Home   |   PayPal   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock   |   Statistics English Version   |   Mobile Version    

Monday, July 16, 2012

การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์ Part 1

การเตรียมความพร้อมสำหรับจะขายรูปออนไลน์ผ่านไมโครสต็อก (Microstock
photography) แน่นอนครับท่านที่สนใจจะเริ่มการขายรูปออนไลน์ ต้องมีความสนใจในการถ่ายภาพในระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องถึงกับเป็นมืออาชีพ(ผมเองก็มือสมัครเล่นครับ) แต่ถ้ามีมืออาชีพท่านใดสนใจ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ^^

มีช่างภาพหลายท่านยังคงลังเลว่ามีความพร้อมสำหรับการนำผลงานออกขายออนไลน์ได้หรือยัง? ผมเลยขอเพิ่มความมั่นใจให้ท่านทั้งหลาย ด้วยการรวบรวมสิ่งที่มีความจำขั้นต้น ในการส่งภาพขายตามประสบการณ์ของผมเอง แน่นอนว่าในช่วงแรกก่อนส่งรูปขายผมก็มีความลังเลอยู่เหมือนกันครับ

1) ทำหนังสือเดินทาง
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมไว้ก่อนเลยครับ ทำหนังสือเดินทางหรือ Passport รอไว้ก่อนเลยครับ เพราะต้องใช้สำหรับยืนยันตัวตนกับทางตัวแทนขายภาพ (Micro stock agencies) เดี๋ยวนี้ราชการเค้าทำรวดเร็วทันใจครับ แล้วรอรับอีกประมาณ 3-7 วัน มีค่าใช้จ่ายในการทำพันกว่าบาทครับ (ดูระเบียบการขอหนังสือเดินทาง)


2) สมัคร PayPal
ถัดมาก็ต้องเปิดบัญชีธนาคารออนไล์กับ PayPal เพื่อเป็นแหล่งพักเงินแบบถูกกฎหมาย 555+ ก่อนที่จะโอนเป็นเงินเข้าธนาคารในไทยอีกที ขั้นตอนการเปิดบัญชีกับ PayPal อาจจะมีหลายขั้นตอนซักหน่อยแต่ก็ไม่เกินไปครับ ดูวิธีการสมัคร PayPal

Photo credit: paypal.com

3) เตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพ
เมื่อเตรียมสองอย่างแรกพร้อมแล้ว ขั้นถัดมาเป็นการเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพ สำหรับท่านใดที่มีอุปกรณ์พร้อมแล้วก็อ่านเล่นๆขำๆไปก่อนละกันครับ สำหรับผมแล้วอุปกรณ์ที่สำคัญ 2 อย่างที่ขาดไม่ได้เลยในวงการขายภาพคือ กล้องดิจิตอล+เลนส์ และขาตั้งกล้องเป็นเบื้องต้นน่ะครับ ท่านใดจะมีอุปกรณ์เสริมมากกว่านี้ก็ยิ่งดีครับ

     3.1) กล้องดิจิตอล (Digital SLR Camera) ผมเน้นไปที่กล้อง DSLR น่ะครับ เพราะกล้องเล็กกว่านี้ เช่นกล้องคอมแพค (Compact Camera) จะมีคุณภาพไฟล์ไม่ละเอียดพอที่จะส่งขายครับ ซึ่งกล้องคอมแพคถ้ามองในแง่ขนาดภาพที่ถ่ายได้จะดูใหญ่โตแต่ก็คุณภาพก็ยังสู้กล้อง DSLR ที่มีขนาดภาพที่เล็กกว่ายังไม่ได้

กล้องทางค่าย Canon ที่เป็น DSLR รุ่นเล็กสุดในปัจจุบัน Canon EOS 1000D ก็สามารถนำมาถ่ายภาพแนวสต็อกได้แล้วครับ เท่าที่ผมได้ทดลองแล้วคุณภาพไฟล์ค่อนข้างดีครับ และผมก็มีรูปที่วางขายออนไลน์โดยใช้กล้อง EOS 1000D อยู่ด้วยครับ :)

