Showing posts with label Shutterstock. Show all posts
Showing posts with label Shutterstock. Show all posts

Wednesday, May 30, 2018

สรุปผลขายภาพออนไลน์ครบ 8 ปี

ต้นฤดูฝนของเมืองกรุงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว หลังจากลาออกจากงานประจำมาได้ 3-4 เดือน ผมก็ได้เจอหนังสือ "แชะ!!... รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน"  ของ อ.สุระ นวลประดิษฐ์ ถือว่าเป็นหนังสือเปิดทางให้กับอาชีพใหม่ของผม

Designed by Senivpetro / Freepik
นับจากวันนั้นมาผมก็ทำงานส่งภาพขายมาเรื่อยๆ สลับกับไปทำงานด้านอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพในหลากหลายทาง ตั้งแต่เปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ตลาดนัดจตุจักร เป็นพนักงานขายอาหารสัตว์อยู่แถวซอยโชคชัย4 ฟรีแลนซ์รับงานออกแบบระบบ กลับบ้านเกิดไปกรีดยางอยู่ใต้ได้พักใหญ่สุดท้ายไม่เวิร์ค (ราคายางตกต่ำ) ก็ขึ้นมาทำอาชีพที่ถนัดที่สุดคือกลับมาเป็นนักวิเคราะห์ระบบอยู่กทม.
Designed by Asierromero / Freepik

บทเรียนการทำงานที่ผ่านมาสรุปได้ว่า ทุกอาชีพ ไม่มีอะไรที่ง่ายเลย ทุกงานต้องอาศัยความชำนาญ อดทน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ การยืนระยะอย่างต่อเนื่อง พัฒนาตัวเองเพื่ออยู่รอดให้ได้ และที่สำคัญ "คนเราล้มได้ และต้องลุกให้เร็ว" ^_^

การขายภาพออนไลน์ก็เช่นกัน ไม่ง่ายเลย 555+ ขนาดผมเองทำมา 8 ปีแล้ว ยังเรียกได้ว่าทำแบบประคับประคอง ไม่ดีมากไม่แย่ลง แต่ก็พอเป็นรายได้เสริมที่ดีครับ ผมถ่ายภาพส่งรูปขายอย่างจริงจังอยู่ 4-5 ปีแรก แล้วก็แผ่วลงเพราะเริ่มทำงานประจำ จากส่งรูปขายวันละเกือบร้อยรูป จนเหลือแค่เดือนละ 10-20 รูปเท่านั้น จนทำให้ยอดขายก็มีร่วงลงบ้าง (บางเว็บก็ยอดหายเกลี้ยง) จนครบรอบ 8 ปีนี้ พอจะเริ่มมีเวลาบ้าง จึงต้องหันมาทบทวนกลยุทธ์การทำอาชีพเสริมนี้อีกรอบ เบื้องต้นเริ่มจะโฟกัสเว็บที่ขายได้แน่ๆ และเลิกทำเว็บที่ขายไม่ค่อยได้ ผมสรุปยอดขายรวมของทุกเว็บตามตารางด้านล่างครับ

ตารางสรุปยอดรวมการขายภาพ 8 ปี
No. Stock Photos Online
files
Total
earnings
Note
1. Shutterstock 5,460 $26,800
2. Photodune (envato elements) 527* $4,192*เมื่อปีก่อนมีจำนวนรูป 5,000 กว่า แต่การรวมตัวกันของ PhotoDune กับ Envato Elements ทำให้รูปทีมีอยู่แล้วไปขัดกับนโยบายใหม่ จึงถูกลบออกคงเหลือแค่ 500 กว่ารูป
3. iStock by Getty Images 6,166 $3,477
4. Adobe Stock (fotolia) 4,220 $2,627
5. Dreamstime 4,304 $2,469
6. 123rf 5,848 $1,801
7. Depositphotos 6,132 $1,310
8. Bigstockphoto 5,021 $1,300
9. Canstockphoto 5,529 $527
10. Alamy 431 $375
11. Colourbox 6,670 $320
12. Pixtastock 6,540 $217
13. Pond5 5,652 $104
14. Freedigitalphotos 2,036 $1,809ยกเลิก เพราะยอดขายไม่มีเลยใน 2 ปีที่ผ่านมา
15. Glstock 3,846 $152ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
16. Yaymicro 3,554 $36ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
17. Stockfresh 1,504 $4ผมถูกยกเลิก account เพราะยอดขายต่ำเกินไป
18. Crestock 50 $4ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
19. Clashot 120 $3ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
20. Mostphotos 1,090 $3ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
21. Cutcaster 70 $0ยกเลิก เพราะขายได้น้อย
22. Veer 4,119 $261เว็บปิดตัวแล้วไปควบรวมกับเว็บ iStock
23. Pixmac 265 $1ถูกควบรวมเข้ากับเว็บ pond5
24. Photokore 2,151 $9เว็บปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2015
25. Freepik 0 $0ผมยังสอบไม่ผ่าน - -"
     T O T A L $47,800
หมายเหตุ: เว็บไซต์ลำดับที่ 14-24 ผมยกเลิกการขายรูปแล้ว

จากตารางสรุปรายได้รวมทั้งหมดครบทุกเว็บใน 8 ปีที่ผ่าน สามารถสรุปสัดส่วนรายได้ของเว็บไซต์ Microstock photography แต่ละแห่ง (ดังรูปที่ 1) ซึ่งเว็บ Shutterstock ถือว่ายังเป็นเว็บที่สามารถทำรายได้ดี อย่างต่อเนื่องคิดเป็น 56% จากรายได้รวมทั้งหมด ถัดมา Photodune หลังจากรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Envato ก็มียอดขายที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับ iStock และ Fotolia (เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Adobe Stock) ก็มาแรงพอๆกัน ด้วยพลังทางการตลาดของ Getty Images และ Adobe ส่งผลให้ทั้งสองเว็บนี้ ขายดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนครับ

สำหรับเว็บไซต์ Dreamstime, 123rf, Depositphotos, Bigstockphoto และ Canstockphoto ยอดขายก็มีมาเรื่อยๆ ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก สำหรับท่านที่ได้ลองส่งรูปขายแล้ว(อาจมีเวลาน้อยเพราะทำงานประจำไปด้วย)หรือท่านที่กำลังจะเริ่มลองส่งรูปขาย ผมแนะนำให้เน้นไปที่ 4 เว็บแรกครับ แบบเน้นๆ ตรงเป้ากันไปเลย 555+

รูปที่ 1 - สรุปสัดส่วนร้อยละของรายได้แต่ละไมโครสต็อกใน 8 ปี
ช่วง 3 ปีหลังมานี้ ผมไม่ค่อยได้ตามข่าววงการไมโครสต๊อกมากซักเท่าไหร่ พอมาเริ่มลองตามข่าวอีกทีก็ช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา วงการไมโครสต๊อกก็มีคลื่นลูกใหม่ที่น่าสนใจคือเว็บ Freepik แบบว่าพอมาเช็คดูข้อมูลแล้วเว็บนี้น่าสนใจมาก แนวโน้มความนิยมกำลังเริ่มจะแซงกลุ่มเว็บไมโครสต็อกชั้นนำอย่าง Shutterstock (Alexa rank: 301) ลองพิจารณาแนวโน้มจากรูปที่ 2

รูปที่ 2 - แนวโน้มความนิยมของเว็บไมโครสต็อกชั้นนำ 5 เว็บ (ข้อมูลจาก Google Trend)
ในช่วงแรกผมเองก็ไม่ค่อยสนใจเว็บ Freepik ซักเท่าไหร่ พี่ที่ทำสต๊อกด้วยกันก็แนะนำมาให้รีบส่งรูปสอบเพราะขายดี ผมก็ลองส่งรูปสอบไปแบบงั้นๆ สรุปคือสอบไม่ผ่าน 555+ ต้องรอเวลาส่งสอบใหม่อีกรอบ

