Monday, February 25, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 3)

ผ่านไปสองตอนแล้วน่ะครับ (ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) กับการส่งรูปไปขายที่เว็บ Dreamstime ผมคิดว่าเพื่อนๆศิลปินหลายท่านคงมีผลงานภาพถ่ายขึ้นใน Portfolio ที่เว็บ Dreamstime กันบ้างแล้ว และบางท่านคงอาจจะมียอดดาวน์โหลดมาบ้างกันแล้ว แต่สำหรับท่านใดยังไม่มียอดเข้ามาก็เป็นกำลังใจให้สู้ๆน่ะครับ :)

สำหรับช่วงเดือนแห่งความรักนี้ ทางเว็บ Dreamstime ก็ได้มีการปรับหน้าตาเว็บใหม่ ผมเข้าเว็บไปแรกๆ ก็งงๆนิดหน่อย หาเมนูไม่เจอเอาเหมือนกัน แต่พอลองเล่นไปซักพัก เท่าที่ดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่การออกแบบ เมนูด้านบนใหม่ โดยเมนูสำหรับศิลปินอย่างเราๆที่ใชช้บ่อยคือ "Management area" ได้ถูกย้ายไปไว้ด้านบนสุด (ดังรูปที่ 1) และในส่วนอื่นๆ ก็ยังเหมือนเดิมน่ะครับ


รูปที่ 1 - เมนูแบบใหม่ของเว็บ Dreamstime

มาเข้าสู่ส่วนที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วเลยน่ะครับ เริ่มจากการกรอกข้อมูลภาษีของศิลปินกันก่อนเลย โดยไปตั้งต้นที่หน้า "Management area" แล้วหาไอคอนที่ชื่อว่า "Tax center" น่ะครับ


รูปที่ 2 - หน้า "Management area"

เมื่อคลิกเข้าไปที่ไอคอน "Tax center" แล้ว ก็จะเจอหน้า "Guidelines, Policies and Forms - Tax Treatment for Payments to Photographers" (ดังรูปที่ 3) ซึ่งจะให้เราเลือกก่อนว่าเราเองอยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีกลุ่มใด ดังนี้

Select the option that applies best in your case:
  - For individuals: I'm a US Citizen or US Resident Alien
  - For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien
  - For Companies: My Company is an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law
  - For Companies: My Company is NOT an LLC, Partnership or Corporation Organized under US Law


รูปที่ 3 - หน้า "Guidelines, Policies and Forms"

ซึ่งถ้าเป็นการขายภาพแบบส่วนตัว (ฉันทำของฉันคนเดียว) ไม่ได้ตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจขายภาพ และไม่ใช่พลเมืองของสหรัฐอเมริกา (แน่นอนหล่ะฉันเป็นพลเมืองสยาม) ก็ให้เลือกติ๊กที่ "For individuals: I'm NOT a US Citizen or US Resident Alien" แล้วเลื่อนหน้าเว็บลงด้านล่าง จะมีข้อความภาษาอังกฤษให้เราได้อ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จากนั้นก็จะมีลิงค์ให้คลิ๊กเพื่อเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูล "Click here to fill online W-8BEN Form" ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - หน้ากรอกแบบฟอร์มภาษี W-8BEN

แบบฟอร์ม "W-8BEN" หรือ "Certificate of Foreign Status of Beneficial Owner for United States Tax Withholding" คือแบบฟอร์มเพื่อการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของบุคคลที่อาศัยอยูนอกสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกมีดังนี้

Part I - Identification of Beneficial Owner

   1. Name of individual or organization that is the beneficial owner - คือกรอกชื่อเต็มของเรา

   2. Country of incorporation or organization - ประเทศที่เราอาศัย ซึ่งทางเว็บ Dreamstime ก็จะกำหนดให้อัตโนมัติให้แล้ว

   3. Type of beneficial owner: - ประเภทผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ในที่นี้เราเลือกเป็น Individual

   4. Permanent residence address - ที่อยู่อย่างเป็นหลักแหล่ง ซึ่งข้อมูลก็ถูกกรอกให้อัตโนมัติ โดยนำมาจากข้อมูลที่เราเคยกรอกไว้แล้วใน user profile

   5. Mailing address (if different from above) - ที่อยู่สำหรับส่งจดหมาย ปกติจะกรอกก็ต่อเมื่อที่อยู่เราไม่ตรงกับข้อ 4. แต่ที่เว็บ Dreamstime เค้าใส่ให้อัตโนมัติ เราก็เอาตามที่เค้ากรอกให้ไว้แล้ว แต่ถ้าท่านศิลปินต้องการให้เค้าส่งจดหมายไปอีกที่ก็แก้ไขได้น่ะครับ

