Home   |   Galleries   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock English Version   |   Mobile Version    

Tuesday, November 19, 2013

Shuttterstock เว็บสต็อกโฟโต้ชั้นนำของโลก (Part 1)

ถ้าจะให้พูดถึงเว็บสต็อกโฟโต้หรือไมโครสต็อกชั้นนำของโลก ณ จุดนี้ คงหนีไม่พ้นเว็บ Shutterstock เว็บเพิ่งที่ก่อตั้งมาได้ 10 ปี แต่ได้รับความนิยมของผู้ซื้อ (customers) และผู้ขาย (contributors) จากทั่วโลกเป็นอย่างมาก

http://www.shutterstock.com/?rid=591133
รูปที่ 1 - Shutterstock logo

ผมลองค้นดูแนวโน้มของกระแสความนิยมของ Shutterstock ใน "Google Trends" เมื่อเทียบกับเว็บเอเจนซี่ไมโครสต็อกระดับแนวหน้าด้วยกันอย่าง iStockphoto, Fotolia, Dreamstime และ 123rf ผลดังกราฟรูปที่ 2 จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตของ Shutterstock ดีขึ้นอย่างมาก รองลงมาก็เป็น Fotolia และ 123rf ส่วนเว็บ iStockphoto จากเดิมเคยนำมากก่อน แต่ค่อนข้างจะแผ่วซ่ะแล้ว โดยระยะครึ่งปีหลังมานี้ iStockphoto มีการปรับกลยุทธ์มากมาย ตั้งแต่ลดราคาขายลงครึ่งราคา ปรับลดความเข้มงวดในการสอบเข้าก็น้อยลง และเพิ่มโควต้าการส่งรูปต่อสัปดาห์มากขึ้น เป็นต้น

รูปที่ 2 - กราฟเปรียบเทียบแนวโน้มของ 5 เว็บไมโครสต็อกชั้นนำ (ที่มา: Google Trends, เมื่อ 17 Nov 2013)

จากความโดดเด่นอย่างมากของเว็บ Shutterstock จึงทำให้น่าคิดว่าเขาใช้กลยุทธ์อะไรในการดึงช่างภาพ (photographers) ศิลปินรูปวาด (illustrators) และศิลปินวิดีโอ (videographers) ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพฝีมือดีจากทั่วโลกมาร่วมงานด้วย แล้วมีความพอใจกับส่วนแบ่งรายได้ที่ได้รับ

รูปที่ 3 - กราฟเปรียบเทียบแนวโน้มของเว็บไมโครสต็อกกับเว็บสต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิม (ที่มา: Google Trends, เมื่อ 17 Nov 2013)

จากการแจ้งเกิดของวงการเว็บเอเจนซี่ไมโครสต็อก อาทิเช่น Shutterstock, iStockphoto, Fotolia เป็นต้น ทำให้เว็บเอเจนซี่สต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิม (traditional stock) อย่าง Gettyimages และ Corbis ต่างก็มีแนวโน้มของกระแสความนิยมที่ตกลงเรื่อยๆ ดังรูปกราฟที่ 3 ระดับความนิยมของเว็บเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ทั้งสองตกลงสวนกระแสกับรุ่นน้องที่กำลังพุ่งแรง

จากข้อมูลข้างต้นผมเองก็ยังไม่เชื่อหรอกนะว่าเว็บ Shutterstock จะเป็นพระเอกในขณะนี้ จึงได้หาข้อมูล "Google PageRank" หรือตัววัดความสำคัญของเว็บโดยกูเกิล มีคะแนน 0 ถึง 10 และถ้ายิ่งมีเลขมากก็ยิ่งมีความสำคัญมาก และอีกตัววัดนึงเป็นค่า "Alexa Rank" หรือการจัดอันดับการเข้าชมเว็บจากทั่วโลกโดย alexa ซึ่งเว็บไหนมีตัวเลขยิ่งน้อยก็จะดีกว่าเว็บที่มีตัวเลขมาก

ผมได้รวบรวมเว็บไมโครสต็อกและเว็บสต็อกโฟโต้แบบดั้งเดิมเท่าที่ผมรู้จัก มาจัดเรียงอันดับความนิยมมากที่สุดไปหาน้อย อ้างอิงตามเกณฑ์ลำดับของทั้งสองค่ายดังที่กล่าวมา ตามตารางด้านล่างครับ