ผมเลยลองมาวิเคราะห์ดููสถิติความนิยมของเว็บ Freedigitalphotos (Alexa rank: 100,272) ซึ่งหลักการคล้ายๆกับเว็บ Freepik (Alexa rank: 318) ก็สู้เว็บ Freepik ไม่ได้เลย พอไปดูสถิติของผมเองที่เคยส่งรูปขายไว้ที่เว็บ Freedigitalphotos กว่า 2 พันรูป มียอดโหลดฟรี(Free downloads) 36,065 ครั้ง มียอดขายได้(Sales) 442 ครั้ง (คิดเป็น 1.2% เทียบกับยอดโหลดฟรี) ประกอบกับในช่วง 2 ปีหลังผมไม่มียอดขายได้เลย จึงตัดสินใจปิดพอร์ทที่เว็บนี้ เพื่อที่ไปเริ่มใหม่กับเว็บ Freepik

รูปที่ 3 - แนวโน้มความนิยมของเว็บ Freepik เปรียบเทียบกับเว็บอื่นๆ (ข้อมูลจาก Google Trend)

ส่งท้ายบล็อกนี้ ผมไปค้นคว้าเพื่อหาแรงบันดาลในให้ตัวเองและเพื่อนๆ ที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพเสริมด้าน Microstock Photography นั้นคือรูปถ่ายของ Jonathan E. Oringer (ผู้ก่อตั้งและ CEO ของเว็บ Shutterstock) ที่เคยส่งขายออนไลน์ในเว็บไซต์ของเขาเองเมื่อปี 2003 (15ปีก่อน)

ภาพถ่ายธรรมดาๆ (ไม่ถึงกับขั้นเทพ) ก็ส่งขายได้นะครับพี่น้องคร้าบบบ… . . .

Image credit: Jon E Oringer/Shutterstock.com
Image credit: Jon E Oringer/Shutterstock.com
ปล.สามารถติดตามอ่านบล็อกสรุปสถิติรายได้ย้อนหลัง 2 ปี, 3 ปี, 4 ปี, 5 ปี <--คลิกอ่านได้เลยครับ

Friday, March 20, 2015

สมัคร Shuttterstock เว็บสต็อกโฟโต้แนวหน้าของโลก (Part 2)


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมกลับมาแล้ว... หลังจากไปซุ่มเตรียมข้อมูลสำหรับแนะนำการสมัครเว็บ Shutterstock อยู่พักใหญ่ ยานแม่ของวงการลำนี้ น่าเข้าไปสัมผัสมากครับ ผมเองได้เคยเขียนแนะนำเว็บ Shutterstock ในตอนแรกไว้เมื่อปลายปี 2013 (ติดตามอ่านตอนแรกได้ที่นี่) วันนี้ผมพร้อมเจาะลึกทุกขั้นตอนการสมัครเว็บ Shutterstock แบบละเอียดเลยครับพี่น้องคร้าบบ... เอาแบบเข้าไปประชิดยานแม่แล้วจะไม่มีหลงแน่นอน

รูปที่ 1 - เว็บ Shutterstock

ก่อนนำไปสู่ขั้นตอนการสมัครเป็นผู้ขายภาพในเว็บ Shutterstock แบบ step-by-step ท่านที่ต้องการสมัครต้องเตรียมสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้พร้อมก่อนครับ จะช่วยให้การสมัครลื่นปรื้ดๆ เลยทีเดียว ^^

  • I am 18 or older — ท่านต้องเป็นคนมีอายุพอสมควรนะครับ ต่ำกว่า 18 ปี ยังสมัครขายรูปไม่ได้ครับ
  • Passport — หนังสือเดินทางให้ถ่ายภาพหรือไม่ก็สแกนหน้าที่มีข้อมูลของเรา (ดูตัวอย่างดังรูปที่ 2) เก็บเป็นไฟล์ JPG (หรือ PDF, TIF ก็ได้) เอาไว้ก่อน ขนาดความละเอียดก็ไม่ต้องใหญ่มาก เอาพอให้เจ้าหน้าที่ของ Shutterstock อ่านรายละเอียดได้พอ (ของผมทำขนาดไป 1500x1000 pixels) แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าท่านยังไม่ได้ทำหนังสือเดินทางก็รีบไปทำเลยครับ จำเป็นมากๆ ดูขั้นตอนการทำ Passport ได้ที่นี่
  • บัญชี PayPal — ก็เปิดบัญชี PayPal ไว้ให้เรียบร้อยนะครับ และยืนยันตัวตนให้พร้อม กำ Email บัญชีของ PayPal ไว้ให้แน่น แล้วพอถึงขั้นตอนให้ใส่ข้อมูล PayPal เราก็พิมพ์ใส่อย่างตั้งใจ (อย่ากรอกผิดนะ เดี๋ยวเงินไม่มา 555) แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้ายังไม่ได้สมัคร PayPal ลองอ่านบล็อกของผมก่อนครับ
  • เตรียม 10 รูปสำหรับส่งสอบ — อย่างที่เคยบอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่า เว็บ Shuttersotck นี้ต้องมีการส่งรูปไปสอบ 10 รูป (ต้องสอบผ่าน 7 รูปขึ้นไป) ดังนั้นท่านควรเฟ้นหารูปผลงานที่ดีที่สุด Best and the best ของท่านเองมาให้ได้ 10 รูป ซึ่งเป็นรูปหลากหลายแนวหรือแนวเดียวกันก็ได้ โดยมีขนาดภาพไม่ต่ำกว่า 4 ล้านพิกเซล (2500x1667 pixels) หรือลองอ่านบล็อกการเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายของผมก่อนก็ได้ครับ
  • เตรียมตั้งชื่อรูปและ keywords — พอเลือกรูปได้แล้ว 10 รูป ก็ตั้งชื่อรูปภาษาอังกฤษ (captions) และเตรียม keywords รอไว้เลยครับทั้ง 10 รูป อาจจะไม่ต้องฝังใส่ในไฟล์ภาพก่อนก็ได้ แค่ทำเอาไว้เป็น Notepad ก่อนพอถึงขั้นตอนการให้ใส่ข้อมูลเหล่านี้จะได้ copy & paste ได้อย่างว่องไว หรือถ้าอยากลองทำแบบฝังข้อมูลลงในภาพ ติดตามอ่านบล็อกได้เลยที่นี่
  • ที่อยู่ภาษาอังกฤษ — เพื่อให้ขั้นตอนการสมัครได้อย่างไหลลื่น ควรเตรียมข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ภาษาอังกฤษเอาไว้ให้พร้อมครับ

รูปที่ 2 - ถ่ายรูปหรือสแกนหนังสือเดินทาง

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ตามคำแนะนำด้านบนที่ผ่านมา แสดงว่าท่านพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่ยานแม่ของ Shutterstock เอ้า! ลุยกันเลยดีกว่าครับ

ในการสมัครเว็บ Shutterstock จะมีอยู่ 2 ส่วนนะครับ ส่วนแรกคือสมัครเพื่อเป็นลูกค้าซื้อรูปเอาไปใช้งาน และอีกส่วนคือสมัครเพื่อเป็นผู้ขายรูป เพื่อเป็นผู้ขายรูป เข้าตามลิงค์นี้เลยครับ http://submit.shutterstock.com/?ref=591133 จะเข้าสู่หน้า "Shutterstock Contributor" ดังรูปที่ 3 หรือถ้าท่านอยู่ในหน้าแรกของเว็บ Shutterstock ให้เลื่อนลงมาด้านล่างสุดของหน้าเว็บ (ดังรูปที่ 4) จะเจอคำว่า Become a Contributor ก็คลิกลิงค์ก็จะเข้าสู่หน้า Shutterstock Contributor ได้เหมือนกันครับ

รูปที่ 3 - หน้า Shutterstock Contributor

รูปที่ 4 - ลิงค์ Become a Contributor ในหน้าแรก Shutterstock

เมื่อมาถึงหน้า Shutterstock Contributor แล้ว ก็เริ่มการสมัครขายภาพได้ที่ปุ่ม "Sign up now" ก็จะเข้าไปเจอหน้า "Create an Account" ดังรูปที่ 5 ก็ดำเนินการกรอกข้อมูลดังนี้

