรประมาณนั้น แน่นอนอ่านข้อความแล้วก็ต้องรีบไปแก้ไข Keywords ให้ถูกต้อง

ในการกลับไปแก้ไข Keywords ของภาพนั้น ทำได้โดยให้ไปที่ไอคอน "Online files" จากนั้นก็หารูปที่ต้องการแก้ไขข้อมูล พอเจอรูปแล้ว ด้านขวามือสุดของหน้าเว็บก็จะมีปุ่ม "Edit" ให้เรากดเข้าไป ก็จะเห็นว่าข้อมูลของรูปที่เราสามารถแก้ไขได้ก็จะมี Image name, Description, Keywords และ Rights management area เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วก็กดปุ่ม "Submit" เพื่อบันทึกข้อมูลนั้นไปใหม่

ทิ้งท้ายด้วยไอคอน "Statistics" จะสรุปสถิติทั้งหมดของเราให้ดูกันจะจะเลยครับ อย่าลืมลองแวะเข้าไปดูน่ะครับ :)

ผ่านไป 3 ตอนของการสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime แล้วน่ะครับ ผมหวังว่าคงพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ช่างภาพที่ต้องการแสวงหาโอกาสในการทำรายได้เล็กๆน้อยๆ ควบคู่ไปกับงานอดิเรกที่เรารัก และถ้าโอกาสมันดีขึ้น ก็จะได้เปลี่ยนงานอดิเรกนี้ไปเป็นงานประจำซ่ะเลย ^^

Monday, January 28, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 2)

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้เกริ่นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเว็บ Dreamstime และได้เริ่มแนะนำการสมัครเข้าใช้งานเว็บ รวมถึงการใส่ข้อมูลประจำตัวของศิลปินที่เว็บต้องการไปแล้ว มาถึงเวลาที่จะเริ่มอัพโหลดผลงานของเราใส่เว็บ การใส่ข้อมูลของภาพให้ครบถ้วน ก่อนส่งตรวจ การกรอกข้อมูลภาษี การถอนถอนเงินไป PayPal รวมถึงแนะนำส่วนอื่นๆของเว็บที่น่าสนใจครับ

รูปที่ 1 - หน้า Management Area

มาเริ่มกันที่หน้า "Management Area" เป็นหน้าเว็บหลักของเหล่าศิลปินทั้งหลายเลยครับ เราสามารถจัดการข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายรูปออนไลน์ผ่านหน้านี้ได้ทั้งหมด โดยจะเริ่มจากการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ Dreamstime กันก่อนเลย เพียงแต่ท่านศิลปินมีรูปภาพพร้อมส่งขายแล้วใช่มั้ยครับ? ถ้ายังก็รีบไปเตรียมก่อนเลยครับ แต่ถ้าเตรียมพร้อมตั้งแต่อ่านบล็อก การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF แล้วละก้อลุยกันเลย

มองหาไอคอนที่มีชื่อว่า "Upload Images" แล้วก็คลิกเข้าไปโฉบดูหน้าเว็บอัพโหลดไฟล์รูปกันก่อน (ดังรูปที่ 2)

รูปที่ 2 - หน้า Upload Images

ก่อนจะเริ่มอัพโหลดรูป ผมขออธิบายกฏกติกาเกี่ยวกับรูปภาพที่เราจะส่งขึ้นเว็บ Dreamstime ดังนี้ครับ
  •  ขนาดของรูปภาพจะต้องไม่ต่ำกว่า 3 Megapixels เช่นถ้าภาพถ่ายของคุณมีอัตราส่วน 3:2 ก็สามารถส่งไฟล์ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 2140x1426 pixels ตัวเลขนี้ผมประมาณการคร่าวๆให้เห็นภาพน่ะครับ แต่ถ้าท่านมีไฟล์ภาพขนาดใหญ่กว่านี้ก็จะยิ่งเป็นการดีครับ
  • รูปภาพจะต้องเป็นไฟล์ JPG และมีโปรไฟล์เป็น RGB เท่านั้น
  • ในครั้งแรกของการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ Dreamstime ทางเว็บจะกำหนดให้สามารถส่งรูปได้ 140 รูปต่อสัปดาห์ โดยจะอิงตามค่า "Approval Ratio" ที่ 100% หรืออัตราส่วนภาพที่ผ่านการพิจารณา และครั้งต่อไปถ้ารูปภาพของท่านผ่านการพิจารณาน้อยลง จะส่งผลให้โควต้าส่งรูปรายสัปดาห์จะลดลงด้วย เช่น ผมเองมี Approval ratio = 41.6% มีโควต้าส่งรูปได้เพียง 47 รูปต่อสัปดาห์ครับ

จากหน้า Upload images นี้ จะเห็นว่าได้มีแบ่งการอัพโหลดไว้ 3 ส่วนคือ อัพโหลดทีละไฟล์ (Upload single file) หรือจะอัพโหลดทีละหลายไฟล์ (Upload multiple files) และส่วนสุดท้ายเป็นการแนะนำให้อัพโหลดผ่าน FTP (Upload via FTP)