No. Stock Photos Google
PageRank
Alexa
Rank
1. Shutterstock 8 228
2. iStockphoto 7 350
3. 123rf 6 403
4. Fotolia 7 464
5.Dreamstime 7 727
6. Depositphotos 6 1,134
7. Bigstockphoto 6 2,087
8. Freedigitalphotos 7 2,259
9. Gettyimages 7 2,714
10. Photodune 6 3,194
11. Canstockphoto 6 4,451
12. Pond5 6 8,301
13. Colourbox 7 8,900
14. Corbis 7 9,139
15. Alamy 6 13,412
16. Veer 6 18,776
17. Yaymicro 4 19,434
18. Stockfresh 5 21,766
19. Graphicleftovers 5 35,876
20. Panthermedia 5 41,981
21. Kozzi 4 43,862
22. Crestock 5 45,345
23. Cutcaster 5 53,513
24. Pixmac 6 63,317
25. Mostphotos 4 74,087
26. Photokore 3 171,871
ตารางที่ 1 - การจัดอันดับเว็บสต็อกโฟโต้โดยใช้ Google PageRank และ Alexa Rank

ข้อมูลการจัดอันดับของผมเองใน 5 อันดับแรง เป็น Top 5 จากหนังสือของคุณสุระ ได้เขียนแนะนำไว้ นั่นคือ Shutterstock, iStockphoto, 123rf, Fotolia และ Dreamstime สำหรับช่างภาพหรือศิลปินรูปวาดท่านใด สนใจหารายได้จากเว็บสต็อกโฟโต้ ก็ให้เริ่มจาก 5 เว็บนี้ก่อนได้เลย รับรองไม่ผิดหวังครับ และถ้ามีเวลาว่างมากขึ้น ก็ทยอยส่งไปยังเว็บเอเจนซี่ที่เหลือได้เลย (ยกเว้น Gettyimages และ Corbis ที่มีการคัดกรอกช่างภาพอย่างเข้มงวด)

www.jonoringer.com
รูปที่ 4 - Jon Oringer (ที่มา: jonoringer.com)

เกริ่นนำความหล่อเท่ของ Shutterstock ไปแล้ว เรามาดูข้อมูลทั่วไปของบริษัท Shutterstock, Inc. กันซักนิดครับ เว็บ Shutterstock เริ่มออนไลน์ครั้งแรกเมื่อปี 2013 ก่อตั้งโดยนาย "Jon Oringer" มีสำนักงานอยู่ที่ New York, USA (ปัจจุบันมีพนักงานในบริษัทเกือบ 300 คน)

ปัจจุบันเว็บมีไฟล์พร้อมขายอยู่ที่ประมาณ 31 ล้านไฟล์ ประกอบด้วย ภาพถ่าย (photos), กราฟิกเวกเตอร์ (vector graphics), รูปวาด (illustrations) และคลิปวิดีโอ (video clips) ถูกผลิตขึ้นจากผู้ขายกว่า 40,000 รายทั่วโลก และมีลูกค้าทั่วโลกรอซื้ออยู่ประมาณ 750,000 ราย เว็บไซต์ให้บริการไปยัง 150 ประเทศ มีระบบภาษารองรับทั้งหมด 20 ภาษา ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "ภาษาไทย" ด้วยครับ

บริษัท Shutterstock, Inc. เติมโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2009 บริษัทได้ซื้อกิจการเว็บไมโครสต็อกระดับกลาง "Bigstockphoto" และจากนั้นในปี 2012 ก็ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในชื่อ "SSTK" (ดูกราฟราคาหุ้นได้ดังรูปที่ 7) ถัดมาก็เปิดให้เว็บแบรนด์น้องใหม่ที่ชื่อ "Offset" เพื่อเป็นเว็บให้บริการสต็อกโฟโต้ระดับคุณภาพเยี่ยม (premium stock photos) งานนี้ Shutterstock หวังปั้น Offset เข้าถ้าชนรุ่นพี่อย่าง Gettyimages และ Corbis อย่างไม่น่าสงสัย

