Tuesday, October 9, 2012

การใส่ข้อมูล Title, Description และ Keywords ลงในภาพถ่าย

ช่วงนี้พายุ "แกมี" เข้าไทย ทำให้หมดโอกาสออกไปเก็บภาพนอกสถานที่ ก็เลยตั้งหลักเขียนบล็อกดีกว่า ^^

บล็อกนี้จะพูดถึงการฝังข้อมูลรายละเอียดภาพเอาไว้ในภาพถ่ายของเรา ก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกันครับ เพิ่งมารู้เอาตอนที่ทำรูปส่งขายตามเว็บไมโครสต๊อกต่างๆ ซึ่งตอนนี้รูปหนึ่งรูป ผมอัพโหลดส่งไปขายสิบกว่าเว็บ ตอนแรกผมก็ต้องตามไปกรอกข้อมูล ชื่อภาพ(Title) รายละเอียด(Description) และคำหลัก(Keywords) ในทุกๆเว็บที่ส่งขาย แน่นอนครับ เสียเวลาและเหนื่อยใจมาก

พอมาทราบว่าสามารถฝังข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นลงไปได้ ทีนี้แหละ มันส์เลยครับพี่น้อง เพราะเราแค่ใส่ข้อมูลในภาพนั้นเพียงครั้งเดียว เราก็สามารถส่งภาพไปหลายๆเว็บ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่อีกต่อไป ข้อมูลที่เราได้ใส่ไว้นั้นก็จะถูกนำไปกรอกในแบบฟอร์มของเว็บไมโครสต๊อกต่างๆ อย่างอัตโนมัติเลยครับ... อั้ยย๊ะ

รูปที่ 1 - รูปตัวอย่าง

ก่อนอื่นขออ้างถึงหลักวิชาการนิดนึงครับ แบบว่าผมได้ไปค้นหาข้อมูลในเน็ตเพื่อมาเสริมประเด็นที่ผมจะอธิบายให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ 555+

"รูปถ่าย" ที่เราได้ถ่ายขึ้นจาก "กล้องดิจิตอล" ในทุกวันนี้ จะมีการเก็บข้อมูลเบื้องต้นของการตั้งค่าต่างๆของกล้องเอาไว้ในภาพนั้นเลย โดยเรียกข้อมูลชุดนี้ที่เก็บเอาไว้ว่า "EXIF" (บางที่อาจจะเรียกว่า EXIF Metadata) หรือย่อมาจาก "Exchangeable Image File Format"

จากรูปถ่ายแมงมุม จะมีข้อมูล EXIF ฝังอยู่ตั้งแต่ที่ผมได้ถ่ายรูป ดังรูปด้านล่างครับ (ผมดูผ่านโปรแกรม Photoshop CS5)

รูปที่ 2 - ข้อมูล EXIF ของรูปแมงมุม

ข้อมูลที่แสดง จะเห็นว่าจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการถ่ายภาพนั้นๆไว้ค่อนข้างครบถ้วนครับ ตั้งแต่ ใช้กล้องอะไร รุ่นไหน เลนส์อะไร ถ่ายวันเวลาไหน ตั้งความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ ตั้งค่ารูรับแสงไว้เท่าไหร่ เป็นต้น

ข้อมูลส่วนนี้เป็นส่วนที่ดีมากสำหรับการนำไปวิเคราะห์การตั้งค่าการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพ ผมเองก็ใช้การดูข้อมูล EXIF ตรงนี้ เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆครับ ช่างภาพท่านใดสนใจนำเทคนิคนี้ไปใช้ก็ได้น่ะครับ ^^

ข้อมูล EXIF นี้จะอยู่กับรูปถ่ายตั้งแต่ที่เรากดชัตเตอร์ถ่ายภาพ แต่อาจจะถูกลบทิ้งในภายหลังได้ด้วย ดังนั้นถ้าไปดูข้อมูลภาพนี้แล้วไม่เจอแสดงว่าโดนลบทิ้งไปแล้วครับ ส่วนรายละเอียดเจาะลึกในเรื่องนี้ ผมขอไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจะมาเล่าสู่กันฟังให้ละเอียดอีกทีครับ

