Home   |   Galleries   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock English Version   |   Mobile Version    

Monday, December 10, 2012

การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF (Part 2)

ผมห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปเป็นเดือนเลย ช่วงนี้เริ่มพอมีเวลาแล้วครับ จะลุยเขียนบล็อกให้เต็มที่เลย ต้องอัพเดทบล็อกกันหน่อย เดี๋ยวแฟนๆ ของบล็อกนี้หนีหายกันหมด 555+

หลังจากที่ได้ผ่านการลงทะเบียนในบล็อกที่แล้ว "การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF - Part 1" เราก็มี Username และ Password เอาไว้เข้าสู่ระบบจัดการของเว็บ 123RF เรียบร้อยแล้ว ในบล็อกนี้ก็จะพูดถึงขั้นตอนการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว การส่งข้อมูล หนังสือเดินทาง (Passport) และการส่งรูปขึ้นไปขายออนไลน์ครับ

รูปที่ 1 - หน้า Login
 
เมื่อ Login เข้าระบบแล้วก็จะเข้าสู่หน้า "My Account" ซึ่งหน้าตาของหน้าเว็บได้มีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากเมื่อเดือนที่แล้วครับ ดังรูปที่ 2 และเมนูด้านบนก็ปรับหน้าตาใหม่ ดังรูปที่ 3
 
รูปที่ 2 - หน้า My Account แบบใหม่


รูปที่ 3 - เมนูทางด้านขวาบนแบบใหม่

ก่อนจะไปส่งรูปขายออนไลน์ เรามาเริ่มโดยการใส่รูปโปรไฟล์ของเรากันก่อน (เพื่อแสดงตัวเราให้โลกรู้ 55) โดยกดเข้าไปที่ลิงค์ "Update Your Profile" ก็จะเข้าสู่หน้า "Account Settings" แล้วกด Edit ในส่วน Profile Photo ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - หน้า My Profile เพื่อใส่รูปโปรไฟล์

รูปโปรไฟล์ที่จะใส่ต้องเป็นไฟล์ JPEG (*.jpg) เท่านั้นน่ะครับ และมีขนาดไม่เกิน 48x48 pixels แต่ถ้าอัพโหลดรูปที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ไป อย่ากังวล เดี๋ยวทางเว็บจะปรับขนาดให้ (แปลกันโต้งๆเลยผม 555+) นอกจากนั้นถ้าท่านต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านก็สามารถคลิ๊กลิงค์ Edit ในส่วน Password ได้เลยครับ (รูปที่ 5)


รูปที่ 5 - หน้า My Profile เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน

จากนั้นเราก็ไปดำเนินการส่งเอกสารยืนยันตัวตนกันต่อเลยครับ ซึ่งทางเว็บ 123RF กำหนดเอกสารที่สามารถส่งไปยืนยันตัวตนดังนี้

 - Driver's licenses
 - Passports
 - Identity cards
 - Any Government Issued Identification papers with your Name and Date of birth.

สำหรับผมแล้วก็แนะนำให้ใช้ Passport จะดีกว่า หรือถ้าท่านใดมีเอกสารอื่นอยากลองส่งดูก็ได้น่ะครับ เช่น ใบขับขี่สากล หรือบัตรประชาชน ถ้าเอกสารไหนไม่ผ่านการพิจารณาทาง 123RF ก็จะแจ้งกลับมาให้ส่งใหม่ครับ ^^

การยื่นเอกสารยืนยันตัว ให้คลิ๊กที่ลิงค์ "Update Your Profile" เพื่อเข้าไปที่หน้า "My Profile" จากนั้นก็ให้เลือกหัวข้อ "Personal Information" แล้วจะเห็นหัวข้อ "Photographer Details (Photographers only)" แล้วให้คลิ๊ก Edit เพื่อเข้าสู่การแก้ไขข้อมูล (รูปที่ 6)


รูปที่ 6 - หน้า My Profile ในส่วน Photographer Details (Photographers only)