ส่วนกล้องค่าย Canon ที่เก่าสุดที่ผมได้ถ่ายแล้วนำรูปไปขายก็เป็น Canon EOS 300D จะมีขนาดความละเอียดสูงสุด 6.3 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดขั้นต่ำในการรับรูปของไมโครสต็อกหลายแห่ง (แต่บางแห่งขั้นต่ำสุด 4 ล้านพิกเซลก็มีครับ)

Camera Max resolution Effective pixels
Canon EOS 300D 3072 x 2048 6.3 megapixels
Canon EOS 30D 3504 x 2336 8.2 megapixels
Canon EOS 1000D 3888 x 2592 10.1 megapixels
Nikon D60 3872 x 2592 10.2 megapixels
Nikon D3000 3872 x 2592 10.2 megapixels
Canon EOS 1100D 4272 x 2848 12.2 megapixels
Nikon D5000 4288 x 2848 12.3 megapixels
Nikon D3100 4608 x 3072 14.2 megapixels

จะเห็นว่าในการพิจารณาเลือกกล้องมาใช้สำหรับงานถ่ายภาพส่งขายที่ไมโครสต็อกจะเน้นไปที่ขนาดความละเอียดไฟล์ภาพเป็นสำคัญ ส่วนฟีเจอร์อื่นๆของกล้องจะไม่ใช่ประเด็นหลักเท่าไหร่ครับ

ตัวอย่างรูปถ่ายจาก Compact Camera (Canon PowerShort S90)

จากรูปตัวอย่างผมถ่ายจากกล้อง Canon PowerShot S90 ถ่ายด้วย RAW ตั้งความละเอียด 3648 x 2736, ISO-100, f/7.1, 1/500 sec. แล้ว resize ภาพให้เล็กลงเพื่อจะได้ลด noise ให้มากขึ้น เป็นความละเอียด 2900 x 2175 แล้วลอง Zoom 100% ดูจุดที่มืดๆ หน่อยก็จะเห็น noise ก็ยังมากพอควร ซึ่งภาพนี้ถ้าส่งขายก็จะโดน reject เพราะ noise เยอะเกินไปนั่นเอง

     3.2) เลนส์ (Lens) สำหรับเลนส์ที่จะใช้ในการถ่าย ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ Kit ที่มากลับตัวกล้อง เช่น Canon EF 18-55mm ไปจนถึงเลนส์ระดับโปร ก็สามารถใช้ถ่ายได้หมดครับ ไม่มีประเด็นอะไรมากมาย

     3.3) ขาตั้งกล้อง (Tripod) สำหรับผมแล้วขาตั้งกล้องเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมาทันทีครับ เพราะภาพที่จะส่งขายจะต้องเป็นภาพที่คมชัด เน้นตรง "คมชัด" มากๆ ดังนี้ถ้าสถานที่ ไหนมีแสงน้อยแล้วละก็ อย่าลังเลที่จะใช้ตัวช่วยอย่างขาตั้งกล้องเลยน่ะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นขาตั้งที่ราคาแพงๆหรอก เอาแค่สามารถตั้งกล้องได้ก็พอแล้วครับ

4). เทคนิคการถ่ายภาพ
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว เราก็มาสร้างสรรค์ภาพถ่ายแนวสต็อกกันเลยดีกว่า ภาพแนวสต็อกก็ไม่ได้แตกต่างจากการถ่ายภาพทั่วๆไปเท่าไหร่ครับ เวลาผมออกทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ เราก็ถ่ายโน้นนี่ไปเรื่อย ทั้งภาพหมู่ ภาพวิว ภาพแคนดิดเพื่อนๆ ภาพอาหาร ก่อนกิน อะไรทำนองนี้อยู่เป็นประจำ พอเริ่มรู้จักไมโครสต็อก ผมก็เริ่มไปค้นรูปเก่าๆ ที่เคยถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวโน้นเที่ยวนี่ ภาพส่วนใหญ่ 95% นำมาขายไม่ได้เลยครับ 555+ เหตุผลอย่างแรกที่ไม่สามารถนำมาขายได้คือ ส่วนใหญ่เป็นภาพแนวที่ไมโครสต็อกเรียก กันว่าภาพ "สแนปช็อต" หรือ Snapshot ซึ่งมีคนให้คำนิยามไว้ว่า "การถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว"