ถ้าท่านลองกดเข้าไปดูที่ "Upload via FTP" ในนั้นจะมีรายละเอียดในการกำหนดค่าสำหรับส่งไฟล์ผ่าน FTP นั้นคือ

   - FTP address: upload.dreamstime.com
   - Username (user ID): <ตัวเลขเฉพาะ ซึ่งคนละตัวกับ username เข้าระบบ> 
   - Password: <เป็นรหัสเดียวกันกับรหัสผ่านเข้าระบบ>

สำหรับผมที่ใช้บ่อยก็จะเป็น Upload multiple files ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าท่านศิลปินที่ต้องการใช้การอัพโหลดแบบหลายไฟล์นี้ จำเป็นต้องมีการติดตั้ง java เพิ่มเติม แต่ถ้าท่านไม่แน่ใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านติดตั้ง java ไว้หรือยัง ก็สังเกตุว่าถ้ามีปุ่มให้เพิ่มไฟล์ (ดูรูปที่ 2) ก็แสดงว่าผ่าน ทำงานต่อได้เลย แต่ถ้าท่านใดไม่มีในส่วนนี้ก็เข้าเว็บ www.java.com เพื่อติดตั้งเพิ่มเติมครับ

รูปที่ 3 - หน้าการเลือกรูป

เริ่มอัพโหลดรูปโดยกดปุ่ม "Add" ในส่วนของ Upload multiple files จะแสดงหน้าให้เลือกไฟล์รูป (ดังรูปที่ 3) และกดปุ่ม "Shift" ค้างไว้ แล้วก็คลิกเลือกรูปทีละหลายไฟล์ จากรูปผมจะอัพรูป 4 ไฟล์ครับ พอเลือกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม "Open"

ไฟล์รูปที่เราได้เลือกไว้ 4 รูป ก็จะไปแสดงในหน้า Upload images (ดังรูปที่ 4) จากนั้นก็เริ่มต้นการส่งรูปขึ้นเว็บ Dreamstime โดยการกดที่ปุ่ม "Upload" ซึ่งจะมีการยืนยันรหัสผ่านการอัพโหลดอีกครั้ง (ดังรูปที่ 5) เมื่อกรอกรหัสผ่านถูกต้องแล้ว ก็จะแสดงหน้าแสดงความคืบหน้าการอัพโหลด (ดังรูปที่ 6) หลังจากนี้ก็นั่งรออย่างเดียวครับ :)

รูปที่ 4 - แสดงรูปที่เลือกไว้แล้ว

รูปที่ 5 - หน้ากรอกรหัสผ่าน

รูปที่ 6 - แสดงความคืบหน้าการอัพโหลด

เมื่อการอัพโหลดเสร็จก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบ "Upload completed" เราก็แค่ตอบ "Ok" เพื่อจะไปใส่รายละเอียดของภาพต่อไป โดยไปยังหน้า Management Area (ดูรูปที่ 1) แล้วมองหาไอคอนที่มีชื่อว่า "Unfinished Files" ซึ่งภายในวงเล็บด้านล่างไอคอนนี้คือจำนวนรูปที่รอการใส่รายละเอียดภาพให้ครบถ้วน


รูปที่ 7 - หน้า Unfinished Files

พอคลิกเข้าไปในหัวข้อ Unfinished Files แล้ว (ดังรูปที่ 7) จะมีรายการรูปที่เราเพิ่งอัพโหลดเข้าไปแสดงอยู่ จากนั้นให้เริ่มใส่รายละเอียดข้อมูลของรูปภาพโดยกดไปที่ปุ่ม "COMMERCIAL RF" ของรูปที่ต้องการ แล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Image details" (ดังรูปที่ 8)

รูปที่ 8 - หน้า Image details
(คลิกที่รูปเพื่อดูรูปที่ขนาดใหญ่ขึ้น)

หน้า Image details นี้มีช่องที่เราต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนคือ Image name, Decription, Category และ Keywords สำหรับส่วนอื่นก็จะมีให้เลือกติ๊กกำหนดรูปแบบ license ที่เราต้องการขาย
  • Image name*: ใส่ชื่อของภาพ
  • Decription*: ใส่รายละเอียดของภาพ โดยต้องมีความยาว 5 คำขึ้นไป และที่สำคัญห้ามตั้ง Image name กับ Description เป็นชื่อเดียวกัน (มันช่างจุกจิกจริงๆ 55+)
  • Category*: มีให้เลือกได้ถึง 3 หมวดหมู่ ขั้นต่ำใส่หมวดหมู่เดียวก็ได้ครับ หรือใส่ครบทั้ง 3 ก็จะเป็นการดี
  • Keywords*: ใส่คำหลักหรือ keyword ของภาพ ขั้นต่ำ 10 คำ แต่ไม่เกิน 80 คำ
  • ให้ติ๊กเลือกหัวข้อ "By uploading this file I warrant that I read and agree with the terms and conditions of this website and I own all proprietary rights, including copyright." เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆของเว็บ
  • ในส่วน "Rights management area" เป็นการเลือกประเภท license ปกติผมก็จะเลือกดังภาพคือ "Web Usage" (นำไปใช้สำหรับเว็บ), "Print Usage" (นำไปใช้สำหรับพิมพ์), "Sell the rights" (Time Limited Exclusivity) อันหลังนี้ผมยังอ่านไม่ค่อยเข้าใจแต่ประมาณว่า นำไปใช้แบบพิเศษในช่วงเวลาหนึ่ง เดี๋ยวถ้ากระจ่างแล้วจะมาอธิบายเพิ่มครับ