  Note: ข้อ 6 - 8 ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part II - Claim of Tax Treaty Benefits (if applicable)

  9. I certify that (check all that apply)
     a. [/] The beneficial owner is a resident of [Thailand] within the meaning of the income tax treaty between the United States and that country. - ให้ติ๊กเลือกข้อ a. นี้แล้วกรอก Thailand ในช่องระบุประเทศที่เราอาศัยอยู่

     b. [/] If required, the U.S. taxpayer identification number is stated on line 6. - ปกติข้อนี้บางเว็บไมโครสต๊อกก็ไม่ต้องติ๊กน่ะ แต่เว็บ Dreamstime จะติ๊กมาให้อัตโนมัติ เราก็ยึดเอาตามนั้นครับ

   Note: ข้อ c. - e. ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร

Part III - Notional Principal Contracts - ในส่วนนี้ปล่อยว่างไว้เลย

Part IV - Certification

   - Signature of beneficial owner (or individual authorized to sign for beneficial owner): - ช่องนี้เอาไว้ให้เราลงนามรับรอง โดยการพิมพ์ชื่อเต็มภาษาอังกฤษเราในช่องด้านล่างครับ

   - Security measure for Tax Forms: please upload a copy of your ID with photo (such as identity card, passport, driver's licence, etc). Note: this is NOT a photo of yourself. - ในส่วนนี้ก็ให้อัพโหลดรูป Passport โดยมีขนาดไม่เกิน 500KB และเป็นไฟล์ jpg หรือ pdf ก็ได้ครับ

เมื่อเช็คความถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม "SUBMIT" เพื่อส่งข้อมูลภาษีได้เลยครับ

แบบฟอร์มภาษี "W-8BEN" จะกรอกในลักษณะคล้ายๆกันหมดของทุกไมโครสต๊อกที่บริษัทอยู่ในอเมริกาน่ะครับ อาทิเช่น Shutterstock, Fotolia, Dreamstime, Depositphotos และ Veer ฯลฯ สำหรับเว็บไมโครสต๊อกนอกอเมริกาก็จะไม่มีให้กรอกข้อมูลภาษีนี้ครับ เช่น เว็บ 123RF ไม่มีให้กรอกภาษีเพราะเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในอ่องกง

สำหรับอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น (US withholding tax rate) สำหรับช่างภาพจากสยามประเทศแล้ว จะมีอัตราอยู่ที่ 5% ผมลองไปนั่งอ่านดู ก็ได้ความดังนี้ครับว่า ช่างภาพในแต่ละประเทศ(ที่ไม่ใช่อเมริกา)จะถูกหักในอัตราที่ไม่เท่ากันดังตารางด้านล่าง


รูปที่ 5 - List of countries and applicable withholding rates

อัตราสูงสุดที่อเมริกาจะหักภาษี ณ ที่จ่าย คือ 30% ก็มีช่างภาพอยู่หลายประเทศที่ไม่ต้องหักภาษีเลยก็มี (น่าอิจฉาจุงเบย) เช่น เยอรมัน, ฝรั่งเศษ, แคนาดา, ญี่ปุ่น ไรงี้ และมีอีกหลายประเทศที่โดนหักภาษีมากกว่าประเทศไทย เช่น จีน 10%, เกาหลี 10%, อินเดีย 15% เป็นต้น และเท่าที่ผมนั่งไล่ดูเอากลุ่มประเทศ AEC ของเราแล้ว ประเทศไทยถือว่าถูกหักภาษีต่ำสุดน่ะครับ

 - Thailand 5%
 - Indonesia 10%
 - Philippines 15%
 - Laos 30%
 - Myanmar 30%
 - Cambodia 30%
 - Vietnam 30%
 - Malaysia 30%
 - Singapore 30%
 - Brunei 30%

ทำให้ในกลุ่มประเทศสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ศิลปินหรือช่างภาพชาวไทยเรายังดูดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศครับผม ตัวอย่างเช่น มีช่างภาพสองคน คนนึงอยู่ในไทยอีกคนอยู่มาเลเซีย ต่างก็มีลูกค้าในอเมริกาซื้อรูปแล้วมีรายได้ (US Source) 100$ และมีลูกค้าที่อยู่นอกอเมริกาซื้อรูปไปอีก (Non US Source) 100$ รวมแล้วต่างคนก็มีรายได้ (Gross) 200$ พอจะถอนเงินออก คนไทยได้รับเงินจริง (Net) 195$ โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย (Total Withheld) ไปแค่ 5$ ส่วนช่างภาพมาเลเซียได้รับเงินจริง (Net) 170$ หักภาษี ณ ที่จ่ายไป (Total Withheld) 30$

