Home   |   Galleries   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock English Version   |   Mobile Version    

Monday, August 11, 2014

สัญจรครั้งแรก ณ โคราช

"อยากให้คุณกร แนะนำเทคนิค การถ่ายรูปดีๆให้ จะเป็นการรบกวนไหมค่ะ"

ข้อความทักจากคุณรส เพื่อนในเฟสบุ๊ค ซึ่งสนใจการถ่ายภาพขายออนไลน์ แต่ยังติดปัญหาในหลายเรื่อง เลยอยากให้ผมช่วยไปสอนให้หน่อย โดยมีเพื่อนร่วมงานของคุณรสอีก 5-6 ท่านที่สนใจเช่นกัน

"ยังไงดีว่ะเนี่ย ไม่มั่นใจจริงๆ" ผมคิดอยู่ในใจ (- -")

ผมก็ตอบกลับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ (ยังตั้งตัวไม่ติด) เพราะคิดว่าตัวเองยังดีไม่พอสำหรับสอนถ่ายภาพ เลยซักถามพื้นฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพของคุณรสและเพื่อนๆแล้ว.... "เอาว่ะ น่าจะพอสอนได้"... เลยตอบตกลงกับคุณรสไป

เตรียมเอกสารการสอน

พอนัดแนะเวลากันคร่าวๆ และชักชวนสต๊อกเกอร์หน้าใหม่ไฟแรงคุณ Toony ไปร่วมทริปตะลุยโคราชกัน

สิ่งที่ผมกังวลเป็นสิ่งแรกๆคือ ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องทฤษฎีการถ่ายภาพเท่าไหร่นัก ก็เคยหาอ่านในอินเตอร์เน็ตมาประมาณหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน แต่พอได้ลงภาคปฏิบัติหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มองว่าภาคทฤษฎีเป็นเรื่องไร้สาระจริงๆ มันคือสิ่งที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเป็นกรอบกั้นความคิดสร้างสรรค์ ระดับผมนี่ ต้องออกนอกกรอบซิว่ะ (ทำเป็นเก่ง 555+)

คุณ Toony มืออาชีพมาเอง
ผมใช้เวลานั่งศึกษาวิชาการถ่ายภาพเบื้องต้นอยู่ 2-3 วัน เพื่อทำเอกสารประกอบการสอนในฉบับเร่งรัด ทำให้เข้าใจบางสิ่ง(และหลายสิ่ง)ที่ผมละเลยไปในช่วงแรกของการศึกษาการถ่ายภาพ ต้องขอบคุณทางคุณรสและเพื่อนๆ ที่เป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่ม ^_^

และอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ต้องสอนคือการส่งภาพขายออนไลน์ ซึ่งเรื่องนี้ผมพอที่จะพอไปวัดไปวาได้ ซึ่งคิดว่าคงไม่ใช่อุปสรรคในการสอนแน่นอน ก็เตรียมเอกสารไปแบบคร่าวๆ

ทริปตะลุยโคราชและอำเภอห้วยแถลง ภารกิจหลักคือไปเป็นวิทยากรสอนถ่ายภาพและส่งภาพขาย แต่ภารกิจรองนี่ซิ ผมตั้งใจมากกว่าภารกิจหลักเสียอีก นั่นคือ มาทำงานเป็นช่างภาพสต๊อก ถ่ายมันทุกอย่างที่พอขายได้

ทริปนี้ไป-กลับแบบชิลๆ ไม่เร่งรีบ ผมใช้บริการของรถไฟไทย ที่ยังคงรักษามาตราฐานการบริการที่ประทับจิต ประทับใจ คนไทยมาเป็นร้อยปี (ช้าไม่เคยเปลี่ยนแปลง 555+)

http://www.shutterstock.com/pic-209493262.html?rid=591133
รางรถไฟความเร็วต่ำของไทย ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นรางความเร็วสูงในอนาคตอันใกล้

ออกจากสถานีบางซื่อกรุงเทพประมาณ 2 ทุ่มกว่า ถึงสถานีโคราชตี 2 ครึ่ง (I State Railway of Thailand) รถล่าช้ากว่ากำหนดการไปแค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นประสบการณ์แปลกไปอีกแบบสำหรับการเดินเท้าหาที่พักตอนตี 3 (ดีน่ะที่จองผ่าน agoda ไว้แล้ว)

