Home   |   PayPal   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock   |   Statistics English Version   |   Mobile Version    

Monday, February 25, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 3)

ผ่านไปสองตอนแล้วน่ะครับ (ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) กับการส่งรูปไปขายที่เว็บ Dreamstime ผมคิดว่าเพื่อนๆศิลปินหลายท่านคงมีผลงานภาพถ่ายขึ้นใน Portfolio ที่เว็บ Dreamstime กันบ้างแล้ว และบางท่านคงอาจจะมียอดดาวน์โหลดมาบ้างกันแล้ว แต่สำหรับท่านใดยังไม่มียอดเข้ามาก็เป็นกำลังใจให้สู้ๆน่ะครับ :)

สำหรับช่วงเดือนแห่งความรักนี้ ทางเว็บ Dreamstime ก็ได้มีการปรับหน้าตาเว็บใหม่ ผมเข้าเว็บไปแรกๆ ก็งงๆนิดหน่อย หาเมนูไม่เจอเอาเหมือนกัน แต่พอลองเล่นไปซักพัก เท่าที่ดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่การออกแบบ เมนูด้านบนใหม่ โดยเมนูสำหรับศิลปินอย่างเราๆที่ใชช้บ่อยคือ "Management area" ได้ถูกย้ายไปไว้ด้านบนสุด (ดังรูปที่ 1) และในส่วนอื่นๆ ก็ยังเหมือนเดิมน่ะครับ


รูปที่ 1 - เมนูแบบใหม่ของเว็บ Dreamstime

มาเข้าสู่ส่วนที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วเลยน่ะครับ เริ่มจากการกรอกข้อมูลภาษีของศิลปินกันก่อนเลย โดยไปตั้งต้นที่หน้า "Management area" แล้วหาไอคอนที่ชื่อว่า "Tax center" น่ะครับ


รูปที่ 2 - หน้า "Management area"

เมื่อคลิกเข้าไปที่ไอคอน "Tax center" แล้ว ก็จะเจอหน้า "Guidelines, Policies and Forms - Tax Treatment for Payments to Photographers" (ดังรูปที่ 3) ซึ่งจะให้เราเลือกก่อนว่าเราเองอยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีกลุ่มใด ดังนี้

Select the option that applies best in your case:
  - For individuals: I'm a US Citizen or US Resident Alien
  - For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien
  - For Companies: My Company is an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law
  - For Companies: My Company is NOT an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law


รูปที่ 3 - หน้า "Guidelines, Policies and Forms"

ซึ่งถ้าเป็นการขายภาพแบบส่วนตัว (ฉันทำของฉันคนเดียว) ไม่ได้ตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจขายภาพ และไม่ใช่พลเมืองของสหรัฐอเมริกา (แน่นอนหล่ะฉันเป็นพลเมืองสยาม) ก็ให้เลือกติ๊กที่ "For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien" แล้วเลื่อนหน้าเว็บลงด้านล่าง จะมีข้อความภาษาอังกฤษให้เราได้อ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จากนั้นก็จะมีลิงค์ให้คลิ๊กเพื่อเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูล "Click here to fill online W-8BEN Form" ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - หน้ากรอกแบบฟอร์มภาษี W-8BEN

แบบฟอร์ม "W-8BEN" หรือ "Certificate of Foreign Status of Beneficial Owner for United States Tax Withholding" คือแบบฟอร์มเพื่อการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของบุคคลที่อาศัยอยูนอกสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกมีดังนี้

Part I - Identification of Beneficial Owner

   1. Name of individual or organization that is the beneficial owner - คือกรอกชื่อเต็มของเรา

   2. Country of incorporation or organization - ประเทศที่เราอาศัย ซึ่งทางเว็บ Dreamstime ก็จะกำหนดให้อัตโนมัติให้แล้ว

   3. Type of beneficial owner: - ประเภทผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ในที่นี้เราเลือกเป็น Individual

   4. Permanent residence address - ที่อยู่อย่างเป็นหลักแหล่ง ซึ่งข้อมูลก็ถูกกรอกให้อัตโนมัติ โดยนำมาจากข้อมูลที่เราเคยกรอกไว้แล้วใน user profile

   5. Mailing address (if different from above) - ที่อยู่สำหรับส่งจดหมาย ปกติจะกรอกก็ต่อเมื่อที่อยู่เราไม่ตรงกับข้อ 4. แต่ที่เว็บ Dreamstime เค้าใส่ให้อัตโนมัติ เราก็เอาตามที่เค้ากรอกให้ไว้แล้ว แต่ถ้าท่านศิลปินต้องการให้เค้าส่งจดหมายไปอีกที่ก็แก้ไขได้น่ะครับ