ศัพท์วิชาการตัวถัดไปคือ "IPTC" หรือ "IPTC Metadata" ย่อมาจาก "International Press Telecommunications Council Metadata" เป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่ง (แยกออกจาก EXIF) เพื่อเอาไว้อธิบายรูปภาพ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลเสมอไป อาจจะเป็นภาพที่ถูกสร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ได้ครับ

"IPTC" ก็เป็นชื่อของ "คณะกรรมการสภาสื่อโทรคมนาคมนานาชาติ" ซึ่งได้กำหนดการตั้งค่าเหล่านี้ลงในภาพเพื่อที่จะได้เป็นมาตราฐานเดียวกันในวงการสื่อ และใช้ประโยชน์เพื่อการสืบค้นด้วย โดยข้อมูลในส่วนนี้ประกอบด้วย ชื่อภาพ, รายละเอียดภาพ, คีย์เวิร์ด (Keyword), เจ้าของภาพ, ลิขสิทธิ์ของภาพ เป็นต้น

และแน่นอนครับ ส่วนที่เราจะสนใจเพื่อนำมาใช้สำหรับการใส่รายละเอียดภาพ ก็คือส่วนนี้นี้เอง ดังนั้นถ้าท่านมีภาพถ่าย(หรือภาพที่สร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ) ที่อยากจะส่งขายออนไลน์ ยกตัวอย่างรูปแมงมุมด้านบนน่ะครับ โดยผมจะใส่ข้อมูลดังนี้เข้าไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Title: Cane Spider


Description: Cane spider on green background

Keywords: asia, animal, biology, bite, black, bug, cane, close, close up, dangerous, eight, eyes, fauna, hairy, huge, insect, legs, macro, monster, natural, nature, spider, spot, tan, ugly, wild, wildlife, thailand, studio, brown, green
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รูปที่ 3 - เมนูใน Photoshop CS5 สำหรับเข้าไปใส่ข้อมูลภาพ

ผมก็ได้เปิดภาพแมงมุมในโปรแกรม Photoshop CS5 แล้ว ก็เข้าไปที่เมนู "File -> File Info..." ก็จะได้หน้าต่างกรอกข้อมูลดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - การกรอกข้อมูลภาพใน Photoshop CS5

จากนั้นก็กรอกข้อมูลที่เราเตรียมไว้แล้วลงไปในช่อง Document Title, Description และ Keywords ได้เลย ส่วนในช่องอื่นๆ จะกรอกหรือไม่กรอกก็ได้ครับ เพราะเว็บไมโครสต๊อกต่างๆ สนใจนำข้อมูลภาพไปใช้ก็ 3 หัวข้อนี้แหละครับ

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยก็กด "OK" ได้เลย และอย่าลืมกดบันทึกภาพนั้นอีกครับ "File -> Save" ด้วยน่ะครับ

ที่จริงการใส่ข้อมูลภาพนั้นก็สามารถทำได้ผ่านหลายโปรแกรมน่ะครับ แล้วแต่ว่าท่านใดใช้โปรแกรมอะไรอยู่ ก็ลองหาตามเมนูของโปรแกรมเหล่านั้นดูน่ะครับ

เมื่อเราฝังข้อมูลภาพลงไปในภาพถ่ายเรียบร้อยแล้ว ทีนี้จะส่งรูปนี้ไปไมโครสต๊อกอีก 10 เว็บ ก็จะสบายมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปกรอกข้อมูลภาพใหม่ทุกครั้ง... แล้วเจอกันบล็อกหน้าครับ ^^

