Home   |   PayPal   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock   |   Statistics English Version   |   Mobile Version    

Saturday, January 5, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 1)

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ มิตรรักแฟนบล็อกศิลปินช่างภาพทุกท่าน \\ (^_^) // เริ่มต้นปีใหม่ ผมก็เริ่มด้วย บล็อกใหม่ เรื่องใหม่ ตอนใหม่ ในการแนะนำการเป็นศิลปินขายผลงานผ่านสื่อออนไลน์ที่เว็บ Dreamstime

รูปที่ 1 - Dreamstime Logo

เว็บไมโครสต๊อก Dreamstime ก็ถือว่าเป็น Top 5 ของวงการขายภาพเลยครับ โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีรูปออนไลน์รอขายอยู่ 15 ล้านรูป มีศิลปินหรือช่างภาพอยู่ 140,000 คน (เยอะมว้ากก..) มีลูกค้าที่รอจะซื้อรูปอยู่ 5 ล้านคน (เยอะมว้ากกว่า 555+) ไม่แปลกเลยที่จะมีสถิติการเข้าใช้งานเว็บ 11 ล้านคน/เดือน เลยทีเดียวครับ

จากจำนวนลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลก เว็บจึงรองรับภาษาต่างๆ ได้ 12 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, โปรตุเกส, จีน, กรีก, โปแลนด์, รัสเซีย และสวีเดน ภายในเว็บได้แบ่งหมวดหมู่ของภาพออกเป็น 13 กลุ่มหลักดังนี้

1. Abstract (3.9 ล้านรูป)
2. Animals  (0.8 ล้านรูป)
3. Arts & Architecture (1.3 ล้านรูป)
4. Business (1.2 ล้านรูป)
5. Editorial (0.3 ล้านรูป)
6. Illustrations & Clipart (1.8 ล้านรูป)
7. Industries (3.0 ล้านรูป)
8. IT and Computer (0.1 ล้านรูป)
9. Nature (3.0 ล้านรูป)
10. Objects and Items (2.7 ล้านรูป)
11. People (3.0 ล้านรูป)
12. Technology (0.2 ล้านรูป)
13. Travel (1.2 ล้านรูป)

โดยผมได้สรุปจำนวนภาพที่อยู่ในหมวดหมู่เหล่านั้นไว้ด้านหลัง (รูปหนึ่งรูปสามารถกำหนดได้ 3 หมวดหมู่) จะเห็นว่าหมวดหมู่ Abstract ได้รับความนิยมมากจากมีช่างภาพหรือศิลปินที่สร้างสรรค์งานในแนวนามธรรม และหมวดหมู่ที่นิยมน้อยสุดคือ Technology และ Editorial ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์กันแบบง่ายๆเลยว่า "แนวไหนขายดี แนวนั้นก็ถูกทำออกมาเยอะ"

รูปที่ 2 - 5 รูปขายดีของแต่ละหมวดหมู่

แต่ผมยังไม่สรุปหรอกน่ะว่าแนว Abstract จะขายดีที่สุดเพราะมีรูปในหมวดหมู่นี้มากสุด เกือบ 4 ล้านรูป ผมเลยเข้าไปดู 5 อันดับแรกที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดของแต่ละหมวดหมู่ เอามาแสดงโดยเรียงตามหมวดหมู่ที่มีภาพมากสุดไปน้อยสุด ดังรูปที่ 2

ถ้าลองดูคร่าวๆ ก็จะเห็นว่าภาพไหนขายดี ก็จะมีอันดับดีมากในแต่ละหมวดหมู่ที่ช่างภาพได้ระบุไว้ (สูงสุด 3 หมวดหมู่) เช่น ภาพลูกสุนัขฟังเพลง (Grooving puppy) มียอดดาวน์โหลด 565 downloads และมียอดการดู 33,082 views เป็นภาพที่ถูกระบุไว้ 3 หมวดหมู่คือ Animals, Industries และ Objects and Items ส่วนอีกภาพที่ดูแล้วสุดๆ เลยครับ คือ ภาพจูบกลางชายหาด (Wedding kiss) มียอดดาวน์โหลด 1,041 downloads และมียอดการดู 98,635 views ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่มีสถิติที่ดีที่สุดของเว็บ Dreamstime เลยก็ว่าได้ครับ