รูปที่ 5 - หน้า Create an Account

  • Full Name — ชื่อจริงของท่านภาษาอังกฤษ (ไม่ต้องกรอกคำนำหน้าชื่อ)
  • Display Name — ชื่อภาษาอังกฤษที่แสดงผลในเว็บ Shutterstock ที่ลูกค้าจะเห็นและจดจำเรา ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ใช้เหมือนชื่อจริงของท่านก็ได้ แต่ต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น ซึ่งทางเว็บจะเช็คให้แบบอัตโนมัติ ถ้าชื่อซ้ำก็จะแสดงข้อความสีแดง "That display name already exists. Please choose another." หรือจะตั้งชื่อให้สื่อไปกับแนวการถ่ายรูปของท่านก็ได้ ลูกค้าจะได้จำท่านได้ง่าย เช่น ท่านชอบถ่ายภาพนก ก็อาจจะตั้ง Display Name ว่า Birds_Lover (จะมี url เป็น http://www.shutterstock.com/g/birds_lover)
  • Email Address — กรอกอีเมลของท่านเพื่อใช้ติดต่อกับเว็บ Shutterstock ซึ่งเว็บจะส่งข้อมูลต่างๆให้บ่อยมาก ตั้งแต่การเริ่มลงทะเบียนที่กำลังทำอยู่นี้ บอกผลการตรวจรูป บอกสรุปยอดเงินในการโอนให้ท่าน เป็นต้น
  • Password — กรอกรหัสผ่าน ณ จุดๆนี้ ผมเน้นย้ำมาตลอด ตั้งรหัสให้ยากๆ เพราะถ้าท่านตั้งไว้ง่ายไป จะโดนระบบของ Shutterstock เตือนแบบหวังดีว่า "Use at least 8 characters, one uppercase letter, one lowercase letter, and one number in your password." :-)
  • I certify that I am 18 or older — ถ้าท่านอายุเกิน 18 ปี ก็กดเลือกเลยครับ
  • I agree to the Terms of Service. — ถ้าท่านอ่านเงื่อนไขการให้บริการของเว็บ Shutterstock แล้วก็กดยอมรับเลยครับ (สารภาพเลยผมเองก็ไม่ได้อ่าน hahaha)
  • Continue — ตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดแล้วก็จัดไป...

พอกดปุ่ม "Continue" ผ่านไปแล้วก็จะแสดงรูปที่ 6 หน้าแจ้งให้ทราบว่าทางเว็บ Shutterstock ได้ส่งอีเมลหนึ่งฉบับไปให้แล้ว (ถ้าไปเช็คเมลแล้วไม่มี ก็กดปุ่ม "Send E-mail" เพื่อให้ส่งใหม่อีกรอบ)

รูปที่ 6 - หน้า Please verify your e-mail address

รูปที่ 7 - อีเมลแรกจาก Shutterstock รอการ verify your email

เมื่อเช็คอีเมล ท่านจะเจอเมลชื่อ "Verify your email to become a Shutterstock contributor" ดังรูปที่ 7 พออ่านแล้วก็กดที่ลิงค์ "Please click here to verity your email" แล้วจะเด้งเข้าสู้หน้าเว็บใหม่ ดังรูปที่ 8 เพื่อแจ้งให้เราทราบว่าขั้นตอนยืนยันอีเมลสำเร็จแล้ว "Your e-mail was successfully verified." มาถึงหน้านี้สำหรับช่างภาพที่จะส่งขายภาพก็กดที่ปุ่ม "Images" ได้เลยครับ (สำหรับการส่ง Vectors / Illustrations และ Videos ผมขอข้ามไปก่อนนะครับ) ท่านก็จะเข้าสู่หน้าที่ 9 จะบอกรายละเอียดว่ารูปที่ใช้ส่งสอบนั้นควรเป็นอย่างไรบ้าง ง่ายเลยครับ เพราะเราเตรียม 10 รูปไว้พร้อมแล้ว กดปุ่ม "Upload Images" เข้าสู่ด่านถัดไป

รูปที่ 8 - หน้าแจ้งการยืนยันอีเมลสำเร็จแล้ว

รูปที่ 9 - หน้าเตรียมส่งรูปไปสอบ

ก็จะเข้าสู่หน้า "Upload Identification and Images" ดังรูปที่ 10 หน้านี้จะมีให้เราดำเนินการอยู่สองส่วน ในส่วนแรก "Upload Your ID" ให้อัพโหลดรูป Passport โดยกดที่ปุ่ม Browse(1) แล้วเลือกไฟล์ Passport รอสักครู่ก็จะมีข้อความบอกว่า "You have uploaded your ID." เป็นอันในส่วนแรกนี้เสร็จเรียบร้อยครับ

รูปที่ 10 - หน้า Upload Identification and Images

รูปที่ 11 - หน้า Upload Identification and Images ในส่วน Upload 10 Images

ถัดมาก็ไปส่วนที่สอง "Upload 10 Images" จะให้เราอัพโหลดรูปที่ดีที่สุดของท่านจำนวน 10 รูปส่งไปสอบ โดยกดที่ปุ่ม Browse(2) ท่านสามารถเลือกรูปทีเดียว 10 รูปได้เลย จากนั้นก็รอหน่อย รอให้รูปทั้งหมดแสดงในหน้าเว็บให้เรียบร้อย ดังรูปที่ 11

หมายเหตุ: ข้อมูลบางอย่างผมขอเบลอภาพ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของน้องผู้ใจดีท่านหนึ่ง ที่ให้ผมได้ capture ทุกขั้นตอนอย่างละเอียดในระหว่างการสมัครเว็บ Shutterstock หวังว่าผู้อ่านคงไม่รำคาญจนเกินไปนะครับ

รูปที่ 12 - หน้า Upload Identification and Images กรณีบางรูปมีปัญหา

แต่บางกรณี ดังรูปที่ 12 ผมเจอมาคืออัพโหลดไปแล้วบางรูปมีปัญหาและไม่มีปุ่ม Browse(2) ให้เลือกรูป ผมใช้วิธีกดปุ่ม "< Back" กลับไปขั้นตอนก่อนหน้านี้แล้วค่อยกดปุ่ม "Upload Images" กลับมาหน้านี้ใหม่ ซึ่งระบบจะให้อัพโหลดรูปใหม่อีกครั้ง ส่วน Passport จะไม่กระทบกับ Passport ที่เราได้อัพโหลดขึ้นไปแล้วครับ

เมื่อดำเนินการเสร็จทั้งสองส่วนแล้วก็กดปุ่ม "Continue" ได้เลยครับ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ไปจะหินมากครับ เตรียมรับมือกันไว้ให้ดีนะพี่น้อง 555+

เรามาเริ่มกันต่อเลย ขั้นตอนนี้ "Submit your Content" (รูปที่ 13) คือขั้นตอนการใส่รายละเอียดให้กับรูปทั้ง 10 รูป โดยจะต้องทยอยใส่ทีละรูป (แต่สามารถใส่ข้อมูลทีเดียวได้หลายรูป ผมขอยังไม่กล่าวถึง) หลักใหญ่ใจความแล้วสิ่งที่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลคือ ชื่อภาพ (Description/Title/Caption), คีย์เวิร์ด (Keywords) และ หมวดหมู่ (Category)

รูปที่ 13 - หน้า Submit your Content

  1. Description/Title/Caption — การตั้งชื่อภาพภาษาอังกฤษ ไม่ต้องยาวมาก สั้นๆ ได้ใจความ อย่างรูปแรกที่เบลอไว้เป็นดอกลีลาวดี ก็ตั้งชื่อว่า "Frangipani tropical flowers" เป็นต้น
  2. Keywords — ให้ใส่คำภาษาอังกฤษที่สื่อถึงภาพนั้นๆ อย่างน้อย 7 คำ เพื่อประโยชน์ในการค้นหาของลูกค้า เช่น ถ้าเราใส่คำว่า "flower, pink, frangipani, tropical, garden, nature, closeup, plant" เวลาลูกค้าค้นคำว่า "frangipani flower" ก็จะมาเจอรูปเราด้วย ส่วนจะแสดงผลหน้าไหนก็ขึ้นอยู่กับคะแนนความนิยม
  3. Category — จัดกลุ่มภาพว่าควรอยู่ในหมวดหมู่ใด เลือกอย่างน้อยหนึ่ง category แต่ถ้าระบุได้ทั้งสอง category ได้ก็ยิ่งดีครับ อย่างรูปดอกไม้นี้ก็จัดให้อยู่ในกลุ่ม "Nature" เป็นต้น
รูปที่ 14 - รายการทั้งหมดใน Category