เช้ามาก็ออกจากที่พักสายนิดหน่อย และต้องรีบนั่งรถไปอีกอำเภอ เลยไปตั้งหลักที่สถานีขนส่งนครราชสีมา ใช้บริการรถทัวร์เพื่อมุ่งหน้าสู่ห้วยแถลง (แต่เสียดายที่อดแวะสักการะย่าโม)

บรรยากาศการพูดคุย
พอถึงอำเภอห้วยแถลง ทางคุณรส พี่ติ๊ก คุณอร คุณแดง และเพื่อนๆ(โทษทีครับผมจำชื่อไม่ได้ทั้งหมด) ก็ต้อนรับผมกับคุณ Toony เป็นอย่างดีมากครับ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี่อีกครั้งครับผม ^_^

หลังจาก 5 ชั่วโมงผ่านไปในการสอนแบบเล่าเท่าที่ผมรู้ ทำให้ผมทราบถึงอุปสรรคต่างๆ ของผู้ที่สนใจการถ่ายภาพและอยากส่งภาพขายเพื่อสร้างรายได้เสริม อุปสรรคหลักๆ จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นนี่แหละครับ เช่น การเตรียมภาพ, เตรียมเอกสาร Passport, การสมัคร PayPal, การสมัครเว็บไมโครสต๊อกต่างๆ เป็นต้น


ผมกับคุณ Toony ก็แชร์ประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมฟังได้ประมาณนึงน่ะ และมีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก ด้วยเวลามีน้อย แต่ก็จะพยายามมาเขียนบล็อกอธิบายรายละเอียดในภายหลังน่ะครับ

เย็นวันนั้นผมไปฝากท้องไว้กับร้านไก่ย่าง-ส้มตำ ขอบคุณ พี่ติ๊ก คุณรส ที่เป็นเจ้ามืออาหารมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ รวมถึงที่พักกาย ณ "สุขสันต์ รีสอร์ท"

http://instagram.com/korninrut
Selfie กันซักหน่อย

เช้าวันใหม่ ตื่นแต่เช้าตระเวนเดินหามุมถ่ายภาพ รอบๆที่พักและเดินไปเรื่อยจนถึงสถานีรถไฟห้วยแถลง และสำรวจรอบๆย่านตลาด อำเภอนี้เป็นอำเภอเล็ก เงียบๆ บรรยากาศโดยรอบเป็นทุ่งนาเสียส่วนใหญ่ เก็บภาพบรรยกาศไปจนเกือบเที่ยง ก็ขึ้นรถไฟกลับเมืองกรุง ถึงประมาณหกโมงเย็น จบทริปตะลุยโคราชเรียบร้อย

ปล. ถ้ามีโอกาส จะแวะไปกินไก่ย่างโคราชอีกน่ะครับ พี่ๆน้องๆชาวห้วยแถลง


http://www.shutterstock.com/pic-209493265.html?rid=591133

http://www.shutterstock.com/pic-209493259.html?rid=591133

http://www.shutterstock.com/pic-209493337.html?rid=591133

http://www.shutterstock.com/pic-209488708.html?rid=591133

http://www.shutterstock.com/pic-209493334.html?rid=591133

http://www.shutterstock.com/pic-209466691.html?rid=591133

Sunday, June 8, 2014

ไอเดียการปรับแต่งภาพถ่ายสำหรับงานสต็อกโฟโต้

"จบหลังกล้อง" หรือ "จบหลังคอมฯ" เป็นวลีที่ใช้ในกลุ่มช่างภาพด้วยกัน ว่าใครมีแนวในการได้มาซึ่งภาพถ่ายที่สวยงามนั้นด้วยวิธีใด "จบหลังกล้อง" คือช่างภาพจังหวะฝีมือ หลังจากเสียงของชัตเตอร์จบลง ไฟล์ภาพที่ได้แทบจะสมบูรณ์แบบ ทั้งความพอดีของแสง องค์ประกอบโดยรวมเป๊ะมากๆ แต่ก็มีเยอะ (ทั้งมือโปร มือกึ่งโปร หรือมือสมัครเล่น) ที่ได้ภาพออกมาแล้วยังไม่พอใจในสิ่งที่เห็น จำเป็นต้องส่งไป "จบหลังคอมฯ" ผ่านโปรแกรมอย่าง Adobe Lightroom หรือ Adobe Photoshop ซักหน่อย แล้วทุกอย่างจะแจ่มแจ๋ว :)