พอเห็นภาพถ่ายที่ได้รับความนิยมขนาดนี้ ผมเลยลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพนี้ซ่ะหน่อย (หาข้อมูลเพื่อสร้างงานของผมเองด้วย 555+) โดยภาพ Wedding Kiss นี้เป็นผลงานของช่างภาพสุภาพสตรี ที่ใช้นามว่า "Kelliem" (ดูผลงานของเธอ) เธอมีภาพถ่ายใน portfolio เกือบ 500 ภาพ มียอดดาวน์โหลดรวม 7 พันกว่าดาวน์โหลด โดยเธอเริ่มขายรูปที่ Dreamstime ตั้งแต่ปี 2005 และได้เป็นสมาชิกแบบ Exclusive (ขายภาพที่เว็บนี้เว็บเดียว)

"I love to capture people the way they look...natural." - Kelliem กล่าว ผมดูผลงานของเธอโดยรวมก็เป็น ภาพบุคคลแนวไลฟ์สไตล์และธรรมชาติ สำหรับอุปกรณ์ประจำกายของเธอคือ "Canon 40D Telephoto 75-300, 17-85m Canon 5D Mark2 Lens 10-22m, 50mm 1.4. 85mm 1.8" ก็ถือว่าใช้อุปกรณ์ไม่เทพมาก แต่มุมมองการสร้างสรรค์ดูโดดเด่นจริงๆ ครับ (ผมดูแล้วแทบอยากหานางแบบนายแบบไปถ่ายภาพที่ทะเลซ่ะเดี๋ยวนี้เลย 555+)

รูปที่ 3 - หน้าแรกเว็บ Dreamstime

จากรูปหน้าแรกของเว็บ Dreamstime (รูปที่ 3) เราก็เกริ่นกันมาพอเป็นน้ำจิ้มแล้ว คราวนี้ก็เริ่มลุยกันเลยดีกว่า ศิลปินท่านใดยังไม่เป็นสมาชิกของเว็บ Dreamstime ก็กระแทกเมาส์ไปที่ลิงค์ "Sign up" ด้านบนของหน้าเว็บได้เลยครับ :)


รูปที่ 4 - หน้า Sign up

แล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Sign up" จะเห็นว่าการสมัครเข้าใช้งานก็ไม่ต้องกรอกอะไรมากมายครับ (ไอ้ที่กรอกเยอะรออยู่ด้านใน 555) สำหรับศิลปินท่านใดเคยสมัครที่เว็บอื่นมาก่อนแล้ว หรืออ่านในบล็อก "การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF" ก็จะเริ่มคุ้นเคยกับการกรอกข้อมูลบ้างแล้วใช่มั้ยครับ ก็มีรายละเอียดที่ต้องกรอกดังนี้ครับ

* กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ

1. Username

Username เป็นชื่อที่ใช้ Login เข้าเว็บ ยังเป็นชื่อใน URL ของ Portfolio ของเราที่เว็บ Dreamstime ด้วย เช่น ของผมตั้งเป็น Foto76 เลยมี URL เป็น http://www.dreamstime.com/Foto76_portfolio_pg1

ดังนั้นก็คิดชื่อเจ่งๆกันไว้เลย แต่บางชื่อที่คิดว่าดีเก๋กู๊ดแล้ว แต่อาจจะมีคนใช้ไปก่อนหน้าเราแล้ว ท่านศิลปินสามารถเช็คว่าใครใช้ชื่อนั้นไปหรือยังก็กดที่ลิงค์ "Check availability" ถ้ามีคนใช้ไปแล้ว ระบบก็จะแจ้งข้อความเตือนว่า "Username already exists. Please choose another" ผมลองพิมพ์ "aaaaaaaaaaaa" และลองเช็คดู ปรากฏว่าไม่ว่างแล้วซ่ะงั้น โอ้ววว.. แต่ถ้าว่างก็จะมีข้อความว่า "Username is available."