ภาพ Snapshot อธิบายง่ายๆ ประมาณว่าเป็นแนวภาพที่เราไม่ได้ตั้งใจถ่ายอะไรมากมาย ถ่ายขำๆ สนุกๆ ไม่คิดอะไรมาก แต่การถ่ายแบบ Snapshot ที่ว่าไม่เหมาะกับขายที่ไมโครสต็อกนี้ผมก็สามารถเลือกออกมาส่งขายได้อยู่เหมือนกัน ซึ่งรูปที่ขายเป็นอันดับหนึ่งที่ Shutterstock ผมก็ถ่ายขำๆไม่ได้เน้นอะไรเลย แต่บังเอิญว่าขายได้ครับ ^^

ดังนั้นภาพแนว Snapshot ถ้าเลือกดีๆก็ขายได้อยู่เหมือนกันครับ แล้วถ้าท่านใดมีโอกาสได้ไปเที่ยวถ่ายภาพอีก ก็ต้องมีภาพแนวสต็อกบ้างแล้วหล่ะ ส่วนภาพแนวสแนปช็อตก็ยังถ่ายได้น่ะ เพราะเพื่อนร่วมทริปยังต้องการตากล้องที่เก็บภาพบรรยากาศในการเที่ยวอยู่ดี :)

ในส่วนตัวผม ภาพแนวสต็อก ผมให้นิยามไว้ว่า "ถ่ายเน้นๆ" หรือตั้งใจถ่ายให้มากกว่าเดิม นั่นคือให้เวลากับภาพที่จะถ่ายมากขึ้น คิดก่อนถ่ายว่าจะให้ภาพมีความหมายออกมาแนวไหน เพราะภาพสต็อค ต้องการภาพที่สื่อความหมายชัดเจน เช่น ภาพธรรมชาติที่ดูสดชื่น เราก็ต้องถ่ายออกมายังไงให้มันดูสดชื่น (นี่ซิโจทย์ที่ยากมาก 555+)

แต่ก่อนไปคิดภาพที่ดูสื่อความหมาย เราก็มาโฟกัสในส่วนกฎเกณฑ์เบื่องต้นของภาพที่จะถ่ายเพื่อส่งขายออนไลน์ได้ จะต้องตรวจสอบว่าเข้าตามกฎเบื้องต้นเหล่านี้หรือไม่

  4.1) ต้องไม่ใช้ภาพแนว Snapshot
  4.2) ต้องเป็นภาพที่คมชัด
  4.3) ต้องเป็นภาพที่วัดแสงพอดี
  4.4) ต้องเป็นภาพที่ไม่มี Noise
  4.5) ต้องเป็นภาพที่สีไม่เพี้ยน
  4.6) ต้องเป็นภาพที่มีองค์ประกอบที่ดี
  4.7) ต้องเป็นภาพที่ไม่มีโลโก้สินค้าใดๆอยู่ในภาพ
  4.8) ต้องเป็นภาพที่ไม่แต่งภาพจนโอเวอร์
  4.9) ถ้ามีรูปคนอยู่ในภาพต้องมีเอกสารเซ็นยินยอมจากคนนั้น
  4.10) ถ้ามีรูปสิ่งก่อสร้างอยู่ในภาพต้องมีเอกสารเซ็นยินยอมจากเจ้าของสิ่งก่อสร้างนั้น