สำหรับส่วนอื่นที่ผมไม่ได้กรอกหรือไม่ได้เลือกติ๊กก็มี
  • Comment for editor: อันนี้เอาไว้เขียนถึงผู้ตรวจรูปโดยเฉพาะ เผื่อเรามีอะไรจะอธิบายให้เค้าฟัง แต่ผมไม่มีแน่นอน 555+
  • "If this submission doesn't qualify for the commercial stock section, I agree to make it available within the free section (RF-LL license)." ---- ส่วนนี้คือถ้ารูปไม่ผ่านการตรวจก็จะอนุญาติให้เว็บเอารูปเราไปไว้ในส่วนแจกฟรี
  • "I upload this image exclusively on Dreamstime.com. I acknowledge and warrant that I have read and agree with the Exclusivity Terms and Conditions and that I am able to enter such agreement, that this image is not represented by another agency and that I will not sell it somewhere else under a Royalty Free license" --- ส่วนนี้ถ้าเลือกก็เป็นการยินยอมจะขายรูปภาพนั้นกับเว็บ Dreamstime เพียงที่เดียวเท่านั้น

เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมุลแล้วก็กดปุ่ม "Submit" ได้เลยครับ ถ้าติดปัญหาอะไรทางเว็บจะแจ้ง "Error" ตัวสีแดง ให้ทราบด้านบนสุดครับ

ถ้าผ่านแล้ว ทางเว็บจะไปดึงข้อมูลของรูปถัดไปมาให้เรากรอกต่อได้เลย ก็สามารถทำยาวๆ ไปจนเสร็จทุกรูป หรือถ้ายังไม่ต้องการกรอกอะไรก็กดที่ Management Area เพื่อไปที่หน้าหลักก็ได้ครับ

เมื่อรูปที่เรากรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะย้ายไปอยู่ในไอคอนที่ชื่อ "Pending files" เราสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลรูปได้ในส่วนนี้หรือลบรูปก็ได้ (ถ้าต้องการ) ที่นี่คงใช้เวลารอการตรวจประมาณ 7 วันครับ

รูปที่ผ่านการตรวจแล้วก็จะไปอยู่ในไอคอน "Online files" รูปไหนที่ไม่ผ่านก็จะไปอยู่ในไอคอน "Refused Files" ถ้าเข้าไปดูในไอคอนนี้จะแจ้งเหตุผลที่ไม่ผ่านให้ด้วย และรูปที่ไม่ผ่านนี้ทางเว็บจะทยอยลบออกอัตโนมัติ น่าจะ 1-2 เดือนมั้งถ้าผมจำไม่ผิด

รูปที่ 9 - หน้า Image earnings

ในหน้าหลัก Mangament Area นั้น (ดังรูปที่ 1) ก็ยังมีอีกไอคอนที่เราเหล่าศิลปินเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อคือไอคอน "My Earnings ($0.00)" ถ้ามีตัวเลขขยับก็เป็นปลื้มมากมาย แต่ถ้าไม่ขยับก็ต้องขยั่นสร้างสรรค์ผลงานต่อไป บนเส้นทางของศิลปินอย่างเราๆ 555+

เนื่องด้วยเวลาผมมีจำกัด ผมขอยกเนื้อหาในส่วนแนะนำ การกรอกข้อมูลภาษี การถอนถอนเงินไป PayPal ฯลฯ เอาไปไว้ในเนื้อหาตอนที่ 3 น่ะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เจอกันบล็อกหน้าครับ ^_^

Saturday, January 5, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 1)

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ มิตรรักแฟนบล็อกศิลปินช่างภาพทุกท่าน \\ (^_^) // เริ่มต้นปีใหม่ ผมก็เริ่มด้วย บล็อกใหม่ เรื่องใหม่ ตอนใหม่ ในการแนะนำการเป็นศิลปินขายผลงานผ่านสื่อออนไลน์ที่เว็บ Dreamstime

รูปที่ 1 - Dreamstime Logo

เว็บไมโครสต๊อก Dreamstime ก็ถือว่าเป็น Top 5 ของวงการขายภาพเลยครับ โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีรูปออนไลน์รอขายอยู่ 15 ล้านรูป มีศิลปินหรือช่างภาพอยู่ 140,000 คน (เยอะมว้ากก..) มีลูกค้าที่รอจะซื้อรูปอยู่ 5 ล้านคน (เยอะมว้ากกว่า 555+) ไม่แปลกเลยที่จะมีสถิติการเข้าใช้งานเว็บ 11 ล้านคน/เดือน เลยทีเดียวครับ

จากจำนวนลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลก เว็บจึงรองรับภาษาต่างๆ ได้ 12 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, โปรตุเกส, จีน, กรีก, โปแลนด์, รัสเซีย และสวีเดน ภายในเว็บได้แบ่งหมวดหมู่ของภาพออกเป็น 13 กลุ่มหลักดังนี้

1. Abstract (3.9 ล้านรูป)
2. Animals  (0.8 ล้านรูป)
3. Arts & Architecture (1.3 ล้านรูป)
4. Business (1.2 ล้านรูป)
5. Editorial (0.3 ล้านรูป)
6. Illustrations & Clipart (1.8 ล้านรูป)
7. Industries (3.0 ล้านรูป)
8. IT and Computer (0.1 ล้านรูป)
9. Nature (3.0 ล้านรูป)
10. Objects and Items (2.7 ล้านรูป)
11. People (3.0 ล้านรูป)
12. Technology (0.2 ล้านรูป)
13. Travel (1.2 ล้านรูป)

โดยผมได้สรุปจำนวนภาพที่อยู่ในหมวดหมู่เหล่านั้นไว้ด้านหลัง (รูปหนึ่งรูปสามารถกำหนดได้ 3 หมวดหมู่) จะเห็นว่าหมวดหมู่ Abstract ได้รับความนิยมมากจากมีช่างภาพหรือศิลปินที่สร้างสรรค์งานในแนวนามธรรม และหมวดหมู่ที่นิยมน้อยสุดคือ Technology และ Editorial ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์กันแบบง่ายๆเลยว่า "แนวไหนขายดี แนวนั้นก็ถูกทำออกมาเยอะ"

รูปที่ 2 - 5 รูปขายดีของแต่ละหมวดหมู่

แต่ผมยังไม่สรุปหรอกน่ะว่าแนว Abstract จะขายดีที่สุดเพราะมีรูปในหมวดหมู่นี้มากสุด เกือบ 4 ล้านรูป ผมเลยเข้าไปดู 5 อันดับแรกที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดของแต่ละหมวดหมู่ เอามาแสดงโดยเรียงตามหมวดหมู่ที่มีภาพมากสุดไปน้อยสุด ดังรูปที่ 2

ถ้าลองดูคร่าวๆ ก็จะเห็นว่าภาพไหนขายดี ก็จะมีอันดับดีมากในแต่ละหมวดหมู่ที่ช่างภาพได้ระบุไว้ (สูงสุด 3 หมวดหมู่) เช่น ภาพลูกสุนัขฟังเพลง (Grooving puppy) มียอดดาวน์โหลด 565 downloads และมียอดการดู 33,082 views เป็นภาพที่ถูกระบุไว้ 3 หมวดหมู่คือ Animals, Industries และ Objects and Items ส่วนอีกภาพที่ดูแล้วสุดๆ เลยครับ คือ ภาพจูบกลางชายหาด (Wedding kiss) มียอดดาวน์โหลด 1,041 downloads และมียอดการดู 98,635 views ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่มีสถิติที่ดีที่สุดของเว็บ Dreamstime เลยก็ว่าได้ครับ

พอเห็นภาพถ่ายที่ได้รับความนิยมขนาดนี้ ผมเลยลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพนี้ซ่ะหน่อย (หาข้อมูลเพื่อสร้างงานของผมเองด้วย 555+) โดยภาพ Wedding Kiss นี้เป็นผลงานของช่างภาพสุภาพสตรี ที่ใช้นามว่า "Kelliem" (ดูผลงานของเธอ) เธอมีภาพถ่ายใน portfolio เกือบ 500 ภาพ มียอดดาวน์โหลดรวม 7 พันกว่าดาวน์โหลด โดยเธอเริ่มขายรูปที่ Dreamstime ตั้งแต่ปี 2005 และได้เป็นสมาชิกแบบ Exclusive (ขายภาพที่เว็บนี้เว็บเดียว)

"I love to capture people the way they look...natural." - Kelliem กล่าว ผมดูผลงานของเธอโดยรวมก็เป็น ภาพบุคคลแนวไลฟ์สไตล์และธรรมชาติ สำหรับอุปกรณ์ประจำกายของเธอคือ "Canon 40D Telephoto 75-300, 17-85m Canon 5D Mark2 Lens 10-22m, 50mm 1.4. 85mm 1.8" ก็ถือว่าใช้อุปกรณ์ไม่เทพมาก แต่มุมมองการสร้างสรรค์ดูโดดเด่นจริงๆ ครับ (ผมดูแล้วแทบอยากหานางแบบนายแบบไปถ่ายภาพที่ทะเลซ่ะเดี๋ยวนี้เลย 555+)

รูปที่ 3 - หน้าแรกเว็บ Dreamstime

จากรูปหน้าแรกของเว็บ Dreamstime (รูปที่ 3) เราก็เกริ่นกันมาพอเป็นน้ำจิ้มแล้ว คราวนี้ก็เริ่มลุยกันเลยดีกว่า ศิลปินท่านใดยังไม่เป็นสมาชิกของเว็บ Dreamstime ก็กระแทกเมาส์ไปที่ลิงค์ "Sign up" ด้านบนของหน้าเว็บได้เลยครับ :)