(รู้สึกบล็อกผมดูเป็นวิชาการหน่อยก็บล็อกนี้แหละครับ 555+)

เรื่องเป็นวิชาการจบไปแล้ว มาเริ่มเรื่องปากท้องของศิลปินกันต่อเลยครับ ในหน้า "Management area" จะมีอีกไอคอนแห่งความหวังที่ชื่อว่า "My Earnings" ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูว่ายอดขายของเรามีรายได้เท่าไหร่แล้ว และรูปไหนบ้างที่ขายได้ และขายได้ในราคาเท่าไหร่ และถ้าในส่วนรายได้นี้สะสมยอดครบ 100$ เมื่อไหร่แล้วหละก็ ศิลปินจะสามารถขอถอนเงินออกได้ ผ่านไอคอนปากท้องที่ชื่อ "Request payment" ดังรูปที่ 6

รูปที่ 6 - หน้า Request paymnet

หน้า "Request payment" นี้จะสามารถกำหนดยอดเงินที่ต้องการถอนออกได้ แต่ขั้นต่ำที่ทางเว็บ Dreamstime จะจ่ายให้คือ 100$ ในภาพผมสะสมยอดได้ 119.53$ ผมก็ถอดหมดเกลี้ยงตามนั้นแบบไม่คิดมากเลย จากนั้นก็กดปุ่ม "Request payment" เลยครับ

รูปที่ 7 - หน้า Request paymnet verification

ก็จะเข้าสู่หน้า "Request payment verification" เพื่อให้เราเลือกรูปแบบการรับเงิน สำหรับผมแล้วส่งมอบเงินผ่าน PayPal เป็นช่องทางที่สะดวกสุดครับ ก็ติ๊กเลือก PayPal แล้วก็กรอกแอคเคาท์อีเมลของ PayPal ลงช่องกรอกทั้งสองช่อง แล้วกดปุ่ม "Request payment" ส่งเรื่องขอเบิกเงินทันที ^^

รูปที่ 8 - หน้า Request paymnet confirmation

รูปที่ 8 เป็นการแสดงข้อความว่าเว็บ Dreamstime รับเรื่องไว้แล้ว และทางเว็บขอเวลาดำเนินการประมาณ 7 วันทำการ แต่เอาเข้าจริงใช่เวลาแค่ 1-2 วันเองครับ (ส่งสัยเจ้าหน้าที่งานไม่ยุ่งมาก) เงินก็ถูกโอนเข้า PayPal เรียบร้อย

ผ่านไปแล้ว 2 เรื่องหลักคือภาษีและปากท้อง หลังจากนี้ก็เป็นการเก็บตกประเด็นที่เหลือกัน เท่าที่ผมเจอบ่อยก็มีที่ไอคอน "Comments" จะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้ใน Dreamstime ส่งข้อความเตือนว่ารูปบางรูปของผมมี Keywords ที่ไม่ถูกต้องหรือตั้ง Keywords ไม่ค่อยตรงกับภาพอะไรประมาณนั้น แน่นอนอ่านข้อความแล้วก็ต้องรีบไปแก้ไข Keywords ให้ถูกต้อง

ในการกลับไปแก้ไข Keywords ของภาพนั้น ทำได้โดยให้ไปที่ไอคอน "Online files" จากนั้นก็หารูปที่ต้องการแก้ไขข้อมูล พอเจอรูปแล้ว ด้านขวามือสุดของหน้าเว็บก็จะมีปุ่ม "Edit" ให้เรากดเข้าไป ก็จะเห็นว่าข้อมูลของรูปที่เราสามารถแก้ไขได้ก็จะมี Image name, Description, Keywords และ Rights management area เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วก็กดปุ่ม "Submit" เพื่อบันทึกข้อมูลนั้นไปใหม่

ทิ้งท้ายด้วยไอคอน "Statistics" จะสรุปสถิติทั้งหมดของเราให้ดูกันจะจะเลยครับ อย่าลืมลองแวะเข้าไปดูน่ะครับ :)