สำหรับท่านใดที่ได้เตรียมข้อมูล Caption และ Keywords เอาไว้แล้วทั้ง 10 ภาพตามที่ผมแนะนำ พอมาถึงขั้นตอนนี้ (รูปที่ 13) ก็จะทำงานง่ายขึ้น แต่ถ้ายังไม่ได้เตรียมเอาไว้ ก็ลองตั้งชื่อภาษาอังกฤษง่ายๆให้ได้ก่อน ส่วน Keywords ผมมีแนะนำตัวช่วยในการตั้ง Keywords นั่นคือระบบ "Suggest Keywords" เดี๋ยวจะมากล่าวถึงอีกทีครับ

นอกจาก 3 หัวข้อข้างต้นที่ต้องใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนแล้ว ก็ยังมีตัวเลือกเพิ่มอีก 5 ตัวเลือก แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าภาพที่เราส่งสอบเป็นภาพแนวธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่ภาพโป้ ภาพคน ภาพอาคาร ภาพที่มีโลโก้สินค้า หรือภาพแนวคลิปอาร์ต เราก็ไม่ต้องใส่ข้อมูลในส่วนนี้ก็ได้ครับ แต่ถ้าใครเลี่ยงไม่ได้ก็มีรายละเอียดคร่าวๆดังนี้ครับ


รูปที่ 15 - ตัวเลือกอื่นๆ

  • Illust./Clip-Art: เลือก Yes ถ้าภาพนั้นมีลักษณะเป็นภาพลายเส้นหรือคลิปอาร์ต หรือเลือก No ถ้าไม่ใช่
  • Watermark: เลือก Center คือให้มีลายน้ำคำว่า Shutterstock อยู่ตรงกลางภาพ
  • Nudity/R-Rated: เลือก Yes ถ้าภาพเป็นแนวนู๊ดหรือภาพโป้ หรือเลือก No ถ้าไม่ใช่
  • Editorial: เลือก Yes ถ้าเป็นภาพข่าว, ภาพมีโลโก้สินค้า, ภาพกิจกรรมประเพณีต่างๆ หรือเลือก No ถ้าไม่ใช่
  • Releases: เป็นส่วนที่ต้องแนบเอกสาร Model release ถ้าในรูปถ่ายมีภาพคน หรือต้องแนบเอกสาร Property release ถ้าในรูปถ่ายมีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับ Releases ช่วงแรกของการส่งภาพสอบผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงก่อนดีกว่า 555+

เอาหล่ะ กลับมาตรง Keywords กันดีกว่า กรณีที่ท่านนึกไม่ออกว่ารูปของท่านควรจะตั้ง Keywords อะไรบ้าง ทาง Shutterstock เข้าใจถึงปัญหาตรงนี้ครับ เลยจัดระบบแนะนำ Keywords เอาไว้ให้ การใช้งานก็ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป มาลองใช้กันดูนะครับ

เริ่มจากคลิกลิงค์ "Suggest Keywords" อยู่ตรงด้านล่างของช่องกรอก Keywords  (รูปที่ 13) จะแสดงหน้าต่างสีดำและมีช่องค้นหา เราก็กรอกค้นหาชื่อภาพภาษาอังกฤษของรูปนั้นๆ เช่นดอกลีลาวดีภาพแรก "Frangipani tropical flowers" แล้วกดค้นที่ปุ่มสีแดง ดังรูป 16

รูปที่ 16 - ช่องค้นหา Keywords

จะได้ผลการค้นออกมาเป็นดอกลีลาวดีหลายหลายแบบ ให้เราดูว่ารูปไหนคล้ายกับรูปดอกไม้ของเรามากที่สุดก็คลิกบนรูปเลือกได้เลย รูปไหนที่เลือกแล้วจะมีเครื่องหมายติ๊กถูกอยู่บนรูปนั้น ในตัวอย่างรูปที่ 17 ได้เลือกรูปที่คล้ายกัน 3 รูป จากนั้นก็กดที่ปุ่ม "Get Keywords"

รูปที่ 17 - ผลการค้นหาของ "Frangipani tropical flowers"

หลังจากนั้นระบบก็จะประมวลผล Keywords ของรูปทั้ง 3 ที่เราได้เลือกไปออกมาให้ โดยคำที่นิยมใช้กันบ่อยสุดอยู่ด้านบนเป็นส่วนที่เราจะนำเอาไปใช้ ส่วนคำที่ไม่ค่อยนิยมใช้ก็อยู่ด้านล่าง ถ้าเราจะต้องการคำในช่องด้านล่างคำไหนก็กดที่เครื่องหมายบวก(+) หลังคำนั้นๆ ก็จะขึ้นไปแสดงในช่องด้านบน เช่นกันถ้าคำด้านบนที่เราไม่ต้องการก็กดที่เครื่องหมายลบ(-) หลังคำนั้นครับ

กรณีอยากจะเพิ่ม Keywords คำใหม่เข้าไป ก็สามารถพิมพ์เข้าไปตรงๆได้เลยในช่องด้านบนตรงคำว่า "Enter New Keywords" แล้วก็กด Enter ครับ (ดังรูปที่ 18) โดย Keywords ทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 50 คำ เมื่อเราพอใจคำที่ปรับแต่งแล้วก็กดปุ่ม "Add Keywords" ได้เลยครับ

รูปที่ 18 - แสดงผล Keywords แนะนำจากรูปที่เราเลือกไป

ในรูปที่ 19 จะเห็นว่า Keywords ทั้งหมดที่ได้จากระบบแนะนำ Keywords ก็จะถูกนำมาใส่ไว้ในช่อง Keywords ของรูปไม้เรียบร้อยครับ ในช่องนี้เรายังสามารถกรอกคำใหม่เข้าไปได้อีกครับ ก็พิมพ์คำใหม่เข้าไปแล้วกด Enter และถ้าต้องการลบบางคำออกก็กดที่เครื่องหมายกากบาท(x) หลังคำที่ไม่ต้องการได้เลยครับ

รูปที่ 19 - Keywords ทั้งหมดที่ได้จากระบบ Suggest Keywords

ใส่ข้อมูลสำเร็จไปหนึ่งรูปแล้วครับท่านผู้ชม แอบปาดเหงื่อนิดนึง (- -") แล้วไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อย จากนั้นก็มาลุยใส่ข้อมูลอีก 9 รูปที่เหลือครับ ไม่ยากเกินไปใช่มั้ยครับ

ระบบ Suggest Keywords มันจะช่วยเราได้เยอะ ถ้ารูปไหนที่เรานึกไม่ออกจริงๆว่าจะใช้คำอะไรบ้าง แต่ถ้าท่านใดพอตั้ง Keywords ได้เอง เอาซัก 10-20 คำต่อรูป เอาแบบคำที่ตรงๆ โดนๆ แค่นั้นก็พอแล้วครับ

รูปที่ 20 - การเตรียม Title & Keywords ของรูปที่จะส่งขาย

ผมแนะนำว่าให้ทำไฟล์ Notepad แล้วใส่ข้อมูลของภาพทั้ง Title และ Keywords เอาไว้เลย ทำครั้งเดียวพอมีรูปที่มีลักษณะคล้ายกับรูปที่เตรียมไว้ก็เอามาใช้ได้ทันที อาจปรับแต่งชื่อภาพหรือคำอีกนิดหน่อยก็ใช้ได้เลย พอมาถึงหน้าที่ต้องใส่ข้อมูลภาพก็ copy & paste สะดวกดีครับ หรือ จะฝังข้อมูลเหล่านี้ไว้ในภาพเลยก็จะดีมาก เพราะใส่ข้อมูลในภาพครั้งเดียว เราสามารถส่งภาพไปขายหลายๆเว็บโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาใส่ข้อมูลเหล่านี้ใหม่ทุกครั้ง (อ่านเพิ่มเติมที่นี่)