รูปที่ 4 - หน้า Sign up

แล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Sign up" จะเห็นว่าการสมัครเข้าใช้งานก็ไม่ต้องกรอกอะไรมากมายครับ (ไอ้ที่กรอกเยอะรออยู่ด้านใน 555) สำหรับศิลปินท่านใดเคยสมัครที่เว็บอื่นมาก่อนแล้ว หรืออ่านในบล็อก "การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF" ก็จะเริ่มคุ้นเคยกับการกรอกข้อมูลบ้างแล้วใช่มั้ยครับ ก็มีรายละเอียดที่ต้องกรอกดังนี้ครับ

* กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ

1. Username

Username เป็นชื่อที่ใช้ Login เข้าเว็บ ยังเป็นชื่อใน URL ของ Portfolio ของเราที่เว็บ Dreamstime ด้วย เช่น ของผมตั้งเป็น Foto76 เลยมี URL เป็น http://www.dreamstime.com/Foto76_portfolio_pg1

ดังนั้นก็คิดชื่อเจ่งๆกันไว้เลย แต่บางชื่อที่คิดว่าดีเก๋กู๊ดแล้ว แต่อาจจะมีคนใช้ไปก่อนหน้าเราแล้ว ท่านศิลปินสามารถเช็คว่าใครใช้ชื่อนั้นไปหรือยังก็กดที่ลิงค์ "Check availability" ถ้ามีคนใช้ไปแล้ว ระบบก็จะแจ้งข้อความเตือนว่า "Username already exists. Please choose another" ผมลองพิมพ์ "aaaaaaaaaaaa" และลองเช็คดู ปรากฏว่าไม่ว่างแล้วซ่ะงั้น โอ้ววว.. แต่ถ้าว่างก็จะมีข้อความว่า "Username is available."

2. Password

รหัสผ่านสำหรับเข้าเว็บ Dreamstime ก็แน่นอนครับ ควรตั้งไว้ให้เดายากๆหน่อย ถามว่าตั้งอะไรดีให้ยากๆ ก็ลองดูข้อความด้านหลังช่องกรอกรหัสผ่าน ถ้ามีคำว่า "Too short" หรือ "Weak" ก็ยังเป็นรหัสที่ดูไม่ค่อยปลอดภัย แต่ถ้ามีข้อความ "Good" หรือ "Very Strong" ก็ถือว่ารหัสท่านแข็งมาก 555+

3. Email address

กรอกอีเมลเอาไว้รับข้อมูลข่าวสารกับทางเว็บ Dreamstime

4. Referral/promotional bonus code

เป็นรหัสอ้างอิง แต่เราไม่มีก็ไม่ต้องกรอกก็ได้ครับ

5. I agree to receive site announcement

ติ๊กเลือกเพื่อยอมรับการรับข่าวสารต่างๆจากเว็บ Dreamstime

6. Set Dreamstime as my homepage

ปล่อยว่างไว้ก็ได้ครับ แต่ถ้าอยากตั้งเว็บ Dreamstime ไว้เป็นเว็บแรกตอนเปิดเว็บบราวเซอร์ก็ติ๊กเลือกได้ครับ

7. I agree with the terms and conditions

ติ๊กเลือกเพื่อยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของเว็บ Dreamstime แน่นอนครับยังไงก็ต้องติ๊ก ถึงแม้จะไม่เคยคิดจะอ่าน Terms and conditions ก็ตาม 555+

8. Submit

เมื่อเช็คความถูกต้องต่างๆ แล้วก็กด "Submit" เพื่อลงทะเบียนได้เลยครับ

รูปที่ 5 - หน้าต้อนรับเข้าใช้งานเว็บ Dreamstime

ถ้าทุกอย่างผ่านฉลุย เราก็จะเข้ามเจอหน้าต้อนรับศิลปินน้องใหม่ (รูปที่ 5) ทางเว็บเค้าจะดีใจมาก ถึงกับขึ้นข้อความแสดงความยินดีเลยอ่ะ "Congratulations, you are the newest member of Dreamstime." ที่เค้ายินดีเพราะ ท่านอาจจะเป็นศิลปินที่สร้างผลงานดี รายได้ดี แล้วทางเว็บก็จะได้รวยๆไปกับท่านด้วย Win-Win ครับ ^^

ด้านล่างท่านจะเห็นข้อความ "If you are a contributor, upload images here." เพื่อเป็นการเรียกท่านว่า มาทางนี้... มาทางนี้... ถ้าท่านอยากเป็นศิลปิน ท่านก็อัพโหลดรูปเลยซิค่ะ แต่ผมยังไม่ไปตามคำเรียกนั้น จะพาท่านศิลปินไปกรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน โดยกดที่ลิงค์ "Edit" ด้านขวาบนของหน้าเว็บครับ

รูปที่ 6 - หน้า Modify user profile

แล้วท่านศิลปินก็จะมาเจอหน้าแก้ไขข้อมูลส่วนตัว (ดังรูป 6) เข้ามาหน้านี้ครั้งแรกก็เป็นการมาใส่ข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วน ก่อนที่จะไปลุยกับการอัพโหลดรูปกันต่อไปครับ