รูปที่ 1 - จบหลังกล้อง

ในยุคดิจิตอลเป็นอะไรที่หลีกหนีกระบวนการ "จบหลังคอมฯ" ไม่ได้จริงๆ ผมเองแทบทุกรูป จะต้องนำไปผ่านเวทมนต์ของ Photoshop ทุกครั้ง มากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่ง Photoshop อะไรมาก แบบว่าถ่ายภาพเพื่อนฝูงออกมาหน้ามืดกันทุกคน จำเป็นต้องไปปรับให้หน้าทุกคนสว่าง ให้สวย ให้หล่อ ก่อนที่จะส่งภาพนั้นไปอวดเพื่อนฝูง... แบบฟรุ้งฟริ้งๆ

http://www.adobe.com
รูปที่ 2 - โปรแกรมแต่งภาพยอดนิยม
แต่ใช่ว่าการ "จบหลังคอมฯ" จะเสกได้ทุกอย่างครับ ถ้าถ่ายมาเบลอ ดำมืดเกินไป สว่างจ้าเกินไป จนรายละเอียดหายไป หรือจัดองค์ประกอบไม่ดี เช่น ถ่ายใบหน้าเพื่อนแล้วหูหายไปข้างนึง ครั้นจะให้ Photoshop มาช่วยนั้น ลำบากแท้ๆ


เมื่อผมเข้าสู่วงการสต๊อกโฟโต้ใหม่ๆ ก็ยังไม่กล้าแต่งภาพอะไรมากมาย กลัวว่าทีมงานตรวจภาพของเว็บไมโครสต็อกจะรู้ว่าภาพถูกเติมแต่งมา แล้วจะส่งผลให้ภาพเหล่านั้นไม่ผ่านการพิจารณา พอผ่านไปซักระยะผมสังเกตุเห็นภาพของพวกฝรั่งที่อวดโฉมขายกันในเว็บ ทำไมสีมันสดมากๆ ทำไมกล้องของผมถึงถ่ายไม่สวยสดอย่างนี้บ้าง ก็เลยเริ่มลองของครับ

รูปที่ 3 - อาชีพช่างภาพสต๊อกโฟโต้
(*** Toony เป็นช่างภาพมือใหม่
และเพิ่งผันตัวเองมาเป็นคนขายภาพออนไลน์
เขาได้เริ่มเขียนบล็อกแนะนำประสบการณ์ตรง
จากคนถ่ายภาพไม่เป็นเลย
จนเข้าสู่วงการสต๊อกโฟโต้ในปัจจุบัน)
ช่วงแรกๆ ผมก็ลองปรับดูนิดๆหน่อยๆ เพิ่มความสว่างนิดนึง(Brightness) ปรับสีเข้มขึ้นนิดนึง(Saturation) ปรับความเปรียบต่างนิดนึง(Contrast) ปรับความคมชัดนิดนึง(Sharpen) ปรับแก้สีที่เพี้ยน(Color Balance) แล้วลองส่งไปตรวจดู บางรูปก็ผ่านแบบเฉียดฉิว บางรูปก็โดนตีตกแบบไม่เป็นท่าด้วยข้อหา ใช้เวทมนต์มากเกินไป "Overuse--Image has excessive noise reduction and/or excessive sharpening effects applied."

ทำไปสักพักแล้วเราจะรู้เองว่าการปรับแบบไหนเป็นการล้ำเส้น ปรับแบบไหนที่เหยียบบนเส้นพอดี และปรับแบบไหนที่ยังไม่ถึงเส้น ในส่วนเทคนิควิธีการปรับต่างๆ ผมยังไม่ลงรายละเอียดมากน่ะครับเพราะยังไม่เก่งพอ ฝีมือแค่พอเอาตัวรอดไปวันๆ 555+ ดังนั้นบล็อกนี้ผมจะเน้นไปที่แนวไอเดียการปรับแก้ภาพที่จบหลังกล้องไม่สวย ให้มาจบหลังคอมฯ แบบพอไปวัดไปวาได้ในแบบของผมเอง