ในหน้านี้ (รูปที่ 6) จะสามารถแก้ไขช่องทางการจ่ายเงินให้กับช่างภาพและแก้ไขยอดรายได้เมื่อเราทำเงินถึงเป้านี้แล้วทางเว็บ 123RF ก็จะโอนให้ช่างภาพต่อไป แต่เราเข้ามาหน้านี้เพื่อส่งเอกสารยืนยันตัวเองกันก่อน โดยลิงค์เข้าไปตามหัวข้อนี้ "You have submitted your ID for payment verification. To resubmit, click here." (ถ้าเป็นการส่งเอกสารครั้งแรกจะมีข้อความแจ้งอีกแบบน่ะครับ) ก็จะเข้าสู่หน้าอัพโหลดเอกสาร (รูปที่ 7)

รูปที่ 7 - หน้า Upload ID

รูปของเอกสารที่จะส่งไป สามารถใช้กล้องถ่ายภาพถ่ายรูปของเอกสาร เช่น ถ้าเป็นหนังสือเดินทางก็ถ่ายหน้าที่มีรูปเราอยู่ หรือจะใช้วิธีสแกนก็ได้ (ต้องเป็นไฟล์ JPEG) ขนาดไฟล์ก็ไม่ต้องละเอียดอะไรมากมาย เอาพอให้เจ้าหน้าที่ 123RF เห็นรูป และดูชื่อจริง วันเกิด ของเราได้ก็พอครับ (ของผมส่งไปขนาด 1500x1000 pixels)

Note: ในส่วนการส่งเอกสารยืนยันตัวตนสามารถข้ามไปก่อนได้ แล้วค่อยย้อนกลับมาทำทีหลังก็ได้ครับ

เมื่อส่งรูปไปเสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ได้เลย เดี๋ยวทางเว็บก็จะแจ้งมาเองว่าผ่านหรือไม่ผ่าน สำหรับเราแล้วก็ดำเนินการส่งรูปไปสอบก่อนได้เลยครับ ก่อนจะไปส่งรูปขาย ในส่วนหน้า "My Profile" ก็จะมีอีกส่วนคือ "Personal Information" เอาไว้สำหรับแก้ไขข้อมูลของเราเอง เผื่อว่ามีการเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนชือ ก็สามารถเข้ามาแก้ไขได้ในส่วนนี้ครับ (รูปที่ 8)

รูปที่ 8 - หน้า My Profile ในส่วน Personal Information

ถัดมาก็มาถึงเวลาส่งรูปไปขายแล้วหล่ะครับ สำหรับท่านที่กำลังส่งรูปขายครั้งแรกคงตื่นเต้นไม่น้อย (เหมือนผมในช่วงแรกๆเลย 55) ดังนั้นผมจะพาท่านไปรออยู่ที่หน้าส่งรูปขายกันก่อนน่ะครับ แล้วค่อยมาบอกรายละเอียด :D

ให้เลื่อนหน้าเว็บของ 123RF ลงไปด้านล่างสุดน่ะครับ จะเจอกลุ่มลิงค์มากมายให้สังเกตุหัวข้อ "For Photographers" ดังรูปที่ 9


รูปที่ 9 - กลุ่มลิงค์สำหรับช่างภาพโดยเฉพาะ

เรากำลังจะเริ่มส่งรูปขาย ก็เริ่มด้วยลิงค์ Upload ก่อนเลยครับ (ลิงค์อื่นๆค่อยกลับมาอธิบายทีหลัง) แล้วก็จะเข้าสูหน้า "Upload" (รูปที่ 10)

รูปที่ 10 - หน้า Upload

Note: แต่สำหรับช่างภาพที่กำลังจะส่งขายภาพครั้งแรก อาจจะมีหน้าเว็บแสดงผลต่างจากของผมไปหน่อยน่ะครับ โดยอาจจะมีหน้า "123RF.com Content Contributor Agreement" ขึ้นมาให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจกันก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ capture หน้านั้นเก็บไว้ครับ เลยไม่มีมาแสดงให้ดู และอีกอย่างนึง เว็บไมโครสต๊อกเกือบทุกเว็บก็จะมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นบางเว็บผมอุตส่าห์ capture หน้านั้นไว้ เมื่อเวลาผ่านไป หน้าเว็บนั้นก็ถูกเปลี่ยนไป ผมก็เลยไม่สามารถเอาหน้านั้นมาเป็นตัวอย่างได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับผม ^^