สำหรับศิลปินที่มีประสบการณ์ในการกรอกแล้ว ก็จัดไปได้เลยน่ะครับ หลักๆ ก็บังคับกรอกข้อมูล First name, Last name, Email address, City, Address, Zip code และ Phone ส่วนท่านที่ยังไม่คุ้นเคย มีรายละเอียดดังนี้ครับ

(All written information submitted must be in English. All fields marked as * are mandatory) อย่าลืมน่ะจ๊ะกรอกเป็นภาษาอังกฤษน่ะตัวเธอ ^^

1. First name*

กรอกชื่อของศิลปิน (ไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อครับ)

2. Last Name*

กรอกนามสกุลของศิลปิน

3. Email address*

ที่อยู่อีเมลของเรา ซึ่งก็ขึ้นมาแสดงให้เลย เพราะเรากรอกไปตั้งแต่ขั้นตอนการ "Sign up" แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็แก้ไขได้ครับ

4. Web site

กรอกเว็บไซต์ของเรา (ถ้ามี) เอาไว้เผื่อลูกค้าชื่นชอบผลงานของเรามาก ก็จะตามไปดูข้อมูลในเว็บของเรา ก็เอาไว้อวดฝรั่งอ่ะครับ โน้นนี่นั่น ผมเองก็จัดเว็บบล็อกนี้กรอกไปครับ "http://foto76-stock-photos.blogspot.com"

5. Company

ชื่อบริษัท (ถ้ามี) กรณีถ้าเรามีสังกัดในการถ่ายภาพ แต่ศิลปินส่วนใหญ่รักอิสระน่ะผมว่า

6. City*

กรอกชื่ออำเภอ หรือชื่อเขต เอาตัวอย่างผมละกัน ผมมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ส่วนนี้ก็กรอก "Muang"

7. Address*

กรอกที่อยู่ ก็อีกแหละผมยกตัวอย่างของผมละกัน (ยกเว้นบ้านเลขที่ที่เป็นของปลอม) "000 Moo 1, Kokkian Subdistrict"

8. State

กรอกจังหวัด ส่วนนี้เมืองนอกคงไม่สำคัญมั้ง ไม่เห็นมีเครื่องหมายจำเป็นต้องกรอก แต่สำหรับเมืองไทย จำเป็นน่ะ ผมว่ากรอกเหอะ ผมกรอกเป็น "Narathiwat"

9. Zip code*

กรอกรหัสไปรษณีย์ 5 หลัก จัดไป "96000"

10. Phone*

กรอกเบอร์โทรศัพท์ ก็ตามรูปแบบสากลน่ะครับ เช่น เบอร์มือถือ "6681xxxxxxx" เบอร์บ้านในเขตกรุงเทพ "662xxxxxxx" หรือเบอร์ตามต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดนราธิวาสก็ "6673xxxxxx" หลักง่ายๆคือ เอาเลข 66 มาแทนเลข 0 ครับ

เบอร์สำหรับติดต่อนี้ ไม่ต้องห่วงน่ะครับ ว่าฝรั่งจะโทรมารบกวน สำหรับผมแล้วทำมาสองปีกว่าจะเข้าปีที่สามแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าฝรั่งจะโทรมากวนเลย ถ้ามีอะไรจะติดต่อเราจริงๆ ฝรั่งจะส่งเมลมาแทนครับ ^^

11. Your photo

เป็นส่วนใส่รูปประจำตัวของเรา ก็เอาไว้โชว์ฝรั่งนั่นแหละ เผื่อว่าก่อนจะซื้อรูปของเรา เค้าอยากเห็นหน้าช่างภาพซ่ะหน่อย 555+ โดยขนาดของรูปก็ไม่เล็กกว่า 180x220 pixels

12. Equipment details

เป็นส่วนที่ไว้ประกาศว่าอาวุธประจำกายเรามีอะไรบ้าง ก็กรอกพอไว้เป็นข้อมูลให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าภาพที่เค้าซื้อเราไป มาจากอุปกรณ์ไม่ธรรมดาน่ะ แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องกรอกก็ได้ครับ ^^

13. Favourite subjects

เป็นคำถามปลายเปิด ถามในวัตถุที่เราโปรด ท่านใดเก่งภาษาหน่อยก็จัดไปอย่าให้เสียชื่อคนไทยน่ะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นการอธิบายแนวการถ่ายภาพที่ถนัดครับ ถ้ายังไม่พร้อมกรอกก็ข้ามไปได้ครับ สำหรับผมก็จัดไปให้ให้เสียชื่อ "Travel, Nature, Closeup"

14. Bio / Artistic statement

เป็นส่วนของศิลปินไว้แถลงการณ์อะไรก็ได้ หัวข้อนี้เปิดกว้างครับ ผมเลยไม่กรอกซ่ะเลย

15. Do not show my name and location on the public website

เป็นหัวข้อให้เลือกว่าจะแสดงข้อมูล "ชื่อ" และ "ที่อยู่" (ข้อมูลอำเภอและประเทศ) ของเราในหน้า Profile ของเราใน Dreamstime หรือเปล่า ถ้าต้องการก็ไม่ต้องติ๊กเลือกไปครับ แต่ถ้าต้องการเป็นส่วนตัวหน่อยก็ติ๊กเลือกไปครับ