รูปที่ 5 - หน้าแรกของเว็บ Shutterstock ระบบภาษาอังกฤษ

รูปที่ 6 - หน้าแรกของเว็บ Shutterstock ระบบภาษาไทย

จากเอกสารที่เผยแพร่สำหรับนักลงทุนในเว็บ Shutterstock ได้ยกตัวอย่างกลุ่มลูกค้าของบริษัทเอาไว้ อาทิเช่น บริษัท Apple, Oracle, Accenture, BCG, AOL, Universal, AP Associated Press, Barnes & Noble, ABC News, News Corporation,  McKinsey&Company, Corbis เป็นต้น (น่าแปลกใจที่ corbis ก็เป็นลูกค้าของ Shutterstock ^_^)

ข้อมูลของผู้ผลิตผลงาน (ประมาณ 40,000 ราย) ไปฝากขายที่เว็บ Shutterstock นั้น ก็มากมายเช่นกัน มีสถิติจากเว็บ Shutterstock ประมาณยอดไฟล์ใหม่ที่ผ่านการตรวจมีมากกว่า 150,000 ไฟล์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ตกเดือนนึงมีไฟล์ใหม่ออนไลน์ในเว็บอยู่ที่ประมาณ 600,000 ไฟล์ เยอะมว้ากก...

รูปที่ 7 - กราฟราคาหุ้นของ Shutterstock (NYSE: SSTK)

ผมลองสำรวจจำนวนรูปในทุกหมวดหมู่ของเว็บ Shutterstock (ไม่รวมวิดีโอ) ดังตารางที่ 2 ก็เริ่มสังเกตเห็นว่ากระแสกราฟิกเวกเตอร์/รูปวาด กำลังมาแรงเรื่อยๆ อย่างเช่นหมวดหมู่ Illustrations/Clip-Art, Vector คือกลุ่มหลักๆที่สะสมงานประเภทนี้ไว้เยอะ และนอกจากนั้นในหมวดหมู่อื่นๆ รูปที่ติดอันดับขายดีก็มีรูปแนวเวกเตอร์ปะปนอยู่จำนวนมาก เท่าที่ประเมินด้วยสายตา รูปเวกเตอร์ขายดีกว่ารูปแนวภาพถ่ายประมาณ 2 เท่าเลยทีเดียวครับ

มองในแง่โอกาสของศิลปินนักวาดภาพแนว Illustrators ยังมีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับท่านอยู่มาก ในส่วนช่างภาพก็ยังพอมีที่ยืนได้ถ้าผลงานเราโดดเด่น แปลกใหม่ ซึ่เว็บ Shutterstock นี้ยังเป็นขุมทองของนักล่าฝันอยู่น่ะครับ

หมวดหมู่ จำนวนรูป
(ล้านรูป)
Abstract 2.6
Animals/Wildlife 1.8
The Arts 0.7
Backgrounds/Textures 4.6
Beauty/Fashion 2.3
Buildings/Landmarks 1.6
Business/Finance 1.7
Celebrities 0.8
Editorial 1.9
Education 0.5
Food and Drink 3.8
Healthcare/Medical 0.9
Holidays 1.5
Illustrations/Clip-Art 8.5
Industrial 5.9
Interiors 3.5
Miscellaneous 1.1
Model Released Only 5.6
Nature 4.4
Objects 4.2
Parks/Outdoor 2.5
People 7.0
Religion 0.3
Science 0.1
Signs/Symbols 1.5
Sports/Recreation 1.1
Technology 0.8
Transportation 0.5
Vectors 4.1
Vintage 0.8
ตารางที่ 2 - จำนวนรูปในแต่ละหมวดหมู่ของเว็บ Shutterstock