เป็น 10 หัวข้อเบื้องต้นที่ช่างภาพจะต้องพิจาณาก่อนส่งภาพขายหรือก่อนถ่ายภาพใหม่ทุกครั้ง ถ้าไม่ติดในประเด็นเหล่านี้ ภาพที่ท่านส่งขายก็มีโอกาสผ่านการพิจารณาได้ง่ายขึ้นครับ ลองมาดูรายละเอียดของแต่ละหัวข้อกันว่ามีความหมายว่าอย่างไร

     4.1) ต้องไม่ใช้ภาพแนว Snapshot - ดังที่ได้กล่าวไปแล้วน่ะครับ ภาพแนวนี้ไม่ใช่ว่าจะส่งไปขายไม่ได้น่ะ แต่ถ้าส่งไปก็มีแนวโน้มจะไม่ผ่านการพิจารณาจากทีมงานตรวจภาพครับ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะผ่านก็ได้ใครจะไปรู้ :) ผมขอยกตัวอย่างภาพที่ผมส่งไปแล้วผ่านและไม่ผ่านให้ดูละกันครับ

ตัวอย่างรูปแนวสแนปช็อต ผมส่งขายที่ Shutterstock

จากรูปตัวอย่างเป็นรูปที่ผมถ่ายแนว Snapshot และพอลองส่งไปขายก็มีทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านการพิจารณา (แต่ส่วนใหญ่ไม่ผ่าน) ผมว่าทีมงานตรวจภาพของไมโครสต็อกหรือเรียกว่ากลุ่มนี้ว่า Inspector ก็มีหลายคนมันก็หลายมาตราฐานในการตรวจ แต่ส่วนใหญ่มาตราฐานสูงมาก แต่โดยรวมแล้ว ถึงแม้เป็นภาพแนวสแนปช็อต และผ่านเกณฑ์ข้อ 4.2 - 4.10 แล้ว เค้าจะดูว่าภาพมีความหมายมั้ย ถ้าดูแล้วภาพมันสื่อความหมายได้เค้าก็คงให้ผ่านได้ไม่ยากครับ

     4.2) ต้องเป็นภาพที่คมชัด - ภาพที่ส่งขายได้ต้องคมชัดตรงส่วนที่ต้องชัด เช่น เราถ่ายภาพคนแนว portrait ซึ่งต้องชัดตรงใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณดวงตา แต่เมื่อซูมหรือขยายเข้าไปดู 100% ของภาพแล้วปรากฏว่าดันไปชัดตรงไหล่นางแบบ แต่ส่วนใบหน้านั้นแอบเบลอนิดๆ ตัวอย่างนี้ถ้าส่งไปก็ไม่ผ่านแน่นอน ดังนั้นก็ต้องตรวจภาพแบบซูมดู 100% ทุกครั้งให้มั่นใจว่าชัดแน่นอน

ในบางครั้งถ้าเราดูภาพแบบไม่ได้ซูมเข้าไปดู 100% ก็ดูว่าชัดอยู่น่ะ แต่นั่นแหละมันดูไกลๆ ก็ว่าชัดแต่พอขยับเข้าไปใกล้ๆ มันดันเบลอซ่ะงั้น เทคนิคส่วนตัวผมแล้วเวลาถ่ายรูปผมขาดไม่ได้ที่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ถัดมาก็ปรับใช้ Auto fucus แน่นอน เพราะถ้าปรับ Manual focus โอกาสเบลอสูง แล้วก็จะมาดูตรงความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed) ผมจะเผื่อไว้ให้เร็วซักหน่อย และก็การเปิดรูรับแสง (Aperture) ก็จะไม่ใช้รูกว้างเกินไปในบางกรณี เพราะยิ่งเปิดกว้างมาก (ค่า f น้อยๆ) ยิ่งทำให้ความเบลอเข้ามากวนได้ง่ายครับ สำหรับเทคนิคลึกๆ ผมจะเขียนบล็อกอธิบายในภายหลังครับ