เมื่อลองเปรียบเทียบรูปที่ 4 (ผลงานของผมเอง) กับรูปที่ 5 (ผลงานช่างภาพชาวแคนาดา) มันช่างดูแตกต่างกันเหลือเกิ้น... ซึ่งแน่นอนว่าเวลาที่ลูกค้าค้นเจอสองภาพนี้พร้อมๆกัน ลูกค้าก็ย่อมเลือกผลงานที่ดูสวยสดใสเป็นแน่แท้ ส่วนภาพผมก็เก็บไว้เป็นความภูมิใจส่วนตัวเงียบๆคนเดียว

http://www.shutterstock.com/pic-52694725.html?rid=591133
รูปที่ 4 - ภาพพระนอนวัดโพธิ์ ฝีมือของผมเอง (ดูเชยสิ้นดี)

http://www.shutterstock.com/pic-98302415.html?rid=591133
รูปที่ 5 - ภาพพระนอนวัดโพธิ์ ของมืออาชีพ (สวยงามยิ่งนัก)

ผมจะยกตัวอย่างภาพถ่ายแบบจบหลังกล้องของผมเทียบกับภาพที่ผ่านการปรับแต่งแล้ว และมีออนไลน์อยู่ในเว็บสต๊อกโฟโต้ จะได้เป็นไอเดียให้กับเพื่อนๆ ดังนี้


ปรับแสงให้พอดี

มาถึงไอเดียตัวอย่างแรก ซึ่งผมคิดว่าช่างภาพหลายๆท่าน คงมีภาพแนวนี้ที่ถ่ายมามันมืดไปหน่อย (Under) และถ้าจะส่งภาพเหล่านี้ไปขายเลยนั้น แน่นอนจะเสี่ยงไม่ผ่านการพิจารณา หรือถ้าฟลุ๊คผ่านไป (เหมือนรูปที่ 5 ของผม) โอกาสขายออกยากมากครับ ภาพนี้ผมปรับความสว่าง Exposure ขึ้น จากโปรแกรม Adobe Camera Raw

รูปที่ 6 - ดอกกล้อยไม้ (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.shutterstock.com/pic-70291756.html?rid=591133
รูปที่ 7 - ดอกกล้วยไม้ (หลังแต่งภาพ)


ปรับแก้ภาพเอียง

การถ่ายภาพด้วยมือเปล่าโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง ภาพที่ได้อาจจะมีเอียงบ้างไรบ้าง องค์ประกอบของภาพโดยรวมอาจจะดูไม่สวยงาม จะต้องผ่านกระบวนการหมุนภาพนิดหน่อย ผ่านฟังก์ชัน Edit > Transform > Rotate ของ Adobe Photoshop

รูปที่ 8 - วัดร่องขุ่น (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.dreamstime.com/stock-photography-image14556064#res2291920
รูปที่ 9 - วัดร่องขุ่น (หลังแต่งภาพ)


การครอปภาพ (Crop)

บางกรณี ภาพที่เราคิดกว่าถ่ายแบบจัดองค์ประกอบศิลป์ (Composition) ได้อย่างสวยงามแล้ว แต่คนตรวจภาพตามสต๊อกโฟโต้ในต่างประเทศอาจจะตาไม่ถึง มองงานศิลป์ของเราด้อยไป ผมเลยต้องนำภาพที่สวยอยู่แล้วนั้น(คิดไปเอง) มาตัดใหม่ผ่านการครอปในฟังก์ชัน Image > Crop ของ Adobe Photoshop

รูปที่ 10 - เสือโคร่ง (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.shutterstock.com/pic-59072032.html?rid=591133
รูปที่ 11 - เสือโคร่ง (หลังแต่งภาพ)


ปรับแก้ WB

แสงสีของภาพหลังจากที่เราถ่ายแบบจบหลังกล้องเสร็จแล้วนั้น แรกๆ ก็คิดว่าเหมาะสมแล้ว สวยงามแล้ว แต่พอโหลดลงคอมฯ เท่านั้นแหละ มองไปมองมา สีมันเพี้ยนๆยังไงไม่รู้ สำหรับช่างภาพมืออาชีพจะสามารถตั้งค่าสมดุลย์แสงสีขาว (White Balance) ให้เข้ากับทุกๆสถานการณ์ที่เจอ แต่มือสมัครเล่นอย่างผมก็ยังตั้งมั่วไปมั่วมา อันไหนพอดีก็ฟลุ๊ค อันไหนไม่พอดี ก็ไปจบหลังคอมฯ 555+ ผมปรับแต่งสีเพี้ยนโดยปรับ Temperature และ Tint ผ่านโปรแกรม Adobe Camera Raw