สำหรับในหน้า "Upload" นี้ จะมีให้เลือกก่อนว่าเราจะส่งอะไรไปขาย ก็จะมีส่งรูปถ่าย (Photos) ส่งภาพเวกเตอร์ (Illustrations) ส่งภาพแนวภาพข่าว (Editorial) และส่งวิดีโอ (Footage) ซึ่งการส่งวิดีโอขายที่เว็บ 123RF นี้ ก็เพิ่งจะมีเพิ่มเข้ามาไม่กี่เดือนนี่เอง ทำให้หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับไมโครสต๊อกที่ออกก่อนหน้านี้ แทบจะอัพเดทไม่ทันความเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้นท่านใดเวลาเข้าเว็บตามคำแนะนำในหนังสือหรือในเว็บผมแล้วมันไม่เหมือนกับที่เขียนไว้บ้าง ก็ไม่ต้องแปลกใจน่ะครับ (ออกตัวไว้ก่อนที่จะโดนบ่น 555+)

เราก็เลือก Photos (JPG) แล้วก็กดปุ่ม "Continue >>" แล้วก็จะเข้าไปสู่หน้า "Upload - Stock Photo" เพื่อที่จะเลือกวิธีการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ 123RF (รูปที่ 11) สำหรับการส่งรูปครั้งแรก ผมก็แนะนำแบบ Web Form Uploader จะง่ายดีครับ (ผมเองก็ใช้วิธีนี้เป็นหลัก)


รูปที่ 11 - หน้า Upload - Stock Photo เพื่อเลือกวิธีการอัพโหลด

เมื่อกดเลือก Web Form Uploader ไปแล้ว บางครั้งอาจจะมีหน้านึงแสดงขึ้นมา โดยให้เรากรอกรหัส 6 หลักก่อน เราก็กรอกรหัสที่เห็นนั้นแล้วก็กด Submit จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้า "Upload - Stock Photo" (รูปที่ 13) เพื่อเลือกไฟล์รูปแล้วส่งขึ้นเว็บ 123RF ต่อไป

รูปที่ 12 - หน้าให้กรอกรหัส 6 หลัก

รูปที่ 13 - หน้า Upload - Stock Photo เพื่อเลือกไฟล์รูป

มาถึงขั้นนี้ ท่านผู้อ่านที่มีความประสงค์ขายรูปออนไลน์ คงมีรูปพร้อมส่งขายแล้วใช่มั้ยครับ? แต่ถ้ายังไม่ได้เลือกเอาไว้ก่อน ทางเว็บ 123RF ก็ยังมีแนวทางการเตรียมรูปสำหรับเว็บนี้ดังนี้ครับ

 - รูปภาพ ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 6 ล้านพิกเซล โดยดูตามขนาด "กว้างxสูง" ของรูป แล้วเมื่อนำสองค่ามาคูณกันแล้ว ก็ต้องมีค่ามากว่า 6 ล้าน เช่น ขนาดของรูป กว้าง 3,072 พิกเซล สูง 2,048 พิกเซล คูณแล้วคือ 6,291,456 ก็เกิน 6 ล้านพิกเซล รูปนี้ก็ผ่านเกณฑ์ของหัวข้อนี้ครับ
 - รูปภาพ ต้องเป็นไฟล์ JPEG เท่านั้นและกำหนดการบีบอัดขนาดรูปไม่ต่ำกว่า 80% (รูปผมส่วนใหญ่กำหนดบีบอัดไว้ 100% เสมอครับ)
 - รูปภาพ ต้องไม่มีชื่อบริษัท ชื่อสินค้า วันที่ ยี่ห้อหรือโลโก้ต่างๆ
 - รูปภาพ ต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 20MB
 - ต้องไม่ใส่ชื่อเฉพาะที่มีลิขสิทธิ์ลงใน Keyword (หัวข้อนี้ผมยังไม่ค่อยเคลียร์แต่คิดว่าคงคำประมาณ doraemon อะไรทำนองนี้)

แนวทางนี่เป็นแค่กฎเกณฑ์พื้นฐานน่ะครับ ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ "การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์ Part 1", "การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์ Part 2" และ "การใส่ข้อมูล Title, Description และ Keywords ลงในภาพถ่าย"