หลังจากเราใส่ข้อมูลจนครบ 10 ภาพแล้ว ก็ตรวจความถูกต้องให้เรียบร้อยว่ากรอกครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ จากนั้นก็เลื่อนหน้าเว็บขึ้นไปบนสุด ดังรูปที่ 21 ตรงมุมด้านซ้ายมือ "Select: All | None" ให้กดคำว่า "All" เพื่อที่จะเลือกรูปทั้งหมด 10 รูป จากนั้นก็กดปุ่ม "Submit for Review" ได้เลยครับ

รูปที่ 21 - การส่งรูปไปตรวจ

รูปที่ 22 - หน้ายืนยันการส่งรูปไปตรวจ

แล้วจะมีหน้าจออีกหน้า (ดังรูปที่ 22) เป็นหน้ายืนยันการส่งรูปไปตรวจ จะมีให้เลือก "Notes for Reviewer (optional)" ซึ่งเราไม่ต้องเลือกก็ได้ ให้กดปุ่ม "Submit for Review" ได้เลยครับ

รูปที่ 23 - หน้าแจ้งข้อมูลผิดพลาด

อ้าว... ทำไม Errors หว่ะ! 555+ (รูปที่ 23) โอกาสเยอะมากที่จะเจอหน้านี้ นั่นคือเราใส่ข้อมูลภาพไม่ครบ หรือสะกด Keywords ผิด อะไรทำนองนี้ ไม่เป็นไรครับ ก็กดปุ่ม "Continue" เพื่อกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง

เมื่อกลับมาที่หน้า "Submit your Content" จะมีข้อความสีแดงแจ้งเรื่องข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะแสดงอยู่ใต้ภาพที่มีปัญหา (ดังรูปที่ 24) ตัวอย่างที่ผมเอามาให้ดูจะมีแจ้งว่าทั้งชื่อและ Keywords ของคำว่า "Frangipani" อาจจะสะกดผิด และมีคำอื่นมาแนะนำให้เราเลือกด้วย ถ้าผิดเราก็แก้ไขให้ถูกนะครับ แต่ถ้าคำไหนมันถูกแล้ว แต่ระบบยังมีแจ้งเตือนเราก็ไม่ต้องสนใจ ก็ยืนยันจะใช้คำนี้ เค้าจะให้ผ่านครับ ส่วนใหญ่ข้อผิดพลาดที่ระบบจะเตือนก็เรื่องสะกดคำผิด มีคำซ้ำ และลืมระบุ Category ประมาณนี้ครับ ถ้าท่านแก้ไขทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ติ๊กเลือก All แล้วกดปุ่ม "Submit for Review" อีกรอบ (ดังรูปที่ 21) แล้วจะเจอหน้ายืนยันการส่งรูปไปตรวจ (ดังรูปที่ 22) ให้กดปุ่ม "Submit for Review" ได้เลยครับ

รูปที่ 24 - หน้า Submit your Content เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด

ถ้าผ่านกระบวนการแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดมาได้ คุณได้ผ่านด่านสุดหินมาได้แล้วครับ ทาง Shutterstock จะมีอีเมลมาแสดงความยินดีอีกเมล พร้อมบอกว่าให้รอฟังผลการตรวจประมาณ 5 วันทำการ ลุ้นๆ ^^

รูปที่ 25 - อีเมลแจ้งการส่งรูปเรียบร้อยและให้รอผลการตรวจ

ขั้นตอนที่เหลือหลังจากนี้งานจะง่ายขึ้นแล้วครับ จะเข้าสู่หน้า "Enter your contact information" (รูปที่ 26) เป็นหน้ากรอกที่อยู่และเบอโทรศัพท์ ถ้าท่านได้เคยสมัครขายภาพกับเว็บไมโครสต็อกอื่นๆมาแล้วคงจะคุ้นเคยดี ผมจะขอกล่าวแบบรวบรัดน่ะครับ (ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

รูปที่ 26 - หน้า "Enter your contact information"

  • Address: บ้านเลขที่
  • Address Line 2: ชื่ออาคาร หมู่บ้าน (ถ้ามี)
  • City: อำเภอ
  • Country: ประเทศ
  • State / Province / Region: จังหวัด
  • Zip / Postal Code: รหัสไปรษณีย์ของไทย 5 หลัก
  • Phone Number: เบอร์โทรศัพท์ ต้องมีรหัสประเทศไทย (66) นำหน้าด้วย เช่นเบอร์โทรศัพท์ 081-xxx-xxxx ก็กรอกเป็น (66)81-xxx-xxxx เป็นต้น
  • My residential and mailling addresses are the same: ติ๊กเลือก กรณีที่อยู่ปัจจุบัน (Residential Address) กับที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร (Mailling addresses) เป็นที่เดียวกัน แต่ถ้าคนละที่อยู่ก็ไม่ต้องติ๊กนะครับ แล้วต้องไปกรอกที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารด้วยครับ
ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนแล้วก็กดปุ่ม "Continue" เลยครับพี่น้อง

รูปที่ 27 - หน้า "Your payment options"

จากนั้นก็จะไปหน้า "Your payment options" (รูปที่ 27) เพื่อระบุช่องทางการจ่ายเงินให้ช่างภาพ แน่นอนครับ ผมแนะนำ "Payment Method" เลือกเป็น Paypal และตรง "Payout Email" ก็กรอกอีเมลบัญชี PayPal ของท่านเลยครับ แล้วกด "Continue" ไปกันต่อเลย

รูปที่ 28 - หน้า "Thank you for your submission"

สำเร็จ! (รูปที่ 28) ก้าวเล็กๆของการสมัครสอบเข้าเป็นช่างภาพของยานแม่ Shutterstock ผ่านได้เรียบร้อย และหลังจากนี้ก็รอการตรวจรูปและตรวจหนังสือเดินทางประมาณ 5 วันทำการครับ ลุ้นๆ ^_^

สำหรับหน้าสุดท้ายนี้ท่านจะปิดเว็บบราวเซอร์เลยก็ได้ครับและอีก 3-5 วันค่อยเช็คอีเมลดูว่ามีจดหมายแจ้งผลการตรวจมาหรือเปล่า หรือไม่ก็กดปุ่ม "Log Out" ออกจากระบบไปก่อนก็ได้ครับ

ในระหว่างรอ ผมขอเตรียมการบล็อกภาค3 ของการดำรงชีพและใช้ชีวิตในยานแม่ Shutterstock ที่ใช้คำว่ายานแม่ก็เพราะที่นี่คือแหล่งรายได้หลักๆของเหล่าช่างภาพสต็อคโฟโต้ส่วนใหญ่ รวมทั้งผมด้วย ถ้าขาดยานแม่เมื่อไหร่ ชีวิตผมคงแย่แน่ๆ 555+



Tuesday, November 19, 2013

Shuttterstock เว็บสต็อกโฟโต้ชั้นนำของโลก (Part 1)

ถ้าจะให้พูดถึงเว็บสต็อกโฟโต้หรือไมโครสต็อกชั้นนำของโลก ณ จุดนี้ คงหนีไม่พ้นเว็บ Shutterstock เว็บเพิ่งที่ก่อตั้งมาได้ 10 ปี แต่ได้รับความนิยมของผู้ซื้อ (customers) และผู้ขาย (contributors) จากทั่วโลกเป็นอย่างมาก

http://www.shutterstock.com/?rid=591133
รูปที่ 1 - Shutterstock logo

ผมลองค้นดูแนวโน้มของกระแสความนิยมของ Shutterstock ใน "Google Trends" เมื่อเทียบกับเว็บเอเจนซี่ไมโครสต็อกระดับแนวหน้าด้วยกันอย่าง iStockphoto, Fotolia, Dreamstime และ 123rf ผลดังกราฟรูปที่ 2 จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตของ Shutterstock ดีขึ้นอย่างมาก รองลงมาก็เป็น Fotolia และ 123rf ส่วนเว็บ iStockphoto จากเดิมเคยนำมากก่อน แต่ค่อนข้างจะแผ่วซ่ะแล้ว โดยระยะครึ่งปีหลังมานี้ iStockphoto มีการปรับกลยุทธ์มากมาย ตั้งแต่ลดราคาขายลงครึ่งราคา ปรับลดความเข้มงวดในการสอบเข้าก็น้อยลง และเพิ่มโควต้าการส่งรูปต่อสัปดาห์มากขึ้น เป็นต้น