ผ่านไป 3 ตอนของการสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime แล้วน่ะครับ ผมหวังว่าคงพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ช่างภาพที่ต้องการแสวงหาโอกาสในการทำรายได้เล็กๆน้อยๆ ควบคู่ไปกับงานอดิเรกที่เรารัก และถ้าโอกาสมันดีขึ้น ก็จะได้เปลี่ยนงานอดิเรกนี้ไปเป็นงานประจำซ่ะเลย ^^

Monday, January 28, 2013

การสมัครเป็นศิลปินที่ Dreamstime (Part 2)

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้เกริ่นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเว็บ Dreamstime และได้เริ่มแนะนำการสมัครเข้าใช้งานเว็บ รวมถึงการใส่ข้อมูลประจำตัวของศิลปินที่เว็บต้องการไปแล้ว มาถึงเวลาที่จะเริ่มอัพโหลดผลงานของเราใส่เว็บ การใส่ข้อมูลของภาพให้ครบถ้วน ก่อนส่งตรวจ การกรอกข้อมูลภาษี การถอนถอนเงินไป PayPal รวมถึงแนะนำส่วนอื่นๆของเว็บที่น่าสนใจครับ

รูปที่ 1 - หน้า Management Area

มาเริ่มกันที่หน้า "Management Area" เป็นหน้าเว็บหลักของเหล่าศิลปินทั้งหลายเลยครับ เราสามารถจัดการข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายรูปออนไลน์ผ่านหน้านี้ได้ทั้งหมด โดยจะเริ่มจากการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ Dreamstime กันก่อนเลย เพียงแต่ท่านศิลปินมีรูปภาพพร้อมส่งขายแล้วใช่มั้ยครับ? ถ้ายังก็รีบไปเตรียมก่อนเลยครับ แต่ถ้าเตรียมพร้อมตั้งแต่อ่านบล็อก การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF แล้วละก้อลุยกันเลย

มองหาไอคอนที่มีชื่อว่า "Upload Images" แล้วก็คลิกเข้าไปโฉบดูหน้าเว็บอัพโหลดไฟล์รูปกันก่อน (ดังรูปที่ 2)

รูปที่ 2 - หน้า Upload Images

ก่อนจะเริ่มอัพโหลดรูป ผมขออธิบายกฏกติกาเกี่ยวกับรูปภาพที่เราจะส่งขึ้นเว็บ Dreamstime ดังนี้ครับ
  •  ขนาดของรูปภาพจะต้องไม่ต่ำกว่า 3 Megapixels เช่นถ้าภาพถ่ายของคุณมีอัตราส่วน 3:2 ก็สามารถส่งไฟล์ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 2140x1426 pixels ตัวเลขนี้ผมประมาณการคร่าวๆให้เห็นภาพน่ะครับ แต่ถ้าท่านมีไฟล์ภาพขนาดใหญ่กว่านี้ก็จะยิ่งเป็นการดีครับ
  • รูปภาพจะต้องเป็นไฟล์ JPG และมีโปรไฟล์เป็น RGB เท่านั้น
  • ในครั้งแรกของการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ Dreamstime ทางเว็บจะกำหนดให้สามารถส่งรูปได้ 140 รูปต่อสัปดาห์ โดยจะอิงตามค่า "Approval Ratio" ที่ 100% หรืออัตราส่วนภาพที่ผ่านการพิจารณา และครั้งต่อไปถ้ารูปภาพของท่านผ่านการพิจารณาน้อยลง จะส่งผลให้โควต้าส่งรูปรายสัปดาห์จะลดลงด้วย เช่น ผมเองมี Approval ratio = 41.6% มีโควต้าส่งรูปได้เพียง 47 รูปต่อสัปดาห์ครับ

จากหน้า Upload images นี้ จะเห็นว่าได้มีแบ่งการอัพโหลดไว้ 3 ส่วนคือ อัพโหลดทีละไฟล์ (Upload single file) หรือจะอัพโหลดทีละหลายไฟล์ (Upload multiple files) และส่วนสุดท้ายเป็นการแนะนำให้อัพโหลดผ่าน FTP (Upload via FTP)

ถ้าท่านลองกดเข้าไปดูที่ "Upload via FTP" ในนั้นจะมีรายละเอียดในการกำหนดค่าสำหรับส่งไฟล์ผ่าน FTP นั้นคือ

   - FTP address: upload.dreamstime.com
   - Username (user ID): <ตัวเลขเฉพาะ ซึ่งคนละตัวกับ username เข้าระบบ> 
   - Password: <เป็นรหัสเดียวกันกับรหัสผ่านเข้าระบบ>