เมื่อรูปถ่ายพร้อมแล้ว และถ้าให้ดีก็ควรใส่ Title, Description และ Keywords ลงในภาพให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ (ถ้ายังไม่ได้ใส่ ก็สามารถไปใส่รายละเอียดพวกนี้ได้อีกทีหลังจากอัพโหลดรูปขึ้นเว็บไปแล้ว)

ปกติเว็บ 123RF จะมีช่องให้เลือกไฟล์ภาพได้ครั้งละ 3 ภาพ แต่ท่านใดอยากส่งมากกว่านี้ ก็เลือกจำนวนรูปที่จะอัพโหลดได้น่ะครับ (สูงสุดต่อรอบคือ 10 รูป) แล้วก็ไปคลิ๊กเลือกตรงช่อง "I hereby warrant that the photos / illustrations that I am submitting to be sold under Commercial Royalty Free license..." เพื่อยินยอมการส่งรูปไปขายในเงื่อนไขที่เว็บ 123RF กำหนด

สำหรับอีกช่องด้านล่างสุดคือ "If my submissions are unfit for RF, I agree to allow them to be accepted into the Editorial Section provided they are deemed to be newsworthy." ช่องนี้จะคลิ๊กเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ครับ เท่าที่ผมอ่านแล้วเข้าใจเองน่ะ ประมาณว่าถ้าท่านคลิ๊กเลือกในหัวข้อด่านล่างอันนี้แล้ว จะเป็นการยินยอมว่าถ้ารูปภาพของเราไม่ผ่านการพิจารณา ทางเว็บ 123RF ก็จะนำภาพเราไปไว้ในส่วน Editorial แทน โดยบางเว็บกรณีนี้รูปของเรามีแสดงให้เห็นออนไลน์ก็จริง แต่เป็นภาพแนวแจกฟรีครับ เราก็ไม่มีรายได้ใดๆ จากรูปนั้น แต่ที่ 123RF นี้ผมไม่แน่ใจว่านำรูปไปแจกฟรีหรือเปล่า แต่จะเหมาะสำหรับการแนะนำตัวช่างภาพอีกแบบหนึ่งครับ ถึงแจกฟรี อย่างน้อยๆ ลูกค้าประเภทชอบของฟรีก็จะรู้จักผลงานของเรามากขึ้น และอาจติดใจผลงานกลับมาซื้อของไม่ฟรีของเราก็เป็นไปได้ (แต่ผมไม่คลิ๊กเลือกน่ะ 555+)

รูปที่ 14 - หน้า Upload Results

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็กด "Upload!" ได้เลยครับ แล้วก็นั่งรอไฟล์อัพโหลดในหน้านี้ไปอีกพักใหญ่ (ยิ่งเลือกส่ง 10 รูปก็ยิ่งรอนาน ^^) และเมื่ออัพโหลดเสร็จก็จะเข้าสู่หน้า "Upload Results" (รูปที่ 14) ซึ่งจะแสดงรูปภาพที่เราอัพโหลดขึ้นไปให้เห็น ถ้ารูปไหนไม่ผ่านเกณฑ์ทางเว็บก็จะแจ้งชื่อไฟล์ที่ error ให้ทราบ แต่ถ้ารูปไหนผ่าน หน้านี้ก็จะเป็นขั้นตอนการกรอกรายละเอียดของรูป ถ้าท่านใดยังไม่ได้ฝังรายละเอียดไว้ก่อน ขั้นตอนนี้ก็ต้องมีงานหนักรออยู่ครับ แต่ถ้าฝังข้อมูลลงในรูปมาแล้ว ก็สบายเลยครับ ก็แค่กด "Save" ผ่านขั้นตอนนี้ไปเลย


รูปที่ 15 - หน้า Uploaded Images

จากรูปที่ 15 เป็นหน้าสรุปรูปที่ถูกอัพโหลดไปแล้วประจำวัน โดยรูปที่รอการอนุมัติก็จะขึ้นสถานะว่า "Pending" แต่ถ้ารูปไหนไม่ผ่านการพิจารณา ก็จะแสดงคำว่า "Rejected" แล้วถ้ารูปไหนผ่านก็จะแสดงว่า "Accepted" ซึ่งรอซักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน รูปที่อนุมัติแล้วถึงจะไปแสดงใน Portfolio ของเรา การไปดู Portfolio สามารถคลิ๊กดูได้ผ่านลิงค์ด้านล่างสุดของหน้าเว้บที่ชื่อ "Profile & Portfolio" ดูตัวอย่าง Portfolio ของผมดังรูป 16