ข้อมูล Profile ใน Dreamstime ของผมคือ "http://www.dreamstime.com/foto76_info" หน้านี้จะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับศิลปินหลายอย่างครับ เอาไว้ค่อยอธิบายในคราวหน้าน่ะครับ

16. I agree to receive site announcements (no advertisements)

เป็นช่องให้ติ๊กเลือกว่าจะรับข่าวสารจากเว็บ Dreamstime หรือเปล่า โดยเค้าเน้นน่ะว่าไม่มีโฆษณาแน่นอน ก็ติ๊กเลือกรับไปจะดีกว่าครับ :)

17. Submit

ถ้ากรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม "Submit" เพื่อบันทึกข้อมูลได้เลยครับ จะสังเกตว่าจะมีข้อความเตือนอีกว่า "All written information submitted must be in English." ซึ่งผมคิดว่าคงมีศิลปินหลายท่านกรอกข้อมูลผิดเยอะมากแน่ๆ 555+

ถ้าการแก้ไขข้อมูลผ่านไปด้วยดีก็จะมีข้อความ "Operation completed successfully." แจ้งให้ทราบครับ

18. Change your password

สำหรับท่านที่้ต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านก็กดคลิก "Change your password" จะมีช่องขึ้นมาให้กรอกรหัสเก่า และให้ใส่รหัสใหม่สองครั้ง จากนั้นก็กดปุ่ม "Submit" เป็นอันเสร็จครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการใส่ข้อมูลส่วนตัวของท่านศิลปิน ถ้าท่านศิลปินต้องการดูหน้า Profile ของตัวเองว่าเป็นอย่างไรก็สามารถกดที่ลิงค์ "My profile" ตรงด้านบนสุดด้านขวาของหน้าเว็บครับ

แหมน่าเสียดายครับท่านผู้ชม หมดเวลาซ่ะงั้น เอาเป็นว่าไว้ค่อยมาเจอกันใหม่ในตอนหน้าน่ะครับ ก่อนจากลาผมทิ้งท้ายไว้กับหน้า "Management Area" ลองหาดูครับจะมีแถบสีเขียนให้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อเข้าไปที่หน้า Management Area นี้แล้ว ท่านศิลปินจะเห็นอะไรมากมาย ลายตาไปหมด มันเยอะจริงไรจริงครับ ผมเลยต้องยกยอดไปตอนหน้าไงครับ ^^

รูปที่ 7 - หน้า Management Area

ติดตามอ่านต่อ ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ได้เลยครับ :)

Monday, June 18, 2012

Summary of sell photos at Dreamstime

I make money by selling pictures online from Shutterstock, Fotolia and Dreamstime respectively.

This website doesn’t have to test the pictures. If you register in this website, you can send your pictures to inspector. My first time sent 20 pictures and I pass 17 pictures. I thought that it is very easy for last 2 years. But now I sent my 10 pictures which couldn’t pass 7-8. I think that I will change my picture styles. And I got only 40% of acceptance ratio which is very low.

At Dreamstime, I have 1,196 pictures and 444 downloads for 2 years. I got money for nearly 400$. You can see from Icon below:


Generally, this payment website is same as another Micro stock photography. There are subscription types and credit types. If photographers have subscription types, they will get money between 0.30$ and 0.35$. If photographers have credit types, they will get 0.24$ for 1 credit (extra small), 2.03$ for 7 credit (medium) and 8.0$ for 23 credit (TIFF).

If you got the price from downloads by using credit types, may be not the same price that I got it. I am approximately the picture price from my experience. I used to got the highest price at around 12.67$ for 50 credit (maximum) by Print Usage (P-EL) license.

And if your accumulate money is around 200$, you can withdraw money to PayPal and then transfer to Bank in Thailand. This method is very convenient.

I summarize my first three pictures as the following:


Plumeria flowers on the beach / 8 downloads

Winding Road / 6 downloads

Watermelon Seedling / 6 downloads

สรุปผลการขายภาพที่ Dreamstime

Dreamstime เป็นเว็บที่ทำรายได้ให้ผมเป็นลำดับที่ 3 รองจาก Shutterstock และ Fotolia

เว็บไมโครสต๊อกนี้ ไม่ต้องส่งรูปไปสอบ สามารถส่งรูปให้เจ้าหน้าที่ของเว็บพิจารณาได้เลย ในการส่งภาพไปชุดแรกของผม 20 ภาพ ผ่าน 17 ภาพ ตกไป 3 ภาพ ซึ่งถือว่าง่ายมากสำหรับ 2 ปีก่อน แต่ปัจจุบัน ส่ง 10 ภาพ ตก 7-8 ภาพ ก็ต้องคิดรูปแบบภาพที่จะส่งให้มากขึ้น ผมเองมีอัตราภาพผ่านการพิจารณา 40% ช่วงส่งภาพช่วงแรกภาพผ่านไม่ยาก แต่พักหลังเกณฑ์เริ่มเข้มงวดขึ้น (เป็นเกือบทุกไมโครสต๊อก) ทำให้ Acceptance ratio จึงน้อยลง