สำหรับผมที่ใช้บ่อยก็จะเป็น Upload multiple files ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าท่านศิลปินที่ต้องการใช้การอัพโหลดแบบหลายไฟล์นี้ จำเป็นต้องมีการติดตั้ง java เพิ่มเติม แต่ถ้าท่านไม่แน่ใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านติดตั้ง java ไว้หรือยัง ก็สังเกตุว่าถ้ามีปุ่มให้เพิ่มไฟล์ (ดูรูปที่ 2) ก็แสดงว่าผ่าน ทำงานต่อได้เลย แต่ถ้าท่านใดไม่มีในส่วนนี้ก็เข้าเว็บ www.java.com เพื่อติดตั้งเพิ่มเติมครับ

รูปที่ 3 - หน้าการเลือกรูป

เริ่มอัพโหลดรูปโดยกดปุ่ม "Add" ในส่วนของ Upload multiple files จะแสดงหน้าให้เลือกไฟล์รูป (ดังรูปที่ 3) และกดปุ่ม "Shift" ค้างไว้ แล้วก็คลิกเลือกรูปทีละหลายไฟล์ จากรูปผมจะอัพรูป 4 ไฟล์ครับ พอเลือกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม "Open"

ไฟล์รูปที่เราได้เลือกไว้ 4 รูป ก็จะไปแสดงในหน้า Upload images (ดังรูปที่ 4) จากนั้นก็เริ่มต้นการส่งรูปขึ้นเว็บ Dreamstime โดยการกดที่ปุ่ม "Upload" ซึ่งจะมีการยืนยันรหัสผ่านการอัพโหลดอีกครั้ง (ดังรูปที่ 5) เมื่อกรอกรหัสผ่านถูกต้องแล้ว ก็จะแสดงหน้าแสดงความคืบหน้าการอัพโหลด (ดังรูปที่ 6) หลังจากนี้ก็นั่งรออย่างเดียวครับ :)

รูปที่ 4 - แสดงรูปที่เลือกไว้แล้ว

รูปที่ 5 - หน้ากรอกรหัสผ่าน

รูปที่ 6 - แสดงความคืบหน้าการอัพโหลด

เมื่อการอัพโหลดเสร็จก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบ "Upload completed" เราก็แค่ตอบ "Ok" เพื่อจะไปใส่รายละเอียดของภาพต่อไป โดยไปยังหน้า Management Area (ดูรูปที่ 1) แล้วมองหาไอคอนที่มีชื่อว่า "Unfinished Files" ซึ่งภายในวงเล็บด้านล่างไอคอนนี้คือจำนวนรูปที่รอการใส่รายละเอียดภาพให้ครบถ้วน


รูปที่ 7 - หน้า Unfinished Files

พอคลิกเข้าไปในหัวข้อ Unfinished Files แล้ว (ดังรูปที่ 7) จะมีรายการรูปที่เราเพิ่งอัพโหลดเข้าไปแสดงอยู่ จากนั้นให้เริ่มใส่รายละเอียดข้อมูลของรูปภาพโดยกดไปที่ปุ่ม "COMMERCIAL RF" ของรูปที่ต้องการ แล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Image details" (ดังรูปที่ 8)

รูปที่ 8 - หน้า Image details
(คลิกที่รูปเพื่อดูรูปที่ขนาดใหญ่ขึ้น)

หน้า Image details นี้มีช่องที่เราต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนคือ Image name, Decription, Category และ Keywords สำหรับส่วนอื่นก็จะมีให้เลือกติ๊กกำหนดรูปแบบ license ที่เราต้องการขาย
  • Image name*: ใส่ชื่อของภาพ
  • Decription*: ใส่รายละเอียดของภาพ โดยต้องมีความยาว 5 คำขึ้นไป และที่สำคัญห้ามตั้ง Image name กับ Description เป็นชื่อเดียวกัน (มันช่างจุกจิกจริงๆ 55+)
  • Category*: มีให้เลือกได้ถึง 3 หมวดหมู่ ขั้นต่ำใส่หมวดหมู่เดียวก็ได้ครับ หรือใส่ครบทั้ง 3 ก็จะเป็นการดี
  • Keywords*: ใส่คำหลักหรือ keyword ของภาพ ขั้นต่ำ 10 คำ แต่ไม่เกิน 80 คำ
  • ให้ติ๊กเลือกหัวข้อ "By uploading this file I warrant that I read and agree with the terms and conditions of this website and I own all proprietary rights, including copyright." เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆของเว็บ
  • ในส่วน "Rights management area" เป็นการเลือกประเภท license ปกติผมก็จะเลือกดังภาพคือ "Web Usage" (นำไปใช้สำหรับเว็บ), "Print Usage" (นำไปใช้สำหรับพิมพ์), "Sell the rights" (Time Limited Exclusivity) อันหลังนี้ผมยังอ่านไม่ค่อยเข้าใจแต่ประมาณว่า นำไปใช้แบบพิเศษในช่วงเวลาหนึ่ง เดี๋ยวถ้ากระจ่างแล้วจะมาอธิบายเพิ่มครับ