รูปที่ 2 - กราฟเปรียบเทียบแนวโน้มของ 5 เว็บไมโครสต็อกชั้นนำ (ที่มา: Google Trends, เมื่อ 17 Nov 2013)

จากความโดดเด่นอย่างมากของเว็บ Shutterstock จึงทำให้น่าคิดว่าเขาใช้กลยุทธ์อะไรในการดึงช่างภาพ (photographers) ศิลปินรูปวาด (illustrators) และศิลปินวิดีโอ (videographers) ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพฝีมือดีจากทั่วโลกมาร่วมงานด้วย แล้วมีความพอใจกับส่วนแบ่งรายได้ที่ได้รับ

รูปที่ 3 - กราฟเปรียบเทียบแนวโน้มของเว็บไมโครสต็อกกับเว็บสต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิม (ที่มา: Google Trends, เมื่อ 17 Nov 2013)

จากการแจ้งเกิดของวงการเว็บเอเจนซี่ไมโครสต็อก อาทิเช่น Shutterstock, iStockphoto, Fotolia เป็นต้น ทำให้เว็บเอเจนซี่สต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิม (traditional stock) อย่าง Gettyimages และ Corbis ต่างก็มีแนวโน้มของกระแสความนิยมที่ตกลงเรื่อยๆ ดังรูปกราฟที่ 3 ระดับความนิยมของเว็บเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ทั้งสองตกลงสวนกระแสกับรุ่นน้องที่กำลังพุ่งแรง

จากข้อมูลข้างต้นผมเองก็ยังไม่เชื่อหรอกนะว่าเว็บ Shutterstock จะเป็นพระเอกในขณะนี้ จึงได้หาข้อมูล "Google PageRank" หรือตัววัดความสำคัญของเว็บโดยกูเกิล มีคะแนน 0 ถึง 10 และถ้ายิ่งมีเลขมากก็ยิ่งมีความสำคัญมาก และอีกตัววัดนึงเป็นค่า "Alexa Rank" หรือการจัดอันดับการเข้าชมเว็บจากทั่วโลกโดย alexa ซึ่งเว็บไหนมีตัวเลขยิ่งน้อยก็จะดีกว่าเว็บที่มีตัวเลขมาก

ผมได้รวบรวมเว็บไมโครสต็อกและเว็บสต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิมเท่าที่ผมรู้จัก มาจัดเรียงอันดับความนิยมมากที่สุดไปหาน้อย อ้างอิงตามเกณฑ์ลำดับของทั้งสองค่ายดังที่กล่าวมา ตามตารางด้านล่างครับ

No. Stock Photos Google
PageRank
Alexa
Rank
1. Shutterstock 8 228
2. iStockphoto 7 350
3. 123rf 6 403
4. Fotolia 7 464
5.Dreamstime 7 727
6. Depositphotos 6 1,134
7. Bigstockphoto 6 2,087
8. Freedigitalphotos 7 2,259
9. Gettyimages 7 2,714
10. Photodune 6 3,194
11. Canstockphoto 6 4,451
12. Pond5 6 8,301
13. Colourbox 7 8,900
14. Corbis 7 9,139
15. Alamy 6 13,412
16. Veer 6 18,776
17. Yaymicro 4 19,434
18. Stockfresh 5 21,766
19. Graphicleftovers 5 35,876
20. Panthermedia 5 41,981
21. Kozzi 4 43,862
22. Crestock 5 45,345
23. Cutcaster 5 53,513
24. Pixmac 6 63,317
25. Mostphotos 4 74,087
26. Photokore 3 171,871
ตารางที่ 1 - การจัดอันดับเว็บสต็อกโฟโต้โดยใช้ Google PageRank และ Alexa Rank

ข้อมูลการจัดอันดับของผมเองใน 5 อันดับแรง เป็น Top 5 จากหนังสือของคุณสุระ ได้เขียนแนะนำไว้ นั่นคือ Shutterstock, iStockphoto, 123rf, Fotolia และ Dreamstime สำหรับช่างภาพหรือศิลปินรูปวาดท่านใด สนใจหารายได้จากเว็บสต็อกโฟโต้ ก็ให้เริ่มจาก 5 เว็บนี้ก่อนได้เลย รับรองไม่ผิดหวังครับ และถ้ามีเวลาว่างมากขึ้น ก็ทยอยส่งไปยังเว็บเอเจนซี่ที่เหลือได้เลย (ยกเว้น Gettyimages และ Corbis ที่มีการคัดกรอกช่างภาพอย่างเข้มงวด)

www.jonoringer.com
รูปที่ 4 - Jon Oringer (ที่มา: jonoringer.com)

เกริ่นนำความหล่อเท่ของ Shutterstock ไปแล้ว เรามาดูข้อมูลทั่วไปของบริษัท Shutterstock, Inc. กันซักนิดครับ เว็บ Shutterstock เริ่มออนไลน์ครั้งแรกเมื่อปี 2013 ก่อตั้งโดยนาย "Jon Oringer" มีสำนักงานอยู่ที่ New York, USA (ปัจจุบันมีพนักงานในบริษัทเกือบ 300 คน)

ปัจจุบันเว็บมีไฟล์พร้อมขายอยู่ที่ประมาณ 31 ล้านไฟล์ ประกอบด้วย ภาพถ่าย (photos), กราฟิกเวกเตอร์ (vector graphics), รูปวาด (illustrations) และคลิปวิดีโอ (video clips) ถูกผลิตขึ้นจากผู้ขายกว่า 40,000 รายทั่วโลก และมีลูกค้าทั่วโลกรอซื้ออยู่ประมาณ 750,000 ราย เว็บไซต์ให้บริการไปยัง 150 ประเทศ มีระบบภาษารองรับทั้งหมด 20 ภาษา ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "ภาษาไทย" ด้วยครับ

บริษัท Shutterstock, Inc. เติมโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2009 บริษัทได้ซื้อกิจการเว็บไมโครสต็อกระดับกลาง "Bigstockphoto" และจากนั้นในปี 2012 ก็ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในชื่อ "SSTK" (ดูกราฟราคาหุ้นได้ดังรูปที่ 7) ถัดมาก็เปิดให้เว็บแบรนด์น้องใหม่ที่ชื่อ "Offset" เพื่อเป็นเว็บให้บริการสต็อกโฟโต้ระดับคุณภาพเยี่ยม (premium stock photos) งานนี้ Shutterstock หวังปั้น Offset เข้าถ้าชนรุ่นพี่อย่าง Gettyimages และ Corbis อย่างไม่น่าสงสัย

รูปที่ 5 - หน้าแรกของเว็บ Shutterstock ระบบภาษาอังกฤษ

รูปที่ 6 - หน้าแรกของเว็บ Shutterstock ระบบภาษาไทย

จากเอกสารที่เผยแพร่สำหรับนักลงทุนในเว็บ Shutterstock ได้ยกตัวอย่างกลุ่มลูกค้าของบริษัทเอาไว้ อาทิเช่น บริษัท Apple, Oracle, Accenture, BCG, AOL, Universal, AP Associated Press, Barnes & Noble, ABC News, News Corporation,  McKinsey&Company, Corbis เป็นต้น (น่าแปลกใจที่ corbis ก็เป็นลูกค้าของ Shutterstock ^_^)

ข้อมูลของผู้ผลิตผลงาน (ประมาณ 40,000 ราย) ไปฝากขายที่เว็บ Shutterstock นั้น ก็มากมายเช่นกัน มีสถิติจากเว็บ Shutterstock ประมาณยอดไฟล์ใหม่ที่ผ่านการตรวจมีมากกว่า 150,000 ไฟล์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ตกเดือนนึงมีไฟล์ใหม่ออนไลน์ในเว็บอยู่ที่ประมาณ 600,000 ไฟล์ เยอะมว้ากก...