  Note: ข้อ 6 - 8 ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part II - Claim of Tax Treaty Benefits (if applicable)

  9. I certify that (check all that apply)
     a. [/] The beneficial owner is a resident of [Thailand] within the meaning of the income tax treaty between the United States and that country. - ให้ติ๊กเลือกข้อ a. นี้แล้วกรอก Thailand ในช่องระบุประเทศที่เราอาศัยอยู่

     b. [/] If required, the U.S. taxpayer identification number is stated on line 6. - ปกติข้อนี้บางเว็บไมโครสต๊อกก็ไม่ต้องติ๊กน่ะ แต่เว็บ Dreamstime จะติ๊กมาให้อัตโนมัติ เราก็ยึดเอาตามนั้นครับ

   Note: ข้อ c. - e. ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part III - Notional Principal Contracts - ในส่วนนี้ปล่อยว่างไว้เลย

Part IV - Certification

   - Signature of beneficial owner (or individual authorized to sign for beneficial owner): - ช่องนี้เอาไว้ให้เราลงนามรับรอง โดยการพิมพ์ชื่อเต็มภาษาอังกฤษเราในช่องด้านล่างครับ

   - Security measure for Tax Forms: please upload a copy of your ID with photo (such as identity card, passport, driver's licence, etc). Note: this is NOT a photo of yourself. - ในส่วนนี้ก็ให้อัพโหลดรูป Passport โดยมีขนาดไม่เกิน 500KB และเป็นไฟล์ jpg หรือ pdf ก็ได้ครับ

เมื่อเช็คความถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม "SUBMIT" เพื่อส่งข้อมูลภาษีได้เลยครับ

แบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จะกรอกในลักษณะคล้ายๆกันหมดของทุกไมโครสต๊อกที่บริษัทอยู่ในอเมริกาน่ะครับ อาทิเช่น Shutterstock, Fotolia, Dreamstime, Depositphotos และ Veer ฯลฯ สำหรับเว็บไมโครสต๊อกนอกอเมริกาก็จะไม่มีให้กรอกข้อมูลภาษีนี้ครับ เช่น เว็บ 123RF ไม่มีให้กรอกภาษีเพราะเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในอ่องกง

สำหรับอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น (US withholding tax rate) สำหรับช่างภาพจากสยามประเทศแล้ว จะมีอัตราอยู่ที่ 5% ผมลองไปนั่งอ่านดู ก็ได้ความดังนี้ครับว่า ช่างภาพในแต่ละประเทศ(ที่ไม่ใช่อเมริกา)จะถูกหักในอัตราที่ไม่เท่ากันดังตารางด้านล่าง


รูปที่ 5 - List of countries and applicable withholding rates

อัตราสูงสุดที่อเมริกาจะหักภาษี ณ ที่จ่าย คือ 30% ก็มีช่างภาพอยู่หลายประเทศที่ไม่ต้องหักภาษีเลยก็มี (น่าอิจฉาจุงเบย) เช่น เยอรมัน, ฝรั่งเศษ, แคนาดา, ญี่ปุ่น ไรงี้ และมีอีกหลายประเทศที่โดนหักภาษีมากกว่าประเทศไทย เช่น จีน 10%, เกาหลี 10%, อินเดีย 15% เป็นต้น และเท่าที่ผมนั่งไล่ดูเอากลุ่มประเทศ AEC ของเราแล้ว ประเทศไทยถือว่าถูกหักภาษีต่ำสุดน่ะครับ

 - Thailand 5%
 - Indonesia 10%
 - Philippines 15%
 - Laos 30%
 - Myanmar 30%
 - Cambodia 30%
 - Vietnam 30%
 - Malaysia 30%
 - Singapore 30%
 - Brunei 30%

ทำให้ในกลุ่มประเทศสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ศิลปินหรือช่างภาพชาวไทยเรายังดูดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศครับผม ตัวอย่างเช่น มีช่างภาพสองคน คนนึงอยู่ในไทยอีกคนอยู่มาเลเซีย ต่างก็มีลูกค้าในอเมริกาซื้อรูปแล้วมีรายได้ (US Source) 100$ และมีลูกค้าที่อยู่นอกอเมริกาซื้อรูปไปอีก (Non US Source) 100$ รวมแล้วต่างคนก็มีรายได้ (Gross) 200$ พอจะถอนเงินออก คนไทยได้รับเงินจริง (Net) 195$ โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย (Total Withheld) ไปแค่ 5$ ส่วนช่างภาพมาเลเซียได้รับเงินจริง (Net) 170$ หักภาษี ณ ที่จ่ายไป (Total Withheld) 30$