2. Password

รหัสผ่านสำหรับเข้าเว็บ Dreamstime ก็แน่นอนครับ ควรตั้งไว้ให้เดายากๆหน่อย ถามว่าตั้งอะไรดีให้ยากๆ ก็ลองดูข้อความด้านหลังช่องกรอกรหัสผ่าน ถ้ามีคำว่า "Too short" หรือ "Weak" ก็ยังเป็นรหัสที่ดูไม่ค่อยปลอดภัย แต่ถ้ามีข้อความ "Good" หรือ "Very Strong" ก็ถือว่ารหัสท่านแข็งมาก 555+

3. Email address

กรอกอีเมลเอาไว้รับข้อมูลข่าวสารกับทางเว็บ Dreamstime

4. Referral/promotional bonus code

เป็นรหัสอ้างอิง แต่เราไม่มีก็ไม่ต้องกรอกก็ได้ครับ

5. I agree to receive site announcement

ติ๊กเลือกเพื่อยอมรับการรับข่าวสารต่างๆจากเว็บ Dreamstime

6. Set Dreamstime as my homepage

ปล่อยว่างไว้ก็ได้ครับ แต่ถ้าอยากตั้งเว็บ Dreamstime ไว้เป็นเว็บแรกตอนเปิดเว็บบราวเซอร์ก็ติ๊กเลือกได้ครับ

7. I agree with the terms and conditions

ติ๊กเลือกเพื่อยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของเว็บ Dreamstime แน่นอนครับยังไงก็ต้องติ๊ก ถึงแม้จะไม่เคยคิดจะอ่าน Terms and conditions ก็ตาม 555+

8. Submit

เมื่อเช็คความถูกต้องต่างๆ แล้วก็กด "Submit" เพื่อลงทะเบียนได้เลยครับ

รูปที่ 5 - หน้าต้อนรับเข้าใช้งานเว็บ Dreamstime

ถ้าทุกอย่างผ่านฉลุย เราก็จะเข้ามเจอหน้าต้อนรับศิลปินน้องใหม่ (รูปที่ 5) ทางเว็บเค้าจะดีใจมาก ถึงกับขึ้นข้อความแสดงความยินดีเลยอ่ะ "Congratulations, you are the newest member of Dreamstime." ที่เค้ายินดีเพราะ ท่านอาจจะเป็นศิลปินที่สร้างผลงานดี รายได้ดี แล้วทางเว็บก็จะได้รวยๆไปกับท่านด้วย Win-Win ครับ ^^

ด้านล่างท่านจะเห็นข้อความ "If you are a contributor, upload images here." เพื่อเป็นการเรียกท่านว่า มาทางนี้... มาทางนี้... ถ้าท่านอยากเป็นศิลปิน ท่านก็อัพโหลดรูปเลยซิค่ะ แต่ผมยังไม่ไปตามคำเรียกนั้น จะพาท่านศิลปินไปกรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน โดยกดที่ลิงค์ "Edit" ด้านขวาบนของหน้าเว็บครับ

รูปที่ 6 - หน้า Modify user profile

แล้วท่านศิลปินก็จะมาเจอหน้าแก้ไขข้อมูลส่วนตัว (ดังรูป 6) เข้ามาหน้านี้ครั้งแรกก็เป็นการมาใส่ข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วน ก่อนที่จะไปลุยกับการอัพโหลดรูปกันต่อไปครับ

สำหรับศิลปินที่มีประสบการณ์ในการกรอกแล้ว ก็จัดไปได้เลยน่ะครับ หลักๆ ก็บังคับกรอกข้อมูล First name, Last name, Email address, City, Address, Zip code และ Phone ส่วนท่านที่ยังไม่คุ้นเคย มีรายละเอียดดังนี้ครับ

(All written information submitted must be in English. All fields marked as * are mandatory) อย่าลืมน่ะจ๊ะกรอกเป็นภาษาอังกฤษน่ะตัวเธอ ^^

1. First name*

กรอกชื่อของศิลปิน (ไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อครับ)

2. Last Name*

กรอกนามสกุลของศิลปิน

3. Email address*

ที่อยู่อีเมลของเรา ซึ่งก็ขึ้นมาแสดงให้เลย เพราะเรากรอกไปตั้งแต่ขั้นตอนการ "Sign up" แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็แก้ไขได้ครับ

4. Web site

กรอกเว็บไซต์ของเรา (ถ้ามี) เอาไว้เผื่อลูกค้าชื่นชอบผลงานของเรามาก ก็จะตามไปดูข้อมูลในเว็บของเรา ก็เอาไว้อวดฝรั่งอ่ะครับ โน้นนี่นั่น ผมเองก็จัดเว็บบล็อกนี้กรอกไปครับ "http://foto76-stock-photos.blogspot.com"