เตรียมตัวกันก่อนที่จะลุยสมัครเป็นผู้ขายในเว็บ Shutterstock (Become a Contributor)
  •  ก่อนที่จะเป็น Contributor ที่นี่ได้ต้องผ่านการสอบคัดเลือกเสียก่อน โดยต้องส่งภาพถ่ายหรือรูปกราฟฟิกเวกเตอร์ไปสอบก่อน 10 ภาพ และต้องผ่าน 7 รูปขึ้นไป ถ้าสอบไม่ผ่านก็ต้องรอประมาณ 1 เดือน ถึงจะกลับมาสอบใหม่ได้
  • ในการส่งรูปไปสอบคัดเลือก ต้องแนบเอกสาร passport ไปพร้อมกันตั้งแต่ตอนสมัครสอบเลย ถ้าเอกสารไม่พร้อม ก็จะไม่ผ่านการพิจารณา
  • ภาพถ่ายหรือรูปแนว Illustrations กำหนดเป็นไฟล์ฟอร์แมต JPG มีความละเอียดขั้นต่ำที่ 4.0 ล้านพิกเซล (min. 4.0 megapixels)
  • กรณีเป็นไฟล์ vector กำหนดรับเป็นฟอร์แมต EPS มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 15 MB (max. 15 MB)
  • กรณีเป็นคลิปวิดีโอ แนะนำส่งเป็นฟอร์แมต MPEG หรือ MOV ที่เป็นไฟล์ HD  หรือวิดีโอที่มีขนาดความละเอียดขั้นต่ำที่ 480 x 640 พิกเซล โดยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 7 วินาที และไม่เกิน 60 วินาที

ในตอนแรกนี้ผมก็วิเคราะห์เบาๆ ตามความคิดตัวเองไว้แค่นี้ก่อน ส่วนบล็อกหน้าเราก็มาลุยสมัครขายรูปที่ Shutterstock กันเลยครับ... ขอบคุณที่ติดตามกันน่ะครับ ^_^

Sunday, October 27, 2013

สร้างรายได้จากกล้องของคุณ! จาก DCM Thailand

Author: Angela Nicholson
Credit: Digital Camera Magazine (Thailand)

ผมได้อ่านบทความนึงจากนิตยสาร Digital Camera ฉบับภาษาไทย ได้เขียนถึงช่องทางการสร้างรายได้ของช่างภาพเอาไว้ เห็นว่าดีมีประโยชน์เลยขออนุญาติมาเล่าสู่กันฟังครับ (ท่านใดอยากอ่านละเอียดก็อุดหนุนนิตยาสาร DCM กันได้น่ะครับ)

ผู้เขียนบทความ (Angela Nicholson) ได้พยายามสรุปออกมาให้เห็นว่ากล้องถ่ายภาพ เสนส์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆเลย ที่เหล่าช่างภาพอย่างเราๆ ครอบครองอยู่นั้น จะดีไหมถ้ามันสามารถสร้างรายได้กลับมาให้ช่างภาพเหล่านั้น

นิตยสาร Digital Camera - September 2013


ขายภาพพิมพ์

ช่างภาพที่มีผลงานภาพถ่ายที่ดูมีศิลปะอยู่ในตัว สามารถทำเงินจากภาพได้ด้วยการขายภาพพิมพ์ผลงานของตัวเอง โดยอาจจะอยู่ในรูปของ การ์ด ปฏิทิน หรือการเข้ากรอบให้สวยงาม แล้วไปฝากวางขายตามร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือแกลลอรี่

การแสดงผลงานผ่านร้านอาหาร/ร้านกาแฟ (Photo credit: David Sifry / flickr.com)

แน่นอนว่าการทำวิธีนี้ ย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้นจากการผลิตสินค้า เช่นค่าพิมพ์ ค่ากระดาษ ค่าเข้ากรอบรูป แล้วมีความยากในการติดต่อกับเจ้าของร้านต่างๆ เมื่อติดต่อได้วางผลงานแล้ว ก็ต้องมาลุ้นการขายว่าสำเร็จหรือไม่ และถ้าขายได้ แน่นอนว่าย่อมต้องมีการแบ่งส่วนรายได้ให้กับสถานที่ที่เราไปจัดแสดงด้วย

ในเมืองไทยผมว่าคอนเซ็ปนี้ก็คงพอมีบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก แต่ผมว่าในเมืองนอกคงมีเยอะมาก แล้วก็มีการเสนอขายผลงานภาพพิมพ์ผ่านเว็บไซต์กันมากมาย ช่างภาพที่มีพอนำเสนอผลงานผ่านเว็บแกลลอรี่ได้ ก็มีโอกาสขายงานได้ทั่วโลกครับ


ส่งงานตีพิมพ์

การส่งผลงานไปตีพิมพ์ตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ (Photo credit: Jessica Spengler / flickr.com)