ตัวอย่างรูปถ่ายที่ไม่ชัด


ตัวอย่างรูปถ่ายที่คมชัด

จากรูปตัวอย่าง ถ้าดูรูปแบบไม่ซูมแล้วต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็น่าจะชัดดี แต่เมื่อซูมเข้าไปดูมันเบลอซ่ะงั้น ส่วนรูปแมวก็เป็นตัวอย่างภาพที่ขยาย 100% ขึ้นมาแล้วก็ยังคมชัด อย่างงี้ก็ส่งขายได้เลยพี่น้อง ^^

เนื่องด้วยเนื้อหา "การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์" ค่อนข้างยาวมาก ผมขอแบ่งเป็นสองตอนละกันครับ แล้วเจอกันตอนถัดไปครับ ^^

43 comments:

  1. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆครับ

    ReplyDelete
  2. ขอบคุณครับ กำลังเริ่มอยู่เหมือนกัน ตกไป รอบแรกละครับ ผ่านรูปเดียว เอาใหม่ๆ


    หนง

    ReplyDelete
    Replies
    1. ดูรูปที่มีขายอยู่แล้วบ่อยๆครับ พอเป็นไอเดียในการส่งรูปสอบต่อไปครับ ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมชม :)

      Delete
  3. แวะมาเยี่ยมชมนะครับ ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณครับผม ^^

      Delete
  4. เยี่ยมมาก ได้ความรู้มากมายจริงๆ ขอบคุณครับ :)

    ReplyDelete
  5. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
    เดี๋ยวคงต้องลองบ้างแล้วล่ะ...

    ReplyDelete
  6. ขอถามหน่อยได้มั๊ยคะ คือว่ามันขึ้นอย่างนี้ มันคืออะไรกรอค่ะ

    Note:
    • Do not put copyrighted keywords into description or keywords field,
    • Do not put name or brand of camera used to take the photos,
    • Modifying description and/or keywords of an image will send it back to pending queue.
    IMG_2731.JPG: Upload Failed
    Dimensions below requirement.

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอบตามหัวข้อเลยน่ะครับ
      - ไม่ให้ตั้งชื่อที่มีลิขสิทธิ์ลงในช่อง keyword หรือช่อง description เช่นชื่อ toyota, honda ให้เลี่ยงไปตั้งเป็น car, auto หรือ starbucks ให้เลี่ยงเป็น coffee
      - ไม่ให้ใส่ชื่อยี่ห้อของกล้องที่ใช่ถ่าย เช่น Canon 1000D
      - ให้แก้ไข description และ keyword แล้วส่งกลับไปใหม่

      IMG_2731.JPG: อัพโหลดผิดพลาด
      บรรทัดสุดท้ายแจ้งเตือนว่าขนาดของรูป (กว้างxยาว) น้อยกว่าที่ทางเว็บกำหนดไว้ครับ

      Delete
  7. รบกวนถามเกี่ยวกับการส่ง Passport ในการสมัคร ค่ะ

    เราจำเป็นต้องขีดคร่อมเหมือนเวลาเราใช้เอกสารบัตรประชาชนในการติดต่อข้อมูลใดๆ ในประเทศไทย มั้ยคะ มันมีวิธีสร้างความปลอดภัยกับข้อมูลที่เราส่งยังไงบ้างคะ หรือควรทำยังไงกับไฟล์ passport ของเรา คะ

    ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษค่ะ กำลังอยู่ระหว่างลองผิดลองถูก
    แนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ประเด็นความปลอดภัยของเอกสาร ช่วงแรกผมก็กังวลพอควร แต่เท่าที่อ่านหนังสือของคุณสุระมา ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประเด็นการนำข้อมูลส่วนตัวเราไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ผมก็มีการตีกรอบความปลอดภัยไว้ดังนี้ครับ
      1. ผมเลือกสมัครขายรูปและส่ง passport ไปเว็บที่น่าเชื่อถือครับ อันนี้สำคัญมาก
      2. ผมจะ resize ขนาดภาพ passport ให้เล็กที่สุด เอาแค่พอเห็นรูป อ่านชื่อ และวันเกิดได้