รูปที่ 12 - ห้องในโรงแรม (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.123rf.com/photo_20013545.html#foto76
รูปที่ 13 - ห้องในโรงแรม (หลังแต่งภาพ)


ลบฝุ่น ลบสิ่งไม่พึงประสงค์

กรณีนี้เป็นสิ่งที่มองแบบผิวเผิน อาจคิดว่าภาพเราก็โอเคแล้วน่ะ แสงโอเค สีโอเค องค์ประกอบยิ่งโอเคไปใหญ่ แต่คนตรวจภาพของเว็บสต๊อกโฟโต้ กลับมองในสิ่งที่เรามองไม่เห็น หรือบางสิ่งที่เราเห็นกลับคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก แต่สิ่งนั้นเพียงจุดเล็กๆ ทำให้ภาพไม่ผ่านการพิจารณา หรือถ้าผ่านไปได้ ยอดขายก็จะไม่ดีเท่าที่ควรครับ ผมมักรีทัชภาพ (Retouch) ผ่านเครื่องมือ Patch Tool ของ Adobe Photoshop

รูปที่ 14 - หน้าต่าง (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.shutterstock.com/pic-155280896.html?rid=591133
รูปที่ 15 - หน้าต่าง (หลังแต่งภาพ)


ลบโลโก้ เครื่องหมายทางการค้า

สิ่งหนึ่งนอกเหนือการควบคุมของช่างภาพสต๊อก คือไปเจอสิ่งที่สวยงาม แต่สิ่งนั้นดันมีข้อห้ามของทางเว็บสต๊อกโฟโต้ ทำไงได้หล่ะ ก็ต้องกดถ่ายความงามนั้นมาก่อนแล้วค่อยมาปรับแก้หลังคอมฯ ในภายหลัง บางกรณีการหาเหลี่ยมเพื่อหลบโลโก้นั้นก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆก็ต้องรีทัชออกน่ะครับ ผมมักใช้เครื่องมือ Patch Tool ของ Adobe Photoshop เข้าช่วย

รูปที่ 16 - รถแมคโครตักดิน (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.shutterstock.com/pic-119189023.html?rid=591133
รูปที่ 17 - รถแมคโครตักดิน (หลังแต่งภาพ)


ไดคัทภาพ (Die Cut)

มาถึงตัวอย่างสุดท้ายของบล็อกนี้ หลายต่อหลายรูปที่ผมได้ลองส่งไปขายแล้วมีทั้งไม่ผ่านการตรวจ ถึงผ่านไปได้ก็ขายไม่ได้เลย พอเริ่มศึกษางานของช่างภาพที่ขายดีๆ เค้าจะมีภาพหลังขาว (Isolated) ที่ถ่ายวัตถุอะไรก็ได้ ทำให้วัตถุนั้นง่ายต่อการนำไปใช้ของลูกค้า แน่นอน ผมไม่มีไฟสตูดิโอไว้ถ่ายในแนวนี้ แต่อยากมีภาพแนวนี้ประดับ Portfolio กับเค้าบ้าง ผมเลยต้องใช้กำลังภายในผ่าน Polygonal Lasso Tool ของ Adobe Photoshop ร่วมกับเทคนิคตัดโน้นแปะนี่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ ^_^

รูปที่ 18 - ทีวีเก่า (ก่อนแต่งภาพ)

http://www.shutterstock.com/pic-188987042.html?rid=591133
รูปที่ 19 - ทีวีเก่า (หลังแต่งภาพ)

บล็อกนี้นำเสนอไอเดียพอเป็นสังเขป ผมขอเก็บเล็กผสมน้อยประสบการณ์แต่งภาพให้มากกว่านี้ แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับผม :-)

http://instagram.com/korninrut
ไว้เจอกันบล็อกหน้าครับ

Wednesday, May 7, 2014

ทำธุรกิจออนไลน์ Stock Photos ครบ 4 ปีแล้วครัช!