อีกช่องทางหนึ่งที่ผู้เขียนแนะนำคือการนำเสนอผลงานภาพถ่ายของเราไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ เพื่อขายงานไปสู่การตีพิมพ์ ในเมืองไทยผมว่าคงยากสักหน่อยเพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็คงมีช่างภาพประจำกันอยู่แล้ว ซึ่งคงน้อยในการพิจารณาซื้อภาพจากช่างภาพอิสระ และเดี๋ยวนี้วงการโฟโต้สต๊อกก็โตมาก ทำให้ตัวเลือกในการหาภาพมีมากมาย


ถ่ายภาพพิธีวิวาห์

การรับจ้างถ่ายงานแต่งงานหรือการถ่าย pre-wedding ในเมืองไทยผมว่าเป็นที่นิยมมากๆ ช่างภาพมืออาชีพฝีมือดีก็มีค่าตอบแทนที่สูงเลยทีเดียว ผู้เขียนเธอได้แนะนำว่า ถึงแม้คุณยังไม่สามารถเป็นช่างภาพหลักของงานวิวาห์นั้น แต่ก็สามารถเป็นช่างภาพเสริมเพื่อช่วยถ่ายภาพในมุมอื่นๆ (มุมแปลกๆ) และภาพเบื้องหลัง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่น้อย

การถ่ายรูปงานแต่งงาน (Photo credit: Daniel Ramirez / flickr.com)

ผู้เขียนเธอไม่ได้พูดถึงช่างภาพถ่ายงานรับปริญญาเอาไว้ ผมคิดว่าในไทยถือว่าเป็นการหารายได้อย่างหนึ่ง ที่เป็นบันไดก้าวแรกของการหารายได้ในรูปแบบอื่น เริ่มแรกช่างภาพมือใหม่ขอแค่ไปฝึกถ่ายให้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในแบบกันเองไปก่อน ซักพักการว่าจ้างในราคาย่อมเยาว์ก็จะตามมา และผ่านไปสู่ค่าตัวที่สูงขึ้นในอนาคตครับ

การถ่ายภาพรับปริญญา (Photo credit: Will Folsom / flickr.com)


ถ่ายภาพสำหรับสต๊อก

แล้วก็มาสู่ประเด็นหลักที่ผมจะมาเล่าสู่กันฟัง ก็การขายภาพถ่ายภาพเว็บโฟโต้สต็อก ผู้เขียนเธอได้ให้คำนิยามไว้ว่า "ห้องสมุดภาพถ่าย"

"ความต้องการภาพใหม่ๆ ของห้องสมุดภาพเป็นสิ่งที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่คุณต้องคิดด้วยว่าภาพไหนที่จะขายได้" เธอกล่าว คือความจริงที่สะท้อนถึงวงการโฟโต้สต๊อก เพราะมีเพื่อนผมหลายคนถามว่า "รูปทุกอย่างก็มีช่างภาพเค้าถ่ายกันหมดแล้ว แล้วเราจะถ่ายภาพอะไรส่งไปขายดี?" หรือไม่ก็ถามว่า "แล้วภาพแบบนี้จะขายได้เหลอ?" ผมก็ตอบไปว่า อย่าไปกังวลมีโอกาสขายได้เสมอ เพียงแค่ว่าจะขายได้ช้าหรือเร็ว แล้วถ้ารูปที่คิดว่ามันจะไปซ้ำกับภาพอื่นๆ และถ้าเราคิดนำเสนอในมุมมองใหม่ๆ แปลกตา เหล่าลูกค้าที่รอซื้อรูปใหม่อยู่ เค้าก็ไม่รีรอที่จะซื้อรูปแปลกๆเหล่านั้น 555+

การส่งขายภาพภ่ายในโฟโต้สต๊อก (Photo credit: Robert Couse-Baker / flickr.com)

ผู้เขียนบอกถึงจุดประสงค์ของห้องสมุดภาพไว้ว่า เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างช่างภาพและผู้คน บริษัท องค์กรที่ซื้อภาพถ่าย ห้องสมุดทำการจัดเก็บภาพถ่ายจำนวนมากที่แบ่งประเภทเอาไว้ และผู้ซื้อสามารถค้นหาภาพที่ต้องการผ่านทาง keywords จากนั้นก็สามารถเข้าสู่กระบวนการจ่ายเงินได้ในทันที