สำหรับส่วนอื่นที่ผมไม่ได้กรอกหรือไม่ได้เลือกติ๊กก็มี
  • Comment for editor: อันนี้เอาไว้เขียนถึงผู้ตรวจรูปโดยเฉพาะ เผื่อเรามีอะไรจะอธิบายให้เค้าฟัง แต่ผมไม่มีแน่นอน 555+
  • "If this submission doesn't qualify for the commercial stock section, I agree to make it available within the free section (RF-LL license)." ---- ส่วนนี้คือถ้ารูปไม่ผ่านการตรวจก็จะอนุญาติให้เว็บเอารูปเราไปไว้ในส่วนแจกฟรี
  • "I upload this image exclusively on Dreamstime.com. I acknowledge and warrant that I have read and agree with the Exclusivity Terms and Conditions and that I am able to enter such agreement, that this image is not represented by another agency and that I will not sell it somewhere else under a Royalty Free license" --- ส่วนนี้ถ้าเลือกก็เป็นการยินยอมจะขายรูปภาพนั้นกับเว็บ Dreamstime เพียงที่เดียวเท่านั้น

เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมุลแล้วก็กดปุ่ม "Submit" ได้เลยครับ ถ้าติดปัญหาอะไรทางเว็บจะแจ้ง "Error" ตัวสีแดง ให้ทราบด้านบนสุดครับ

ถ้าผ่านแล้ว ทางเว็บจะไปดึงข้อมูลของรูปถัดไปมาให้เรากรอกต่อได้เลย ก็สามารถทำยาวๆ ไปจนเสร็จทุกรูป หรือถ้ายังไม่ต้องการกรอกอะไรก็กดที่ Management Area เพื่อไปที่หน้าหลักก็ได้ครับ

เมื่อรูปที่เรากรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะย้ายไปอยู่ในไอคอนที่ชื่อ "Pending files" เราสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลรูปได้ในส่วนนี้หรือลบรูปก็ได้ (ถ้าต้องการ) ที่นี่คงใช้เวลารอการตรวจประมาณ 7 วันครับ

รูปที่ผ่านการตรวจแล้วก็จะไปอยู่ในไอคอน "Online files" รูปไหนที่ไม่ผ่านก็จะไปอยู่ในไอคอน "Refused Files" ถ้าเข้าไปดูในไอคอนนี้จะแจ้งเหตุผลที่ไม่ผ่านให้ด้วย และรูปที่ไม่ผ่านนี้ทางเว็บจะทยอยลบออกอัตโนมัติ น่าจะ 1-2 เดือนมั้งถ้าผมจำไม่ผิด

รูปที่ 9 - หน้า Image earnings

ในหน้าหลัก Mangament Area นั้น (ดังรูปที่ 1) ก็ยังมีอีกไอคอนที่เราเหล่าศิลปินเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อคือไอคอน "My Earnings ($0.00)" ถ้ามีตัวเลขขยับก็เป็นปลื้มมากมาย แต่ถ้าไม่ขยับก็ต้องขยั่นสร้างสรรค์ผลงานต่อไป บนเส้นทางของศิลปินอย่างเราๆ 555+

เนื่องด้วยเวลาผมมีจำกัด ผมขอยกเนื้อหาในส่วนแนะนำ การกรอกข้อมูลภาษี การถอนถอนเงินไป PayPal ฯลฯ เอาไปไว้ในเนื้อหาตอนที่ 3 น่ะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เจอกันบล็อกหน้าครับ ^_^

Tuesday, January 22, 2013

แนะนำแนวทางสร้างสรรค์วิดีโอไปขายที่เว็บ iStockphoto

ผมเพิ่งได้รับเมลจาก iStockphoto แจ้งผลการตรวจคลิปวิดีโอที่ผมส่งไปกว่า 20 คลิป ไปเมื่อเกือบสองเดือนก่อน (ตรวจช้ามากครับ) ผลคือ "ไม่ผ่านยกเซ็ต" พร้อมกับข้อความในอีเมลว่า "We regret to inform you that we cannot accept your submission."