      สำหรับการขีดคร่อมคงไม่น่ามีปัญหาอะไรน่ะครับ เพราะจุดประสงค์ของทางเว็บคงแค่อยากยืนยันตัวบุคคลว่ามีตัวตนอยู่จริง และต้องเทียบชื่อใน possport ให้ตรงกับชื่อใน paypal ด้วย

      ส่วนประเด็นอื่นๆที่อาจจะมีการโอกาสทุจริตเกิดขึ้น ผมขอไปหาข้อมูลดูก่อนน่ะครับ ถ้าได้เรื่องอย่างไรก็จะมาเขียนบล็อกเล่าให้ฟังครับ :)

      Delete
    2. รบกวนอีกค่ะ เกี่ยวกับ model release
      ไม่ทราบว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับ visual reference of model เราต้องใส่ข้อมูลยังไงคะ ยกตัวอย่าง ภาษาอังกฤษ และอธิบายสั้นๆ ด้วยได้มั้ยคะ

      และต้องมีพยานเซ็นด้วยเหรอคะ

      ขอบคุณค่ะ (รอคำตอบค่ะ)

      Delete
    3. แล้วถ้ากรณีเราส่งรูปที่มีเราเองอยู่ด้วย เช่นรูปครอบครัว
      ใน model release
      เราต้องกรอกข้อมูลตัวเองทั้งสองส่วนเลยเหรอคะ
      ทั้ง model ทั้ง photographer

      Delete
    4. ให้เดาว่าเป็น model release ของ shutterstock ตรงส่วน "Visual Reference (Optional headshot or other reference may be included here. Nude imagery requires a driver license)" ให้นำรูปของนางแบบมาแปะครับ

      ส่วนพยานก็ต้องมีเซ็นครับ ในส่วนหัวข้อ "Witness" ครับ โดยกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

      Delete
    5. กรณีถ่ายภาพเราเอง เราก็ต้องใส่ชื่อเราทั้ง model และ photographer ครับ และต้องมีพยาน "witness" เป็นอีกคนน่ะครับ

      และถ้าในรูปมีนางแบบ 3 คน ก็ต้องส่ง model release 3 ใบครับ

      Delete
  8. key word กับ discription ใส่ยังไงดีครับ ผมพยายามแล้ว

    ReplyDelete
    Replies
    1. อ่านตามบล็อกนี้น่ะครับ http://foto76-stock-photos.blogspot.com/2012/10/add-captions-keywords-and-descriptions.html

      Delete
  9. สอบถามครับ ตัวผมไม่มีบัตรเครดิต สามารถใช้ของภรรยา มาสมัครPaypal ในชื่อภรรยาแล้วมาใช้ในการรับเงิน Login ของเราได้มั๊ยครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ผมไม่เคยลองทำน่ะ แต่ดูแล้วน่าจะทำใด้ครับ เพียงแต่ในการโอนเงินจาก paypal เข้าธนาคารในไทยนั้น ชื่อที่ลงทะเบียนไว้กับ paypal จะต้องตรงกับชื่อบัญชีธนาคารครับ

      Delete
  10. ขอบคุณมาก ครับ

    ReplyDelete
  11. ผมส่งรูปไปสิบภาพเวป123RF.comนะครับ ขึ้นคำว่า Accepted ทุกใบเลยครับ แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับหรือว่าต้องรออย่างเดียวครับเพราะใน Profile & Portfolio ของผมยังไม่มีภาพขึ้นเลย สามวันแล้วครับ รบกวนแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ถ้าภาพที่มีคำว่า Accepted คือภาพที่ผ่านการตรวจและพร้อมขายแล้วครับ ปกติเวลาภาพตรวจผ่านแล้วจะใช้เวลา 1-3 วันกว่าจะแสดงให้เห็นในหน้า Profile & Portfolio ครับ ก็ให้รออีกซักพัก ถ้านานเกิน 5-7 วัน ให้เมล์ไปสอบถามกับทาง admin ของ 123rf ได้เลยครับ เผื่อมีปัญหาทางด้านเทคนิค