(รู้สึกบล็อกผมดูเป็นวิชาการหน่อยก็บล็อกนี้แหละครับ 555+)

เรื่องเป็นวิชาการจบไปแล้ว มาเริ่มเรื่องปากท้องของศิลปินกันต่อเลยครับ ในหน้า "Management area" จะมีอีกไอคอนแห่งความหวังที่ชื่อว่า "My Earnings" ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูว่ายอดขายของเรามีรายได้เท่าไหร่แล้ว และรูปไหนบ้างที่ขายได้ และขายได้ในราคาเท่าไหร่ และถ้าในส่วนรายได้นี้สะสมยอดครบ 100$ เมื่อไหร่แล้วหละก็ ศิลปินจะสามารถขอถอนเงินออกได้ ผ่านไอคอนปากท้องที่ชื่อ "Request payment" ดังรูปที่ 6

รูปที่ 6 - หน้า Request paymnet

หน้า "Request payment" นี้จะสามารถกำหนดยอดเงินที่ต้องการถอนออกได้ แต่ขั้นต่ำที่ทางเว็บ Dreamstime จะจ่ายให้คือ 100$ ในภาพผมสะสมยอดได้ 119.53$ ผมก็ถอดหมดเกลี้ยงตามนั้นแบบไม่คิดมากเลย จากนั้นก็กดปุ่ม "Request payment" เลยครับ

รูปที่ 7 - หน้า Request paymnet verification

ก็จะเข้าสู่หน้า "Request payment verification" เพื่อให้เราเลือกรูปแบบการรับเงิน สำหรับผมแล้วส่งมอบเงินผ่าน PayPal เป็นช่องทางที่สะดวกสุดครับ ก็ติ๊กเลือก PayPal แล้วก็กรอกแอคเคาท์อีเมลของ PayPal ลงช่องกรอกทั้งสองช่อง แล้วกดปุ่ม "Request payment" ส่งเรื่องขอเบิกเงินทันที ^^

รูปที่ 8 - หน้า Request paymnet confirmation

รูปที่ 8 เป็นการแสดงข้อความว่าเว็บ Dreamstime รับเรื่องไว้แล้ว และทางเว็บขอเวลาดำเนินการประมาณ 7 วันทำการ แต่เอาเข้าจริงใช่เวลาแค่ 1-2 วันเองครับ (ส่งสัยเจ้าหน้าที่งานไม่ยุ่งมาก) เงินก็ถูกโอนเข้า PayPal เรียบร้อย

ผ่านไปแล้ว 2 เรื่องหลักคือภาษีและปากท้อง หลังจากนี้ก็เป็นการเก็บตกประเด็นที่เหลือกัน เท่าที่ผมเจอบ่อยก็มีที่ไอคอน "Comments" จะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้ใน Dreamstime ส่งข้อความเตือนว่ารูปบางรูปของผมมี Keywords ที่ไม่ถูกต้องหรือตั้ง Keywords ไม่ค่อยตรงกับภาพอะไรประมาณนั้น แน่นอนอ่านข้อความแล้วก็ต้องรีบไปแก้ไข Keywords ให้ถูกต้อง

ในการกลับไปแก้ไข Keywords ของภาพนั้น ทำได้โดยให้ไปที่ไอคอน "Online files" จากนั้นก็หารูปที่ต้องการแก้ไขข้อมูล พอเจอรูปแล้ว ด้านขวามือสุดของหน้าเว็บก็จะมีปุ่ม "Edit" ให้เรากดเข้าไป ก็จะเห็นว่าข้อมูลของรูปที่เราสามารถแก้ไขได้ก็จะมี Image name, Description, Keywords และ Rights management area เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วก็กดปุ่ม "Submit" เพื่อบันทึกข้อมูลนั้นไปใหม่

ทิ้งท้ายด้วยไอคอน "Statistics" จะสรุปสถิติทั้งหมดของเราให้ดูกันจะจะเลยครับ อย่าลืมลองแวะเข้าไปดูน่ะครับ :)