5. Company

ชื่อบริษัท (ถ้ามี) กรณีถ้าเรามีสังกัดในการถ่ายภาพ แต่ศิลปินส่วนใหญ่รักอิสระน่ะผมว่า

6. City*

กรอกชื่ออำเภอ หรือชื่อเขต เอาตัวอย่างผมละกัน ผมมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ส่วนนี้ก็กรอก "Muang"

7. Address*

กรอกที่อยู่ ก็อีกแหละผมยกตัวอย่างของผมละกัน (ยกเว้นบ้านเลขที่ที่เป็นของปลอม) "000 Moo 1, Kokkian Subdistrict"

8. State

กรอกจังหวัด ส่วนนี้เมืองนอกคงไม่สำคัญมั้ง ไม่เห็นมีเครื่องหมายจำเป็นต้องกรอก แต่สำหรับเมืองไทย จำเป็นน่ะ ผมว่ากรอกเหอะ ผมกรอกเป็น "Narathiwat"

9. Zip code*

กรอกรหัสไปรษณีย์ 5 หลัก จัดไป "96000"

10. Phone*

กรอกเบอร์โทรศัพท์ ก็ตามรูปแบบสากลน่ะครับ เช่น เบอร์มือถือ "6681xxxxxxx" เบอร์บ้านในเขตกรุงเทพ "662xxxxxxx" หรือเบอร์ตามต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดนราธิวาสก็ "6673xxxxxx" หลักง่ายๆคือ เอาเลข 66 มาแทนเลข 0 ครับ

เบอร์สำหรับติดต่อนี้ ไม่ต้องห่วงน่ะครับ ว่าฝรั่งจะโทรมารบกวน สำหรับผมแล้วทำมาสองปีกว่าจะเข้าปีที่สามแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าฝรั่งจะโทรมากวนเลย ถ้ามีอะไรจะติดต่อเราจริงๆ ฝรั่งจะส่งเมลมาแทนครับ ^^

11. Your photo

เป็นส่วนใส่รูปประจำตัวของเรา ก็เอาไว้โชว์ฝรั่งนั่นแหละ เผื่อว่าก่อนจะซื้อรูปของเรา เค้าอยากเห็นหน้าช่างภาพซ่ะหน่อย 555+ โดยขนาดของรูปก็ไม่เล็กกว่า 180x220 pixels

12. Equipment details

เป็นส่วนที่ไว้ประกาศว่าอาวุธประจำกายเรามีอะไรบ้าง ก็กรอกพอไว้เป็นข้อมูลให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าภาพที่เค้าซื้อเราไป มาจากอุปกรณ์ไม่ธรรมดาน่ะ แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องกรอกก็ได้ครับ ^^

13. Favourite subjects

เป็นคำถามปลายเปิด ถามในวัตถุที่เราโปรด ท่านใดเก่งภาษาหน่อยก็จัดไปอย่าให้เสียชื่อคนไทยน่ะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นการอธิบายแนวการถ่ายภาพที่ถนัดครับ ถ้ายังไม่พร้อมกรอกก็ข้ามไปได้ครับ สำหรับผมก็จัดไปให้ให้เสียชื่อ "Travel, Nature, Closeup"

14. Bio / Artistic statement

เป็นส่วนของศิลปินไว้แถลงการณ์อะไรก็ได้ หัวข้อนี้เปิดกว้างครับ ผมเลยไม่กรอกซ่ะเลย

15. Do not show my name and location on the public website

เป็นหัวข้อให้เลือกว่าจะแสดงข้อมูล "ชื่อ" และ "ที่อยู่" (ข้อมูลอำเภอและประเทศ) ของเราในหน้า Profile ของเราใน Dreamstime หรือเปล่า ถ้าต้องการก็ไม่ต้องติ๊กเลือกไปครับ แต่ถ้าต้องการเป็นส่วนตัวหน่อยก็ติ๊กเลือกไปครับ

ข้อมูล Profile ใน Dreamstime ของผมคือ "http://www.dreamstime.com/foto76_info" หน้านี้จะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับศิลปินหลายอย่างครับ เอาไว้ค่อยอธิบายในคราวหน้าน่ะครับ