รูปที่ 7 - กราฟราคาหุ้นของ Shutterstock (NYSE: SSTK)

ผมลองสำรวจจำนวนรูปในทุกหมวดหมู่ของเว็บ Shutterstock (ไม่รวมวิดีโอ) ดังตารางที่ 2 ก็เริ่มสังเกตเห็นว่ากระแสกราฟิกเวกเตอร์/รูปวาด กำลังมาแรงเรื่อยๆ อย่างเช่นหมวดหมู่ Illustrations/Clip-Art, Vector คือกลุ่มหลักๆที่สะสมงานประเภทนี้ไว้เยอะ และนอกจากนั้นในหมวดหมู่อื่นๆ รูปที่ติดอันดับขายดีก็มีรูปแนวเวกเตอร์ปะปนอยู่จำนวนมาก เท่าที่ประเมินด้วยสายตา รูปเวกเตอร์ขายดีกว่ารูปแนวภาพถ่ายประมาณ 2 เท่าเลยทีเดียวครับ

มองในแง่โอกาสของศิลปินนักวาดภาพแนว Illustrators ยังมีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับท่านอยู่มาก ในส่วนช่างภาพก็ยังพอมีที่ยืนได้ถ้าผลงานเราโดดเด่น แปลกใหม่ ซึ่เว็บ Shutterstock นี้ยังเป็นขุมทองของนักล่าฝันอยู่น่ะครับ

หมวดหมู่ จำนวนรูป
(ล้านรูป)
Abstract 2.6
Animals/Wildlife 1.8
The Arts 0.7
Backgrounds/Textures 4.6
Beauty/Fashion 2.3
Buildings/Landmarks 1.6
Business/Finance 1.7
Celebrities 0.8
Editorial 1.9
Education 0.5
Food and Drink 3.8
Healthcare/Medical 0.9
Holidays 1.5
Illustrations/Clip-Art 8.5
Industrial 5.9
Interiors 3.5
Miscellaneous 1.1
Model Released Only 5.6
Nature 4.4
Objects 4.2
Parks/Outdoor 2.5
People 7.0
Religion 0.3
Science 0.1
Signs/Symbols 1.5
Sports/Recreation 1.1
Technology 0.8
Transportation 0.5
Vectors 4.1
Vintage 0.8
ตารางที่ 2 - จำนวนรูปในแต่ละหมวดหมู่ของเว็บ Shutterstock

เตรียมตัวกันก่อนที่จะลุยสมัครเป็นผู้ขายในเว็บ Shutterstock (Become a Contributor)
  •  ก่อนที่จะเป็น Contributor ที่นี่ได้ต้องผ่านการสอบคัดเลือกเสียก่อน โดยต้องส่งภาพถ่ายหรือรูปกราฟฟิกเวกเตอร์ไปสอบก่อน 10 ภาพ และต้องผ่าน 7 รูปขึ้นไป ถ้าสอบไม่ผ่านก็ต้องรอประมาณ 1 เดือน ถึงจะกลับมาสอบใหม่ได้
  • ในการส่งรูปไปสอบคัดเลือก ต้องแนบเอกสาร passport ไปพร้อมกันตั้งแต่ตอนสมัครสอบเลย ถ้าเอกสารไม่พร้อม ก็จะไม่ผ่านการพิจารณา
  • ภาพถ่ายหรือรูปแนว Illustrations กำหนดเป็นไฟล์ฟอร์แมต JPG มีความละเอียดขั้นต่ำที่ 4.0 ล้านพิกเซล (min. 4.0 megapixels)
  • กรณีเป็นไฟล์ vector กำหนดรับเป็นฟอร์แมต EPS มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 15 MB (max. 15 MB)
  • กรณีเป็นคลิปวิดีโอ แนะนำส่งเป็นฟอร์แมต MPEG หรือ MOV ที่เป็นไฟล์ HD  หรือวิดีโอที่มีขนาดความละเอียดขั้นต่ำที่ 480 x 640 พิกเซล โดยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 7 วินาที และไม่เกิน 60 วินาที

ในตอนแรกนี้ผมก็วิเคราะห์เบาๆ ตามความคิดตัวเองไว้แค่นี้ก่อน ส่วนบล็อกหน้า (ตอนที่2 คลิกอ่านได้แล้วครับ) เราก็มาลุยสมัครขายรูปที่ Shutterstock กันเลยครับ... ขอบคุณที่ติดตามกันน่ะครับ ^_^

Monday, July 9, 2012

ไมโครสต็อก ถ่ายจริง ขายจริง รับเงินจริง :)

สวัสดีหน้าฝนของเมืองหลวงอันมืดครึ้มแต่เช้า แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีภารกิจต้องออกไป Outdoor ที่ไหน เลยมีเวลานั่งเขียนบล็อกเล่าประสบการณ์เล็กๆ ดั่งที่ได้พาดหัวเรื่องไว้ว่า "ไมโครสต็อก ถ่ายจริง ขายจริง รับเงินจริง" ผมจะเล่าตั้งแต่ต้นยันจบกระบวนการของภาระกิจขายรูปออนไลน์กันเลยน่ะครับ
(ต้องขออนุญาติปิดข้อมูลบางส่วน เพื่อความเหมาะสมสำหรับการแชร์ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต)


2 พฤษภาคม 2553
ได้เดินเจอหนังสือ "แชะ รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน" เขียนโดย สุระ นวลประดิษฐ์ ในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่ผมอยากรู้มานานมากเกี่ยวกับวงการซื้อ-ขายรูป เพราะชอบดูรูปจากเว็บสต๊อกรายใหญ่ของโลก GettyImages และ Corbis อยู่บ่อยๆ แล้วเห็นฝรั่งเค้าขายรูปกันแพงๆ ไม่เว้นแม้แต่รูปที่ถ่ายจากเมืองไทย

photo credit: se-ed.com


6 พฤษภาคม 2553
พออ่านหนังสือจบ รู้สึกร้อนวิชาอย่างแรง ก็เลยไปควานหา CD รูปถ่ายเก่าๆ ของผม ที่เก็บไว้อย่างมากมาย มาเลือกรูป(ที่คิดว่าดีที่สุด) เพื่อลองส่งรูปไปสอบกับเว็บไมโครสต๊อกที่หนังสือแนะนำ และแน่นอนผมก็ได้เริ่มลองของกับที่แรกก่อนเลย Shutterstock นั่นเอง หลังจากกรอกข้อมูลเบื้องต้นและเบื้องลึกไปหมดแล้ว ทาง Shutterstock จะส่งอีเมลขอบคุณมาให้ดังรูปที่ 1

Figure 1  Email "Shutterstock Submission program"

ก่อนส่งรูปไปสอบเมื่อสองปีก่อนทาง Shutterstock จะให้ Contributor ส่งรูป ID ของคนนั้นไปให้ทาง Shutterstock ตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตน ID ที่ว่านี้ก็คือรูป Passport (เฉพาะหน้าที่มีรูปเราอยู่) สำหรับรูปบัตรประชนหรือรูปใบขับขี่ ฯลฯ ทางเค้าไม่รับ ดังนั้นก็ต้องทำ Passport เตรียมกันไว้ก่อนด้วยน่ะครับ ^^


7 พฤษภาคม 2553
มีอีเมลจากทาง Shutterstock แจ้งผลการอนุมัติ ID ว่าผ่านแล้ว ก็สำเร็จไปอีกหนึ่งด่านครับ ดังรูปที่ 2

Figure 2  Email "ShutterStock ID  approval"


8 พฤษภาคม 2553
หลังจากนั้นทางผมก็สามารถ Upload รูป 10 รูปขึ้นไปสอบได้เลย โดยจะต้องผ่าน 7 รูปขึ้นไปถึงจะสอบผ่านครับ การส่งรูปทุกครั้งไม่ว่าจะกี่รูปทาง Shutterstock จะเรียกรวมเป็นล็อตของการส่งว่า "batch" และจะส่งอีเมลมาแจ้งว่าได้หมายเลข batch อะไรเอาไว้อ้างอิง ซึ่งจะระบุข้อความไว้ในอีเมลเสมอว่าต้องรออย่างน้อย 72 ชั่วโมงในการอนุมัติผล หรือประมาณ 3 วันทำการ แต่อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็เป็นเรื่องปกติครับ