รูปที่ 16 - หน้า Portfolio ของผม (foto76)

เว็บ 123RF ยังมีอีกหลายส่วนน่ะครับผมขออธิบายในโอกาสหน้าน่ะครับ สำหรับการแนะนำการสมัครขายรูปเบื้องต้นที่เว็บ 123RF ในสองตอนที่ผ่านมา คงพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ช่างภาพที่อยากทดลองส่งรูปขายออนไลน์ไม่มากก็น้อยน่ะครับ ^^

*** ติดตามอ่านต่อ Part 3

38 comments:

  1. สวัสดีค่ะ คุณกร จะสอบถามเกี่ยวกับ รูปที่สอบผ่าน accepted แล้วค่ะ ของ 123rf.com คือเราต้องรออย่างเดียวใช่มั้ยคะ ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ใช่มั้ยคะ

    เมื่อเช้าเช็คข้อมูลพบว่า มีรูปที่ accepted แล้วค่ะ แต่ยังไม่แสดงใน profile & portfolio น่ะค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่ครับ ต้องรอรูปที่ approved แล้วขึ้น portfolio ซัก 3-5 วันครับ ยินดีด้วยครับ ^^

      Delete
    2. This comment has been removed by the author.

      Delete
  2. ขอบคุณค่ะ /แล้วระหว่างที่รอ เราสามารถ upload รูปเพิ่มได้รึเปล่าคะ หรือควรรอก่อนคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. สามารถอัพโหลดต่อไปเรื่อยๆได้เลยครับ แต่ช่วงแรกๆ ผมอยากให้รอดูผลตรวจก่อนก็ดีน่ะ จะได้รู้แนวทางครับ ถ้ารู้ผลว่ารูปส่วนใหญ่ผ่านหมด หลังจากนั้นส่งกระจายได้เลยครับผม ^^

      Delete
    2. หมายความว่า ถ้าผลส่วนใหญ่ผ่าน
      แล้วเราส่งรูปต่อๆไป เค้าจะตรวจอีกไหมครับ

      Delete
    3. ใช่ครับ สามารถส่งต่อไปเรื่อยๆ ทางผู้ตรวจของเว็บไมโครสต๊อกก็จะทยอยตรวจภาพตามไปครับ

      Delete
  3. ข้างบน note ที่มันเขียนหมายความว่าอย่างไรครับ
    Note:
    • Do not put copyrighted keywords into description or keywords field,
    • Do not put name or brand of camera used to take the photos,
    • Modifying description and/or keywords of an image will send it back to pending queue.

    ReplyDelete
    Replies
    1. ผมแปลรวมๆ เลยน่ะครับ คือว่าเค้าบอกข้อห้ามมาว่าในการกรอก Description และ Keyword ของภาพนั้น ห้ามเราใส่คำที่เป็นชื่อที่มีลิขสิทธิ์ (copyrighted) หรือห้ามใส่ชื่อยี่ห้อหรือรุ่นของกล้องในช่องทั้งสองเหล่านั้น และเมื่อเราแก้ไขให้ถูกต้องแล้วก็สามารถส่งภาพนั้นกลับไปให้ตรวจใหม่อีกรอบครับ

      เช่น ถ้าจะถ่ายรูปเมาส์คอมพิวเตอร์ ตอนถ่ายอาจจะมียีห้อเมาส์ให้เห็น เช่น Logitech เราอาจจะรีทัชเอายีห้อออกแล้ว แต่เผลอไปตั้งชื่อภาพ (Description) ว่า "Logitech Mouse" หรือไปตั้งคีเวิร์ดว่า "Logitech" ซึ่งไม่ควรนำชื่อเหล่านั้นมาตั้งครับ ควรตั้งชื่อกลางๆว่า "Computer mouser" อะไรประมาณนี้ครับผม :)