16. I agree to receive site announcements (no advertisements)

เป็นช่องให้ติ๊กเลือกว่าจะรับข่าวสารจากเว็บ Dreamstime หรือเปล่า โดยเค้าเน้นน่ะว่าไม่มีโฆษณาแน่นอน ก็ติ๊กเลือกรับไปจะดีกว่าครับ :)

17. Submit

ถ้ากรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม "Submit" เพื่อบันทึกข้อมูลได้เลยครับ จะสังเกตว่าจะมีข้อความเตือนอีกว่า "All written information submitted must be in English." ซึ่งผมคิดว่าคงมีศิลปินหลายท่านกรอกข้อมูลผิดเยอะมากแน่ๆ 555+

ถ้าการแก้ไขข้อมูลผ่านไปด้วยดีก็จะมีข้อความ "Operation completed successfully." แจ้งให้ทราบครับ

18. Change your password

สำหรับท่านที่้ต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านก็กดคลิก "Change your password" จะมีช่องขึ้นมาให้กรอกรหัสเก่า และให้ใส่รหัสใหม่สองครั้ง จากนั้นก็กดปุ่ม "Submit" เป็นอันเสร็จครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการใส่ข้อมูลส่วนตัวของท่านศิลปิน ถ้าท่านศิลปินต้องการดูหน้า Profile ของตัวเองว่าเป็นอย่างไรก็สามารถกดที่ลิงค์ "My profile" ตรงด้านบนสุดด้านขวาของหน้าเว็บครับ

แหมน่าเสียดายครับท่านผู้ชม หมดเวลาซ่ะงั้น เอาเป็นว่าไว้ค่อยมาเจอกันใหม่ในตอนหน้าน่ะครับ ก่อนจากลาผมทิ้งท้ายไว้กับหน้า "Management Area" ลองหาดูครับจะมีแถบสีเขียนให้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อเข้าไปที่หน้า Management Area นี้แล้ว ท่านศิลปินจะเห็นอะไรมากมาย ลายตาไปหมด มันเยอะจริงไรจริงครับ ผมเลยต้องยกยอดไปตอนหน้าไงครับ ^^

รูปที่ 7 - หน้า Management Area

ติดตามอ่านต่อ ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ได้เลยครับ :)

9 comments:

  1. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ มีประโยชน์ และละเอียดมากครับ

    จาก เด็กนราธิวาสคนนึง

    ReplyDelete
    Replies
    1. ด้วยความยินดีครับ... จากเด็กปลายด้ามขวานคนหนึ่ง 555+

      Delete
  2. ขอบคุณครับ ความรู้เพียบเลย เด็กหัดใหม่นะครับ ขอคาราวะ อิอิ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยินดีครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงาน :)

      Delete
  3. ขอบคุณมากๆครับ(ทำได้แล้ว)ขอเป็นกำลังใจให้ทำบล็อกดีๆที่มีประโยชน์แบบนี้ต่อไปนะครับ

    ReplyDelete
  4. สอยถามนะคะ คือเราเพิ่งเริ่มเล่นมีหลายจุดที่ยัง งงๆ งมๆ อยุ่ค่ะ ที่ไม่เข้าใจคือเราไม่มีรูปใน portfolio ทั้งที่มันผ่านออนไลน์แล้ว 5 รูป (เอ่อ คือเราภาษา eng ไม่ค่อยกระดิกเท่าไรค่ะต้องยอมรับก่อน) เราอาจกรอกรัยผิดพลาดไป รบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ของเราอันนี้ค่ะ http://www.dreamstime.com/nichacha_info

    ReplyDelete
    Replies
    1. เมื่อผ่านการอนุมัติหรือ approved แล้ว ส่วนใหญ่เกือบทุกเว็บรูปของเรายังจะไม่ online แสดงให้เห็นในทันที จะมีช่วงเวลาในการ process เราให้แสดงผลบนหน้าเว็บอยู่ช่วงหนึ่ง บางเว็บก็รอ 1-2 ชม บางเว็บก็ต้องรอ 1-2 วัน กว่ารูปจะแสดงให้เห็นใน portfolio ครับผม รอหน่อยๆ รับรองเห็นแน่ๆ :)

      Delete
  5. ผมละงม อยู่ ตั้งนานเลยครับ ขอบคุณมากคๆครับ จะลอง อัพภาพ ดูบ้าง คริ คริ

    ReplyDelete