      Delete
  12. ขอบคุณที่ให้แรงกำลังใจสู้ต่อไป วันนี้ขายไม่ได้ใช่ว่าจะตลอดไป สู้ๆ ^^

    ReplyDelete
  13. ขอรบกวนสอบถามนะคะ ถ้าอยู่ต่างประเทศ (ในยุโรป)เละมีบช.ธนาคารของต่างประเทศอยู่แล้ว จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคาร PayPal อีกไหมคะ ขอบคุณสำหรับคำตอบมา ณ ที่นี้ ค่าา

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยังจำเป็นต้องเปิดบัญชี PayPal อยู่ดีครับ เพราะ PayPal เป็นตัวกลางในการส่งเงินไปส่งบัญชีธนาคารในแต่ละประเทศอีกทีครับผม

      Delete
    2. ขอบคุณมากนะคะคุณกร ใจดีจังเลย

      Delete
  14. ขอบคุณค่ะ..เป็นบทความที่มีประโยชน์มาก ๆ เลย
    ตอนนี้กำลังทยอยอ่านตอนอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ๆ...ติดตามผลงานอยู่นะคะ

    ReplyDelete
  15. รบกวนถามหน่อยค่ะว่า ถ้าเราใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ แต่งรูปส่งไป จะมีปัญหาอะไรไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ประเด็นเรื่องควรใช้โปรแกรมมีลิขสิทธิ์หรือไม่? ในการตกแต่งรูปก่อนส่งขาย ผมแนะนำว่าถ้าใช้โปรแกรมมีลิขสิทธิ์ได้ก็จะดีมากครับ นั่นคือสิ่งที่ควรทำครับ แต่ถ้ากำลังในการหาซื้อยังไม่พร้อม และต้องการทดลองส่งรูปไปขายดูก่อนว่าจะรุ่งทางนี้มั้ย การที่จะหาวิธีทำรูปยังไงก็ได้เพื่อให้ส่งรูปไปทดลองขายได้ก่อน ก็คงพอทำได้ แต่ถ้ามีความพร้อมควรซื้อของแท้น่ะครับ (ช่วงแรกผมก็ทำแบบนี้ แต่พอรู้ว่ารุ่งแน่ผมก็หาซื้อของแท้ครับ)

      Delete
    2. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่า รบกวนอีกเรื่องน่ะค่ะ คือเห็นมีให้เช่าโปรแกรมแบบรายเดือนด้วย ไม่ทราบว่าเราจะชำระเงินได้ทางอื่นไหมค่ะ นอกจากบัตรเครดิต

      Delete
    3. มีบริษัทตัวแทนในไทยที่จะช่วยในการเช่าโปรแกรม adobe creative cloud ครับ www.itsolution.co.th, www.8baht.com, www.asoft1.com (อ้างอิงจากเพจท่านขุนพล stockvector) ลองเข้าเว็บไปดูน่ะครับ คงมีวิธีการจ่ายค่าเช่าที่ไม่ต้องผ่านบัตรเครดิตครับผม

      Delete
  16. ขอบคุณมากค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่ายมาก

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณครับ ที่ติดตามอ่านผลงานครับ ^^

      Delete
  17. ส่งผ่านแต่ไม่มีโหลดแรกเลยคะ ทำยังไง

    ReplyDelete
  18. ผมสมัครไม่เป็น ใคร่ก็ได้สอนผมที ^^

    ReplyDelete