      Delete
    2. ขอบคุณครับ

      Delete
  4. สงสัยอีกคำถามนึงครับว่า ถ้าเราส่ง เอกสานยืนยันตัวตนไปแล้ว จะทราบได้อย่างไรว่าเขารับเราแล้วครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าสมัยผมสมัครใหม่ๆ จะมีเมล์แจ้งมาหรือเปล่า แต่ปัจจุบันเวลาส่งรูปขาย ก็จะมีให้แนบเอกสารยืนยันตัวด้วยเลย ซึ่งถ้าไม่ผ่านคงน่าจะมีเมลอะไรมาแจ้งน่ะครับ (เดาเอา) แต่ถ้าอยากเช็คดูในเว็บว่าสถานะเป็นไงก็ให้เข้าที่ My Account -> Update Your Profile -> Personal Information -> Photographer Details ซึ่งถ้าผ่านแล้วก็จะมีข้อความ "You have submitted your ID for payment verification" ให้เห็นครับผม

      Delete
  5. พี่คะ พอ upload แล้วตรง status ขึ้น Failed to complete processing - Dimensions too low คือ รูปเราเล็กไปเหรอคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่ครับ ขนาดขั้นต่ำ 6 ล้านพิกเซลครับ

      Delete
  6. รบกวนสอบถามหน่อยครับ เราสามารถส่งภาพที่ลงขายในเวปนึง แล้วจะนำไปลงในอีกเวปนึงได้ใหมครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. สามารถทำได้ครับ ปกติวงการไมโครสต๊อกส่วนใหญ่ ช่างภาพก็จะส่งภาพเหล่านั้นไปขายหลายๆเว็บ แต่มีบางกรณีที่ช่างภาพบางคนเลือกที่จะขายภาพทั้งหมดในเว็บใดเว็บหนึ่งเท่านั้น จะมีขอดีตรงได้ค่าคอมมิชชั่นดีกว่านิดหน่อย โดยการขายเฉพาะเว็บใดเว็บหนึ่งนั้น ตอนส่งรูป จะมีช่องให้ติ๊กว่า "Exclusive" หรือ "image exclusively" เพื่อระบุว่าจะขายรูปใบนั้นที่เว็บนี้เท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องการจะเอารูปใบเดียวขายหลายๆเว็บก็ไม่ต้องติ๊กเลือกในช่องดังกล่าวครับ

      Delete
  7. รูปที่รอตรวจสอบอย่างช้าสุดกี่วันครับถึงจะทราบผล ของผม 4-5 วัน ยัง pending อยู่เลยครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ส่วนใหญ่ต้องรอประมาณ 1-2 อาทิตย์ครับผม

      Delete
  8. ผมสมัคแล้วครับ แต่ต้องรอการยืนยันจากhttps://www.123rf.com/register.php อีกทีใช่ไหมครับ งงๆๆ อยู่ ครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. การยืนยันส่วนใหญ่เค้าจะเมล์ไปให้กดลิงค์ยืนยันในเมล์ครับ ปกติไม่ต้องรอนานครับ จากนั้นก็สามารถส่งรูปไปตรวจได้เลยครับ

      Delete
  9. แล้ว จ่ายเงินผ่าน paypal ยังไง งง งง ผมยังไม่ได้สมัครpaypal ส่วนทาง 123rf ยังไม่ได้ถามหรือให้กรอกอะไรเกี่ยวกับ paypal

    ReplyDelete
    Replies
    1. การจ่ายเงินของเว็บสต๊อคโฟโต้เกือบทุกเว็บมีจ่ายผ่าน PayPal ครับ โดยเราต้องไปเปิดบัญชีที่เว็บ paypal.com ก่อน แล้วจะมี e-mail เป็นเหมือนเลขที่บัญชีของเราเอง จากนั้นก็ไปใส่รายละเอียดในเว็บสต๊อคโฟโต้อีกที กรณีในเว็บ 123RF สามารถไปแก้ไขข้อมูลการจ่ายเงินได้ที่ Contributor's Dashboard -> My Account -> Update Your Profille -> Personal Information -> Photographer Details

      Delete
  10. ขายภาพที่ 123rf จำเป็นต้องมี passport ใช่ไหมครับ?
    ถ้าไม่มีใช้อย่างอื่นแทนได้ไหมครับ?