ที่ Dreamstime นี้ผมมีภาพออนไลน์อยู่ 1,196 ภาพ มียอดดาวน์โหลดรวม 444 downloads ทำเงินให้ผมเกือบ 400$ ใช้เวลาที่ขายอยู่สองปีครับ ดู Portfolio ได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ


รายได้จากเว็บนี้ก็แบ่งเหมือนเว็บไมโครสต๊อกทั่วไป มีทั้งดาวน์โหลดแบบ subscription และแบบซื้อเป็น credit ถ้าเป็นแบบ subscription รายได้ต่อโหลดอยู่ที่ประมาณ 0.30-0.35$ ส่วนการซื้อในแบบ credit รายได้จะยิ่งมากตามจำนวน credit ที่ลูกค้าซื้อรูป เช่น 1 credit (extrasmall) รายได้ 0.24$, 7 credit (medium) รายได้ 2.03$ และ 23 credit (TIFF) รายได้ 8.0$

ซึ่งจำนวนรายได้จากการดาวน์โหลดแบบ credit อาจไม่ตรงกับที่ผมได้เสมอไปน่ะครับ แค่เป็นยอดประมาณการ ผมเองเคยได้รายได้ต่อโหลดสูงสุด license แบบ Print Usage (P-EL) จำนวน 50 credit (maximum) เป็นเงิน 12.67$

และเมื่อสะสมรายได้ครบ 100$ เมื่อไหร่ ก็สามารถเบิกเงินออกได้ โดยโอนผ่าน PayPal แล้วโอนเข้าบัญชีธนาคารในไทยอีกต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสุดที่ผมใช้อยู่ครับ

ผมสรุปภาพที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรกของผมดังนี้

Plumeria flowers on the beach / 8 downloads

Winding Road / 6 downloads

Watermelon Seedling / 6 downloads

Tuesday, April 5, 2011

Top 3 downloads

ผมได้รวบรวมข้อมูลและจัดอันดับรูปภาพที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 6 เว็บไมโครสต๊อก ที่ผมได้ไปฝากขายรูปเอาไว้

มีจำนวนภาพเกินครึ่งของภาพที่แสดงอยู่นี้ เป็นภาพที่ผมถ่ายแบบไม่เน้นอะไรมาก ไปเที่ยวเล่นแล้วก็ถ่ายขำๆ เอามาอวดเพื่อนๆในที่ทำงาน แต่กลับมียอดดาวน์โหลดที่น่าประทับใจ แต่ภาพไหนที่ได้ลองตั้งใจถ่าย เซ็ตโคมไฟ เซ็ตฉากหลัง เซ็ตขาตั้งกล้องซ่ะดิบดี แต่กลับขายไม่ค่อยได้เลย มิหนำซ้ำยังไม่ผ่านการตรวจจาก Inspector ด้วยซ้ำ (เล่นเอาเซ็ง)

ตัวอย่างเช่น รูปเมล็ดกาแฟสดสีแดง ที่ครองยอดดาวน์โหลดอันดับหนึ่งอยู่ที่เว็บ Shutterstock (บางเว็บที่ส่งไปไม่ผ่านการตรวจจาก Inspector) ผมถ่ายไว้นานแล้วที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอนนั้นเพิ่งเริ่มถ่ายภาพ แทบตั้งกล้องถ่ายแบบ Auto เกือบหมด แต่ฟลุ๊คขายดีซ่ะงั้น ฮ่าๆๆๆ

ส่วนรูปอื่นที่ถ่ายขำๆ แต่บังเอิญขายได้ คือ รูปถนนโค้ง, รูปน้ำไหลในกระบอกไม้ไผ่, รูปโมเดลลูกโลก, รูปชายหาดทะเล, รูปกล้วยไม้, รูปเจดีย์ และรูปต้นแตงโม

ยอดดาวน์โหลดถ้าดูภาพรวมแล้วที่ Shutterstock น่าประทับใจสุดสำหรับแนวภาพที่ผมถนัด เช่น แนวธรรมชาติ วิวทั่วไป ดอกไม้ วัด พระพุทธรูป ฯ ส่วนที่อื่นๆ ยังมียอดดาวน์โหลดดูกระจุ๋มกระจิ๋มไปหน่อย สงสัยคงยังไม่เหมาะกับภาพแนวๆผม ซึ่งยังต้องหมั่นถ่ายให้หลากหลายแนวมากขึ้น เพื่อยอดขายที่ดีขึ้น... ซักวัน ฉันจะโต 555+

(1) Shutterstock.com


169 Downloads

142 Downloads


115 Downloads


(2) Fotolia.com


6 Downloads


6 Downloads


4 Downloads



(3) Dreamstime.com

4 Downloads

4 Downloads


4 Downloads


(4) 123rf.com

4 Downloads

2 Downloads

1 Download


(5) Graphicleftovers.com

1 Download

1 Download

1 Download


(6) Bigstockphoto.com

1 Download