Figure 3  Email "Shutterstock Submission"


เวลาผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ผมก็ได้รับอีเมลแจ้งมาว่าภาพผมผ่านการพิจารณาแล้ว ผลสอบผ่านแบบฉิวเฉียด 7 ภาพพอดี รอดอย่างหวุดหวิด ส่วนอีก 3 ภาพที่ไม่ผ่านก็โดนข้อหามี Noise เยอะเกินไปและ Composition ไม่ดี ดังรูปที่ 4

Figure 4  Email "Your account has been approved"


หลังจากรูปถ่ายผมได้ผ่านการอนุมัติและได้วางขายออนไลน์ 7 รูปแรก ในวันนั้นก็มียอดขายเข้ามาเลยทันที 4 downloads สุดยอด ดีใจมากแบบบอกไม่ถูกจริงๆ มันเป็นก้าวเล็กๆที่ภูมิใจมากครับ

หลังจากทะลุผ่านด่านการสอบเข้าไปได้ ผมก็เริ่มกระบวนการส่งภาพไปขายอย่างบ้าคลั่ง ต้องใช้คำว่าบ้าคลั่งไม่ผิดจริงๆ เพราะตั้งแต่วันที่ 9-31 พ.ค. 2553 จาก 22 วันผมส่งรูปกระหน่ำไป 40 batchs หรือ 40 ครั้ง ครั้งละ 10-30 รูป พอถึงสิ้นเดือนผมมีรูปที่ผ่านการพิจารณาและวางขายออนไลน์ 425 รูป แล้วรูปบางรูปคงบังเอิญไปโดนใจผู้ซื้อเข้าให้(คิดว่าน่ะ) เลยขายไป 313 downloads ทำให้ได้ยอดเงินร้อยกว่าเหรียญ ผมยิ้มปลื้มไปทั้งวันเลยพี่น้องช่วงนั้น ^^

และแน่นอนช่วงนั้นก็ไม่พลาดที่จะสมัคร 123rf, Fotolia และ Dreamstime และส่งรูปเซ็ตเดียวกับที่ส่งกับ Shutterstock ควบคู่กันไปตลอดครับ


20 พฤษภาคม 2553
ในเว็บของ Shutterstock ส่วนของ Contributor จะมีข้อความขึ้นมาแนะนำให้ไปกรอกรายละเอียดสำหรับการเสียภาษี เพราะถ้าไม่กรอกให้เรียบร้อยก่อนจะไม่สามารถเบิกเงินได้ จึงเข้าไปหาอ่านในเว็บของคุณสุระ (www.stockphotothailand.com) จึงได้ความว่าให้เลือกกรอกในเอกสารแบบฟอร์มหมายเลข "W-8 BEN" ซึ่งเป็นแบบฟอร์มสำหรับผู้ขายภาพที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดูตัวอย่างดังรูปที่ 5 (ผมขอนุญาติปิดข้อมูลบางส่วนน่ะครับ)

Figure 5  Online W-8 BEN Form

1 มิถุนายน 2553
พอขึ้นเดือนใหม่ ผมปิดยอดขายของเดือน พฤษภาค 2553 ได้เกินร้อยเหรียญมานิดหน่อย ดังตารางสรุปสถิติการขาย

Figure 6  Download Stats
และเมื่อเข้าไปดูในหัวข้อ "Payment History" ซึ่งทาง Shutterstock จะสรุปให้ว่ายอดขายรวมเท่าไหร่ เป็นผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่ และนอกประเทศเท่าไหร่ แล้วยอดรายได้สุทธิได้ที่เท่าไหร่ ในเดือนนี้ของผมโดนหักภาษีไป 1.88$ แล้วมีรายได้สุทธิ 110.13$ ดังรูปที่ 7

Figure 7  Payouts to Date


9 มิถุนายน 2553
ผ่านไปประมาณอาทิตย์นึงก็จะอีเมลจาก Shutterstock มาหาว่าได้โอนเงินให้คุณแล้วน่ะจ๊ะ โดยโอนให้ตามบัญชี PayPal ของผมที่ได้กรอกไว้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็สมัคร PayPal ไว้ก่อนหน้าเป็นปีแล้ว ตอนนั้นอยากขายของบน eBay แต่ยุ่งๆ จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ขายที่อีเบย์ซักที แต่ก็ยังดีที่ได้เงินจากไมโคร
สต๊อกซ่ะก่อน :)

Figure 8  Email "Shutterstock Payout"

จากนั้นผมก็รีบเข้า PayPal ไปเช็คยอดเงินเลยทันที อยากรู้ว่าเงินเข้าจริงป่าว ไม่น่าเชื่อ เงินเข้าแล้วจริงๆด้วย 555+ แต่ยอดเงินที่เห็นยังเอามาใช้งานไม่ได้ เพราะยังอยู่ในบัญชีธนาคารออนไลน์อย่าง PayPal ซึ่งเราต้องโอนออกมาอยู่ในธนาคารท้องถิ่นก่อน พอลองสำรวจวิธีการโอนออก เราต้องใส่รายละเอียดบัญชีธนาคารที่เราจะโอนเงินออกเข้าไปใน PayPal ก่อน และพอใส่เรียบร้อยแล้ว พอจะโอนเงินออกก็มีเงื่อนไขการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ PayPal กรณีเงินที่โอนออกยอดไม่ถึง 5,000 บาท เราต้องเสียค่าธรรมเนียม 50 บาท แต่ถ้ามากกว่านั้นก็โอนออกฟรี หรือฟรีสำหรับธนาคารในสหรัฐฯ

Figure 9  การถอนเงินจาก PayPal

ค่าธรรมเนียม 50 บาทไม่ใช่ประเด็นมากกว่า ถ้าโอนแล้วเงินไม่เข้าบัญชีในไทยหล่ะ จะน่าเซ็งกว่าเนอะ เพราะที่กังวล เหมือนผมไปอ่านในเว็บคุณสุระว่า ชื่อบัญชี(ชื่อผมภาษาอังกฤษ)ใน PayPal กับชื่อบัญชี(ภาษาอังกฤษ)ของธนาคารในไทยจะต้องตรงกัน เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาการโอนเงินไม่ได้ ผมเลยใช้วิธีทดลองก่อนในครั้งแรก โดยการโอนเงินออกครั้งแรกมากมาย สูงถึง 12.08$ คิดเป็นเงินไทยขณะนั้น 383.90 บาท (exchang rate 1$=31.7798 บาท) จะต้องหัก 50 บาทด้วย คงเหลือที่จะรับจริง 333.90 บาท

Figure 10  รายละเอียดการถอนเงินจาก PayPal


ทาง PayPal ก็จะส่งอีเมลแจ้งเราด้วยว่ากำลังโอนเงินไปให้ที่แบงค์สีม่วงน่ะ (รอหน่อย)

Figure 11  Email "เรากำลังโอนเงินไปยังธนาคารของคุณ"

Note: จริงๆ ผมก็ยังงงอยู่น่ะว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ทาง PayPal คิดให้ตอนนั้น 1$ = 31.7798 บาท เค้าเอาตัวเลขมาจากไหน เมื่อลองเข้าไปเช็คตารางอัตราแลกเปลี่ยนจากแบงค์สีม่วงช่วงนั้น (ดังรูปที่ 12) ก็ไม่เห็นว่าจะมีตัวเลข 31.7798 ให้เห็น (ใครรู้ก็บอกที งงอ่ะ)

Figure 12  SCB Currency Exchange Rates


14 มิถุนายน 2553
เมื่อได้เข้าไปเช็คยอดเงินเข้าที่เว็บไซต์ของแบงค์สีม่วง ที่ชื่อว่า "ธนาคารสีม่วงอันแสนง่ายดาย" (SCBeasy) ก็จะมีรายการเงินโอนเข้ามาจาก "Bank of America Nation" จำนวน 333.90 บาท เป็นอันโล่งอกว่าทุกกระบวนการเรียบร้อยเป็นอย่างดีครับ.... สบายใจจริงๆแท้เหลา


นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจส่งออกของผมครับ...พี่น้องชาวไทย...
See you next time :)