    ReplyDelete
    Replies
    1. passport จำเป็นมากครับ ใช้กันเป็นมาตราฐานของเว็บสต๊อกโฟโต้ชั้นนำ ถ้าไม่มี passport สามารถใช้ใบขับขี่สากลแทนได้ครับ

      Delete
  11. พี่ๆๆ สมัครฟรีใช่ไหม

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่ครับ การสมัครทุกเว็บฟรีหมดครับ :)

      Delete
  12. ทไไมอัพรูปเสร็จมันขึ้นว่า

    No files found in the processing queue.

    ควรทำไงครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ไม่ต้องทำยังไงต่อครับ ถือว่าการอัพโหลดเสร็จเรียบร้อย ภาพที่เราอัพไปได้ไปอยู่ในส่วนการรอตรวจเรียบร้อยแล้วครับ ก็รอผลตรวจอย่างเดียว ถ้าเปลี่ยนสถานะจาก Pending เป็น Accepted ก็พร้อมขายเลยครับ ^^

      Delete
  13. พี่ค่ะ ตอนแรกที่อ่านในเว็ปการสมัคร123RF ไม่ต้องใช้ passport เลยส่งเป็นบัตรประชาชนไปอะค่ะ แล้วต้องใช้มั้ยค่ะ เพราะหนูสมัครผ่านแล้ว อัปรูปแล้ว ส่งไป 3 ผ่าน 2 แล้วต้องทำยังไงต่อค่ะ ขอบคุณค่า

    ReplyDelete
    Replies
    1. Passport จำเป็นมากครับ โดยบัตรประชนไม่สามารถใช้แทนได้ครับ ปกติถ้าเราส่งรูปไป เค้าจะตรวจให้ก่อน อาจจะมีรูปออนไลน์ หรืออาจจะมียอดขายเกิดขึ้น แต่สุดท้ายพอสะสมถึงยอดที่จะเบิกได้ (50$) ทางเว็บจะไม่โอนเงินให้เราจนกว่าจะส่ง Passport ไปยืนยันกับทางเว็บครับผม

      Delete
  14. กำหนดบีบอัด100% ทำอย่างไรครับ ผมเพิ่งส่งภาพไปเป็น RAW Size: 51.26 MB
    Pending อยู่ในขณะนี้ ภาพผมจะไม่ผ่านใช่ไหมครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. การที่ทางเว็บระบุไว้ว่าไฟล์ภาพกำหนดการบีบอัด 100% นั้นหมายถึงไฟล์ที่เป็น JPG อาจจะถ่ายเป็น jpg แบบ Large + Fine (ในตัวกล้อง) ก็สามารถนำไฟล์นั้นส่งขายได้เลย แต่ถ้าถ่ายเป็น RAW มา ต้องทำการแปลงเป็น JPG ก่อน ผ่านโปรแกรมแปลงต่างๆ เช่น Ps, Lr เป็นต้น กรณีการขึ้นว่า Pending อยู่ใน 123rf แสดงว่าอยู่ระหว่างการรอตรวจครับ

      Delete
    2. ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมลองใช้ lightroom ดูครับ เพราะว่ารูปที่ถ่ายมานั้นเป็น rawน่ะครับ

      Delete
  15. รบกวนสอบถามเกี่ยวกับ
    Description และ Keywords ที่เราต้องใสในภาพน่ะครับว่า คืออะไร ใส่หลังจากภาพได้รับการพิจารณาได้ไหมครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. http://foto76-stock-photos.blogspot.com/2012/10/add-captions-keywords-and-descriptions.html ดูการใส่ข้อมูลในภาพตามลิ้งค์ครับ ถ้าไม่ใส่ก่อนก็สามารถไปใส่ภายหลัง upload ขึ้นเว็บก็ได้ครับ

      Delete
    2. พอจะทราบไหมครับว่าในโปรแกรม lightroom สามารถทำได้ไหม
      เพราะว่า PS5ของผมเข้า File Info ไม่ได้น่ะครับ

      Delete
  16. เราสามารถเปลี่ยนชื่อที่เราใช้ในการ login ได้หรือไม่ครับสำหรับเว็บ123RF

    ReplyDelete
    Replies
    1. เปลี่ยนชื่อ login ไม่ได้แล้วครับผม

      Delete