ครบกำหนดที่ต้องสรุปยอดกันอีกซักที ในรอบ 4 ปี ที่ผมล้มลุกคลุกฝุ่นอยู่ในวงการ สต็อกโฟโต้ (Stock Photos) การที่ได้มีเวลามาสรุปผลในแต่ละปี ก็มีประโยชน์มากครับ ทำให้ได้เห็นหน้าเห็นหลัง ทำให้ได้คิดว่าจะเดินหน้าไปยังไงต่อ จะหยุดทำแล้วไปหาอาชีพที่มั่นคงกว่าทำดี หรือจะประคับประคองต่อไปเรื่อยๆ หรือจะตะลุยต่อไปให้ถึงที่สุด

(สามารถตามอ่านย้อนหลังบล็อกก่อนหน้านี้ "สรุปผล 3 ปีกับการขายภาพถ่าย/วิดีโอ ผ่านเว็บ Stock Photo" และ "2 ปีกับการขายภาพออนไลน์")

แน่นอนครับ ผมเลือกที่จะลุยมันต่อไป โดยมีเพื่อนหลายคนที่คิดจะเริ่มเข้าสู่วงการขายภาพถ่ายออนไลน์ ถามมาบ่อยๆว่า... วงการนี้จะอยู่ได้อีกนานไหม? วงการนี้จะเติบโตไหม? จะยึดเป็นอาชีพหลักได้ไหม?... ผมก็ตอบตามความเชื่อว่า วงการอยู่ได้อีกนานไม่ต้องห่วง แต่การจะยึดเป็นอาชีพหลักได้นั้น เราต้องมีผลงานที่โดดเด่นระดับนึงก่อน สะสมผลงานให้มากพอควร ถึงจะมียอดขายที่ดีสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (มีช่างภาพคนไทยหลายท่านที่ยึดวงการสต็อกโฟโต้เป็นอาชีพหลัก) แต่ถ้าจะทำเป็นอาชีพเสริม ผมว่ามันเหมาะมากที่สุดสำหรับคนที่มีใจรักในการถ่ายภาพทุกท่าน (ผมเองก็ยังอยู่ในสถานะนี้)


ในรอบ 3 ปีก่อนหน้านี้ ผมเองก็ยังไม่ค่อยภาคภูมิใจในการเป็นช่างภาพแนวสต๊อกเท่าไหร่นัก เพราะยังไม่ผ่านด่านการสอบเข้าเป็นช่างภาพของ iStockphoto ซึ่งเป็นหนึ่งใน Top 5 ของวงการสต๊อกโฟโต้ แต่พอเข้าปีในที่ 4 กับโอกาสการสอบในครั้งที่ 8 ในที่สุดผมก็ทำได้ครับ นั่นเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ผมยังเดินต่อในเส้นทางนี้ ^_^

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลง ผมได้สมัครเป็น Exclusive Videographer ที่ iStockphoto นั่นคือส่งวิดีโอขายให้กับที่เว็บ iStockphoto เว็บเดียวเท่านั้น ซึ่งจะได้ส่วนแบ่งรายได้ที่มากขึ้นอีกนิดหน่อย ก่อนหน้านี้ผมได้ลองฝึกการถ่ายวิดีโอเล่นๆ และลองส่งขายไปหลายเว็บ แต่ยอดขายก็ไม่ดีเลย ประกอบกับเวลามีน้อยเลยวัดดวงส่งแค่เว็บเดียวพอ ยอดขายก็พอมีมาบ้างแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ คงต้องฝึกฝีมืออีกหลายปี 555+

นอกจากนั้น ในปีที่ผ่านมาก็ได้สมัครเว็บสต็อกโฟโต้แห่งใหม่เพิ่มเติม ด้วยว่าอันตัวเรานั้นมันมีของอยู่แล้ว (รูปถ่าย) ก็เลยอยากจะหาที่ปล่อยของเพิ่ม ก็เริ่มส่งภาพไปยังเว็บ Pond5, Mostphotos, Pixmac, Cutcaster และ Clashot ซึ่งยอดขายยังคงบางตามากถึงมากที่สุด (ผิดหวังนิดหน่อย) ก็เลยกลับไปทุ่มเทกับเว็บสต๊อกโฟโต้ตัวหลักๆก่อน และถ้าว่างเมื่อไหร่ ฉันจะไม่ลืมจะแวะไปปล่อยของอีก

รูปที 1 - ภาพถ่ายที่ถูกเลือกเผยแพร่ในนิตยสาร "ข้าวไทย"