แน่นอนครับว่าเว็บ iStockphoto มาตราฐานเค้าค่อนข้างสูงมาก ก่อนหน้านี้ผมก็ดันคลิปทะลุผ่านการตรวจไป 35 คลิป (ฟลุ๊คจุงเบย) ขายได้ไป 2 ดาวน์โหลด ได้มายี่สิบกว่าเหรียญ ถือว่ายังมีสิ่งท้าทายให้ส่งคลิปไปขายที่นี่ต่อครับ ^_^


เนื้อหาในอีเมลที่แจ้งผลการตรวจล่าสุดได้มีการแนบข้อความสำหรับ "ชาวไทย" มาด้วยโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการแนะนำว่าคลิปไหนไม่อยากได้แล้ว (แบบขอร้องเลย) และคลิปที่ไหนเค้ายังอยากได้มว้าก..มว้ากกก.... ดังนี้ครับ


โปรดทราบ: คุณต้องอัปโหลดไฟล์ตัวอย่างอีกครั้งผ่านขั้นตอนการอัปโหลดปกติเพื่อรวมไฟล์เหล่านั้นไว้ในแฟ้มภาพผลงานของคุณ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไฟล์เหล่านั้นให้เป็นความละเอียดที่สมบูรณ์แบบและตัวเข้ารหัสที่สามารถยอมรับได้ โปรดระลึกเสมอว่าไฟล์เหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมตรวจสอบที่ตรวจอย่างสม่ำเสมอของเรา และไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้รับการยอมรับเนื่องจากทีมตรวจสอบของเรามีขั้นตอนการตรวจสอบที่เข้มงวดมาก

ในการอัปโหลดคลิป โปรดคลิกที่ลิงค์อัปโหลดที่อยู่ด้านซ้ายของแถบเมนูหลัก คุณยังสามารถสมัครบัญชี FTP ได้โดยไปตามลิงค์ในหน้าอัปโหลด

และโปรดตรวจสอบ iStock Videographer Training Manual ทั้งหมดที่ http://www.istockphoto.com/videographer_1.0_introduction.php เพื่อดูข้อกำหนดที่ยอมรับได้หรือไม่ได้สำหรับการนำเสนอ

ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปนี้เป็นประโยชน์สำหรับช่างภาพที่อยู่ในประเทศไทย:

เราได้สังเกตว่าช่างภาพจากประเทศไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจในสถานที่สวยงามที่เข้าถึงได้ง่ายของประเทศ เราได้เห็นแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามอย่างแท้จริง แต่ช่างภาพไทยหลายคนกำลังถ่ายภาพสิ่งเดียวกัน ภาพที่สวยงามของประเทศไทยและภาพธรรมชาติที่มีนั้น เกินความต้องการของเราในขณะนี้ แน่นอนว่า มีวิธีใหม่ๆ และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ และหากแนวทางศิลปะของคุณมีความเป็นเอกลักษณ์ เราจะไม่หยุดยั้งคุณ การถ่ายภาพสิ่งเดียวกันในสไตล์เดียวกันอย่างที่หลายคนทำอยู่ส่งผลให้เนื้อหาของคุณมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะสะดุดตาผู้ซื้อที่กำลังมองหาสิ่งนั้น เช่น การจำกัดการค้นหาวิดีโอและการค้นหา "ผีเสื้อ" จะแสดงผลลัพธ์มากกว่า 3000 รายการ น้อยกว่า 25% ของไฟล์เหล่านี้ที่ได้รับการดาวน์โหลด โดยเหตุผลหลักคือ ไฟล์เหล่านี้คล้ายคลึงกันมากเกินไป

สิ่งที่เป็นที่ต้องการจากประเทศไทยคือวิดีโอคลิปการดำเนินชีวิตแบบร่วมสมัยของผู้คนที่ได้รับการผลิตมาเป็นอย่างดี เราต้องการเห็นผู้คนทำงาน เรียนหนังสือ เล่นกีฬา และดูแลซึ่งกันและกัน เราต้องการภาพที่นักแสดงได้ลงนามอนุญาตให้เผยแพร่ภาพของตนได้ มากกว่าภาพที่่ถ่ายจากถนนหนทาง เราพบว่าช่างภาพที่นำเสนอเนื้อหาอันเป็นเอกลักษณ์และสร้างสไตล์ในมุมมองของพวกเขาสามารถประสบความสำเร็จในระดับสูง ไฟล์เหล่านั้นคือไฟล์ที่เป็นที่ต้องการ