ผ่านไป 3 ตอนของการสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime แล้วน่ะครับ ผมหวังว่าคงพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ช่างภาพที่ต้องการแสวงหาโอกาสในการทำรายได้เล็กๆน้อยๆ ควบคู่ไปกับงานอดิเรกที่เรารัก และถ้าโอกาสมันดีขึ้น ก็จะได้เปลี่ยนงานอดิเรกนี้ไปเป็นงานประจำซ่ะเลย ^^

17 comments:

  1. ขอบคุณมากครับ อธิบายได้ละเอียดเข้าใจง่ายดีจัง

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยินดีครับผม ^^

      Delete
  2. ..ขอสอบถามค่ะ...แล้วถ้ายังไม่มีเงินเข้าและเราเพิ่งอัปรูป...เราจะส่งข้อมูลสำหรับการจ่ายเงินให้ทางเวบได้ไงค่ะ...เพราะยังไม่เห็นหัวข้อว่าRequest paymentเลยค่ะ ซึ่งต้องรอให้มีเงินเข้ามาก่อนใช่ไหมค่ะถึงจะเห็น...สมัครไปแล้วค่ะ และก็อย่างอักเดรตpayplaด้วยค่ะ....ตรงนี้ไม่เข้าใจ ช่วยกรุณาตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ในการกรอกข้อมูลบัญชีอีเมล์การจ่ายเงิน paypal ใน dreamstime จะต้องเข้าไปกรอกตอนที่เราขอเบิกเงินครับ (Request payment) เมื่อได้กรอกครั้งแรกไปแล้ว พอครั้งถัดไปจะถอนเงินอีก ทางเว็บจะจำอีเมล์ของ paypal ของเราเอาไว้ครับผม :)

      Delete
  3. ถามค่ะ ถ้าเราเพิ่งอัพโหลดรูปเข้า เรายังไม่กรอก "W-8BEN" ได้ไหมคะ
    แล้วถ้าเกิดมีคนดาวน์โหลดโดยยังไม่กรอกนี่จะมีปัญหาหรือเปล่าคะถ้าเพิ่งกรอกตอนนี้

    ReplyDelete
    Replies
    1. ได้ครับ สามารถส่งรูปไปก่อนได้ อาจจะมียอดดาวน์โหลดมาก็ยังไม่เป็นไร สามารถกรอกแบบฟอร์ม W-8BEN ทีหลังได้ครับ

      Delete
    2. - Security measure for Tax Forms: please upload a copy of your ID with photo (such as identity card, passport, driver's licence, etc). Note: this is NOT a photo of yourself. ถ้าเราใช้ ID Card ก็ได้ ไม่ต้อง Passport ใช่ไหมคะ

      Delete
    3. ต้องเป็น passport เท่านั้นครับผม

      Delete
  4. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่ให้ได้เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้
    ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^^

    ReplyDelete
  5. ขอบคุณมากๆ คะ

    Best Regards,

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณเช่นกันที่ติดตามอ่านผลงานผมน่ะครับ :)

      Delete
  6. ผมส่ง บัตรประชาชนไปแล้วละครับเพราะ passport หมดอายุครับจะเกิดปัญญาทีหลังไหมครับ รบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ถ้าบัตรประชาชนที่ส่งไปแล้วทางเว็บไม่ให้ผ่านเค้าจะแจ้งกลับมาให้ทราบครับว่ามีปัญหา (ไม่แน่ใจว่าทางอีเมล์หรือเปล่า) คือหลักๆทางเว็บสต๊อกโฟโต้ต้องการยืนยันตัวตนของเราว่ามีตัวจริงๆ ชื่ออะไร นามสกุลอะไร (ภาษาอังกฤษ) อยู่ประเทศไหน (จะได้หักภาษีถูก) โดยที่บัตรประชาชนของแต่ละประเทศทั่วโลกมันมีรูปแบบที่หลากหลาย ดังนั้นเกือบทุกเว็บจึงยึดเอา passport เป็นหลัก เพราะเป็นเอกสารสากล สำหรับกรณี passport หมดอายุ จะต้องทำใหม่ และส่งตัวใหม่ไปแทนครับผม

      Delete
  7. ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผม

    ReplyDelete
  8. ขอบคุณครับ ผมก็เพิ่งโหลดพาสปอตขึ้นไปวันนี้ แต่ยอดโหลดมีบ้างแล้ว

    ReplyDelete
  9. ใบขับขี่ ก็ อินเตอร์นะ พาสปอตไม่ได้ไปใหนไม่รู้ทำทำไม เหตุผลส่วนตัว

    ReplyDelete