อีกหนึ่งความปลาบปลื้มใจส่วนตัวของผม คือไปเจอผลงานภาพถ่ายตัวเองได้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร "ข้าวไทย" ในฐานะคนชอบสร้างภาพ(ถ่าย) การได้ถ่ายภาพถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต การได้มีรูปออนไลน์บนเว็บเอเจนซี่ระดับโลกก็ดีใจมากแล้ว และยิ่งมีรูปขายได้ด้วยก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก (มีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง 555+)

ภาพชื่อว่า "Thai farmer" ภาพนี้อาจจะไม่ได้สวยงามมาก เพราะสมัยนั้นผมยังมือใหม่อยู่ แต่เมื่อลูกค้าชาวไทยเลือกซื้อไป (ไทยทำไทยใช้) ผมก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ (^^) นึกย้อนกลับไปก็อดขำไม่น้อย ผมถ่ายคุณยายท่านหนึ่งในแปลงนาข้างๆ แปลงนาของคุณแม่ผม ในยุคที่มีโครงการประกันราคาข้าว สมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ แต่ถูกนำมาใช้สะท้อนปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ :P


วกกลับมาเรื่องสรุปผลการขายภาพครบ 4 ปีกันดีกว่า ภาพรวมของวงการขายภาพออนไลน์ยังถือว่าไปได้ดีครับ รวมแล้วผมสมัครขายภาพไป 22 เว็บ แต่เว็บหลักๆที่ผมเน้นจริงๆ คือ 10 อันดับแรก (ดูตารางที่ 1) ในส่วนของรายได้รวมทุกเว็บ สี่แสนกว่าๆ ส่วนตัวแล้วผมว่ายังไม่เข้าเป้าน่ะ สำหรับงานที่ทำอยู่ 4 ปี (มันน่าจะได้มากกว่านี้ 555+) แต่ถ้ามองในแง่โอกาสของการเติบโตในสายงานนี้ยังเปิดกว้างอยู่มาก งานที่ต้องการไอเดีย งานที่ต้องขยั่นหมั่นเพียร เป็นงานอิสระ เป็นงานที่ทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งทำประจำติดอยู่กับออฟฟิต ไม่ต้องรูดบัตรเข้า 8 โมงเช้า รูดออก 5 โมงเย็น แค่มีคู่แข่งในระดับโลกเพียงไม่กี่แสนคนก็เท่านั้นเอง (- -")

No. Stock Photos Online images Online footages Total sales Total earnings(Baht)
1. Shutterstock 3,207 0 16,224 295,590
2. Freedigitalphotos 1,708 0 284 39,270
3. Fotolia 2,285 0 1,764 32,550
4. 123rf 3,716 0 1,046 26,760
5. Dreamstime 2,353 0 780 24,000
6. iStockphoto 2,222 115 108 17,249
7. Depositphotos 4,356 0 513 8,220
8. Canstockphoto 3,663 0 154 6,640
9. Veer 3,017 0 119 6,240
10. Photodune 3,991 0 228 6,240
11. Bigstockphoto 741 0 65 3,360
12. Graphicleftovers 3,167 0 73 2,940
13. Colourbox 4,422 0 313 2,720
14. Alamy 182 0 4 1,080
15. Yaymicro 2,920 0 17 510
16. Pond5 559 0 1 173
17. Photokore 2,151 0 12 90
18. Crestock 50 0 6 45
19. Mostphotos 1,090 0 1 40
20. Pixmac 265 0 1 30
21. Clashot 35 0 4 19
22. Cutcaster 70 0 0 0
     T O T A L 21,717 474,265
ตารางที่ 1 - Summary of microstock photography earnings (4 years)
หมายเหตุ:
  • Online images คือภาพใน Portfolio ที่ผ่านกันอนุมัติแล้ว
  • Online footages คือวิดีโอคลิปที่ผ่านการอนุมัติแล้ว (ผมส่งขายที่ iStockphoto เว็บเดียวเท่านั้น)
  • Total sales คือยอดรวมจำนวนการดาวน์โหลดของลูกค้า
  • Total earnings (Baht) คือยอดรายได้รวม 4 ปี (เรทในการคำนวณอยู่ที่ 30 บาท/เหรียญ)