และการบรรจุความคิดสร้างสรรค์ของคุณลงไปในงานเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณกำลังทำงานกับช่างภาพและช่างภาพวิดีโออื่นๆ คุณต้องสร้างสรรค์งานให้มีความแตกต่าง เมื่อคุณมีไอเดีย ให้เริ่มต้นด้วยการค้นหาหัวข้อใน iStock มีผลลัพธ์แสดงขึ้นเท่าใด สไตล์การถ่ายภาพของคุณนำเสนอรูปแบบใหม่ในหัวข้อนี้หรือไม่ งานของคุณสามารถเติมเต็มคอลเลคชั่นได้หรือไม่ หรือเป็นการทำซ้ำสิ่งที่มีอยู่แล้ว เมื่อคุณมีแผนการแล้ว ให้เขียนสตอรีบอร์ดแล้วทำตามขั้นตอนนั้น

รายการต่อไปนี้มีไว้เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจประเภทของหัวข้อที่ควรหลีกเลี่ยงและหัวข้อที่ควรค้นหา รายการเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกเนื้อหา เป็นเพียงเครื่องชี้แนะเท่านั้น

เว้นแต่ว่าคุณมีแนวทางหรือเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ โปรดอย่าส่งคลิปของ:

- ผีเสื้อ, แมลงปอ
- ลิง
- ปลา, กบ, งู และอื่นๆ
- เมฆ
- การจราจร
- การบันทึกภาพในช่วงเวลาหนึ่ง (Time-Lapse)
- ไซต์ก่อสร้าง
- เรือบรรทุกสินค้า
- สิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือตู้สินค้า
- กังหันน้ำ
- ผึ้งในดอกไม้
- ดอกไม้และต้นไม้
- น้ำตก
- พระอาทิตย์ตก
- คลื่นในทะเล
- ดอกบัว
- จานอาหาร
- และอื่นๆ

โปรดส่งคลิปของ:

- การปฏิสัมพันธ์ของผู้คน (ภาพระยะใกล้ของการแสดงความรู้สึกและปฏิกิริยา)
- ผู้คนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- ผู้คนกำลังรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเพลิดเพลิน, มิตรภาพ (ภาพระยะใกล้ของการแสดงความรู้สึกและปฏิกิริยา ไม่ใช่จานอาหาร)
- เด็กๆ เล่นสนุกด้วยกัน, เรียนหนังสือ, เล่นสนุกกับครอบครัว
- ภาพระยะใกล้ของกีฬา, การชกมวยไทย, และอื่นๆ
- ชีวิตยามค่ำคืน, การเข้าสังคม, การช้อปปิ้ง (ภาพระยะใกล้)
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ (ที่มีผู้คนและภาพระยะใกล้)
- วิทยาศาสตร์ การค้าขายและพาณิชย์ (ที่มีผู้คนและภาพระยะใกล้)
- การเฉลิมฉลองและวันหยุดตามประเพณี (ที่มีผู้คนและภาพระยะใกล้)
- การดูแลสุขภาพ (ที่มีผู้คนและภาพระยะใกล้)
- โดยทั่วไปแล้ว เราต้องการภาพของการดำเนินชีวิตแบบร่วมสมัยในประเทศไทย (โดยไม่มีตราสัญลักษณ์)

สิ่งหนึ่งที่คุณควรสังเกตจากรายการด้านบนคือ เนื้อหาที่เรากำลังต้องการมีความยากในการผลิตมากกว่าเนื้อหาที่เราไม่ต้องการ ซึ่งต้องมีการวางแผน, การกำกับ, การอนุญาต, งานเอกสาร และการฝึกฝน อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องทำ หากต้องการประสบความสำเร็จที่ iStockphoto

คุณอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความงดงามมีชีวิตชีวา ณ เวลานี้ โลกต้องการเห็นเรื่องราวของผู้คนที่ดำเนินชีวิตในแบบไทยๆ


พออ่านจบก็ชอบตรงประโยคสุดท้ายที่ว่า "คุณอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความงดงามมีชีวิตชีวา โลกต้องการเห็นเรื่องราวของผู้คนที่ดำเนินชีวิตในแบบไทยๆ" ประเทศเรานั้นสวยงามเสมอในสายตาของชาวต่างชาติ รวมถึงในสายตาของคนไทยเอง

เหตุผลที่ iStockphoto ได้แนะนำมาถือว่าเป็นประโยชน์มาก สำหรับเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอใหม่ๆ ต่อไปครับ... ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอกันน่ะครับ ^_^