ในบทความได้สัมภาษณ์ Alan Capel ผู้เชี่ยวชาญจากเว็บ alamy.com ในพาดหัวที่ว่า "เคล็ดลับวงในจาก Alamy"
  


เว็บ alamy.com

Q: ทุกๆคนส่งงานได้ใช่ไหม?
A: แน่นอน แต่ภาพต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพก่อน ที่ alamy มีภาพจากมือสมัครเล่นฝีมือดี ไปจนถึงช่างภาพมือรางวัลระดับโลก

Q: คุณจะแนะนำกล้องรุ่นไหนเป็นพิเศษไหม?
A: โดยทั่วไปเราแนะนำให้ใช้กล้อง DSLR ที่มีความละเอียด 6 ล้านพิกเซลหรือสูงกว่านั้น

Q: คุณมองหาอะไรในภาพถ่าย?
A: เราตรวจสอบเฉพาะคุณภาพทางเทคนิคเท่านั้น alamy จะไม่กำหนดโชคชะตาของภาพถ่ายให้ขึ้นอยู่กับผู้ตรวจภาพคนเดียว เพราะความสวยงาม ความเหมาะสมนั้นมักจะขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ใช้งาน เรามีตัวอย่างจำนวนมากสำหรับภาพที่ถูกตีกลับโดยเอเยนซี่อื่นๆ แต่สามารถขายได้ที่ alamy

Q: อะไรคือสาเหตุหลักของการตีกลับ?
A: กล้องไม่เหมาะสม ภาพมีความเบลอและไร้ความชัดเจน ภาพที่ไม่มีการกำจัดริ้วรอยหรือเม็ดฝุ่น

Q: ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าต้องการภาพแบบไหน?
A: เราขายภาพถ่ายทุกๆอย่าง แต่ก็มีบางแนวที่ขายดีแบบเทน้ำเทท่า อย่างเช่นภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยม ภาพธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่มีภาพคนก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

นอกจากนี้ Alan ได้กล่าวเสริมอีกว่า... "ถ่ายสิ่งที่คุณชอบและถ่ายด้วยสไตล์ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของคุณ แค่นี้ตลาดก็จะมาหาคุณเอง คุณจำเป็นต้องมีพื้นฐานที่ดี แสงที่ดี องค์ประกอบภาพที่สวยงาม เวลาที่คุณถ่ายภาพคุณต้องถามตัวเองว่า คุณจะสามารถนำภาพนี้ไปใช้ได้อย่างไร? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ไม่ได้ คุณก็ไม่ควรส่งภาพนี้มา!"... แรงส์... โดนใจผมจริงๆ เจ็บจี๊ดๆ 555+

หมายเหตุ: คำถาม/คำตอบ ของคุณ Alan ผมยกมานำเสนอแค่บางส่วน รายละเอียดเพิ่มเติมหาอ่านได้ในนิตยสาร DCM น่ะครับ

ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าครับ ^^

Monday, September 30, 2013

Tom Yam Koong soup with noodles, Bangkok

Canon EOS 650D + EF-S 18-55mm f3.5-5.6 IS II
1/32 sec, f4.5 at 34mm ISO 400

Date: September 27, 2013 (06:02 p.m.)
Place: ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ จ.กรุงเทพฯ (Train Market Srinakarindra, Bangkok)

ตลาดนัดรถไฟ เป็นตลาดนัดเกิดใหม่ในชื่อเดิม (ทีมบริหารเดิม) ซึ่งย้ายมาจากที่เก่าจากย่านจตุจักรมาที่ใหม่แถวศรีนครินทร์ อยู่ในซอยศรีนครินทร์ 51 ด้านหลังห้างซีคอนสแควร์ เปิดศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเย็นจนถึงดึก

เป็นแหล่งรวบรวมของเก่า ของสะสม เสื้อผ้า สินค้าสุดชิคต่างๆ และอาหารอร่อย ร้านหนึ่งที่ผมไปแวะชิม "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งแม่น้ำ" กุ้งตัวใหญ่ น้ำเข้มข้น อร่อยได้ในราคา 60 บาท ด้วยวิญญาณสต๊อกเกอร์ผมเลยจัดไป 4-5 รูป เอามาประดับ portfolio ซักหน่อย :)