ผมขอลงรายละเอียดเพิ่มเติมของเว็บ Shutterstock สักหน่อย เพราะเป็นเว็บเอเจนซี่รายใหญ่ที่ทำรายได้ให้ผมมากกว่าครึ่งของรายได้ทั้งหมดที่ได้มา เมื่อพิจารณาจากรูปที่ 2 เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์รายได้รวม 4 ปี แบ่งตามแต่ละเว็บเอเจนซี่ จะเห็นว่า Shutterstock นำโด่งที่ 62% รองลงมาเป็น Freedigitalphotos ที่ 8% เว็บนี้ทำให้ผมเซอร์ไพรส์มาตลอด จนสามารถทำรายได้เบียดแซง Fotolia, Dreamstime, 123rf และ iStockphoto

รูปที่ 2 - กราฟแสดงสัดส่วนรายได้รวมจากเว็บเอเจนซี่สต๊อกโฟโต้

บทวิเคราะห์ส่วนตัวของผม ยอดขายที่ดีในเว็บ Shutterstock นอกจากเป็นเพราะเว็บนี้ทำการตลาดได้ดีมาก อีกเหตุผลหนึ่งคือแนวการถ่ายภาพของผมคงเข้าทางกลุ่มลูกค้าของเว็บนี้ เช่น แนวธรรมชาติ ดอกไม้ ภาพวิว แต่แนวนี้คงไม่ทางเว็บ Fotolia, Dreamstime และ 123rf เอาซ่ะเลย 555+

ส่วนเว็บ iStockphoto ยอดขายยังเป็นรองอีกหลายเว็บ เพราะผมเพิ่งสอบผ่านเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 นี่เอง ทำให้ระยะเวลาในการขายยังไม่ถึงปี จึงทำให้สู้เว็บที่ขายมานานกว่า 4 ปีไม่ได้ คิดว่า iStockphoto น่าจะทำให้รายได้ให้ผมดีขึ้นในปีหน้า (หวังลึกๆ)

รูปที่ 3 - กราฟเปรียบเทียบสัดส่วนของรูปที่ขายได้กับรูปที่ขายไม่ได้

มาดูสถิติเกี่ยวกับสัดส่วนภาพที่ขายได้และขายไม่ได้(เล้ยจริงๆ) บางภาพนอนนิ่งอยู่ในพอร์ทผมมา 4 ปีเต็ม ไม่มีสัญญาณตอบรับจากลูกค้าเลย 555+ จากจำนวนรูปทั้งหมดในพอร์ทผมที่ Shutterstock (3,207 ภาพ) ภาพที่ขายไม่ได้เลยมีอยู่ถึง 44% ที่ขายได้แน่ๆก็ 56% แต่สัดส่วนภาพที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำมีอยู่แค่ 1-2% เท่านั้น!

ภาพที่มีจำนวนโหลดมากกว่า 50 โหลดขึ้นไป รวมแล้วมี 2% ซึ่งจำนวนอันน้อยนิดเหล่านี้สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ที่ได้จากเว็บ Shutterstock ทั้งหมด  ซึ่งแน่นอนว่าผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าภาพไหนอนาคตจะขายดีหรือไม่ จนกว่าลูกค้าจะเป็นผู้ให้คำตอบนั้น (คมมาก) บางภาพตั้งใจถ่ายมาก ลงทุนซื้ออุปกรณ์ประกอบมากมาย กลับขายได้แค่โหลดสองโหลด แต่ภาพที่ถ่ายแบบไม่ตั้งใจช่วงไปทริปต่างจังหวัดนี่และ ถ้าโดนขึ้นมาน่ะ กินยาวจริงๆครับ

รูปที่ 4 - กราฟแสดงจำนวนภาพในพอร์ทเทียบกับรายได้ในแต่ละปี

สำหรับสถิติปิดท้ายในบล็อกนี้คือ อัตราการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปของผม โดยแสดงให้ดูว่า จำนวนภาพที่ทยอยสะสมอยู่ในพอร์ท ยิ่งมีปริมาณมากขึ้น (ต้องเน้นคุณภาพด้วยน่ะครับ) อัตราการเติบโตของรายได้ก็ทยอยเพิ่มตาม รับรองว่าอาชีพสายงานคนชอบสร้างภาพ(สร้างวิดีโอและสร้างภาพเวกเตอร์) ส่งขายไปทั่วโลกนั้น ยังรุ่งอยู่น่ะครัช... พี่น้องครัชชช...