Wednesday, October 3, 2012

Downtown Lighning Strike, Bangkok

Canon EOS 5D Mark II + EF 50mm f/1.8 II + Tripod
6.0 sec, f4.5 at 50mm ISO 100
Date: October 3, 2012 (7:52 p.m.)
Place: เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (Jatujak, Bangkok)

ช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่กรุงเทพฯ ฝนตกเกือบทุกวันในช่วงเย็น นานเป็นสัปดาห์ บางวันก็มีทั้งฟ้าและฝน ผมเลยอยากลองถ่ายภาพสายฟ้าผ่าดูว่าจะเก็บภาพถ่ายได้หรือเปล่า ผมลองพยายามในสองวันแรกก็ไม่สำเร็จ มาได้ภาพเอาในเย็นวันที่สาม ผมพักอยู่ในตึกชั้นที่ 5 ทำให้ระดับที่พอจะเห็นหลังคาหมู่บ้านใกล้ๆด้วย เพื่อจัดองค์ประกอบให้สมบูรณ์ และก็สังเกตก้อนเมฆที่กำลังจะมีสายฟ้า จากนั้นก็จัดองค์ประกอบภาพแล้วกดถ่ายไปเรื่อยๆ ครั้งนึงก็เปิดหน้ากล้องประมาณ 6-8 วินาที ถ่ายไปกว่า 50 รูป ติดรูปสายฟ้าอยู่ประมาณ 6-7 รูป ซึ่งถือว่า พอใจอย่างยิ่งครับ

Monday, September 24, 2012

การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF (Part 1)

เว็บแรกที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับช่างภาพที่กำลังจะเริ่มต้นลองขายรูปถ่ายออนไลน์ ก็คือเว็บไมโครสต๊อก 123RF เว็บนี้จะไม่มีการสอบใดๆ เพียงแค่ลงทะเบียน (Sign Up) เสร็จแล้วก็สามารถส่งรูปขายได้เลยครับ

รูปที่ 1 - 123RF Homepage

เว็บไมโครสต๊อก 123RF จัดได้ว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการเลยครับ ผมลองเปรียบเทียบความนิยมผ่าน Google Trends โดยเทียบกับเว็บไมโครสต๊อกชั้นแนวหน้าอื่นดู ผลที่ได้ 123RF (เส้นกราฟสีฟ้า) มีความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังรูปด้านล่างครับ

รูปที่ 2 - Google Trends

ปัจจุบันเว็บ 123RF มีรูปขายออนไลน์อยู่ที่ 15.3 ล้านรูป (24 ก.ย. 2555) ประกอบด้วยภาพถ่าย(Photos) ภาพเวกเตอร์(Vectors) และวิดีโอ(Footage) เว็บสามารถรองรับการแสดงผลได้ 12 ภาษาหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน, ภาษาสเปน, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอิตาลี, ภาษาจีนกลาง, ภาษาจีนแบบดั่งเดิม (มีใช้ในฮ่องกงและไต้หวัน), ภาษาดัตช์, ภาษาเช็ก, ภาษาโปแลนด์, ภาษารัสเซีย, ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี สำหรับประเทศที่เข้าใช้งานเว็บ 123RF มากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เยอรมัน, อินเดีย, อิตาลี, เม็กซิโก, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, สเปน, โปแลนด์และญี่ปุ่น

จากจำนวนภาษาที่มีให้บริการในเว็บ 123RF จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ใช้งานหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายภาพ รวมถึงสถิติประเทศที่เข้าใช้งานมากสุด (ข้อมูลนำมาจาก Google Trends) ก็เป็นตัวบอกกลุ่มประเทศที่ใช้งานเว็บหลักๆครับ

เกริ่นข้อมูลเบื้องต้นของ 123RF ไปนิดหน่อย ก็มาสู่ขั้นตอนการสมัครขายภาพกันเลย เมื่อเข้าสู่หน้าแรกของเว็บ 123RF แล้ว สมัครโดยไปที่ปุ่ม "Sign Up" ที่อยู่ด้านบนขวาสุดของหน้าแรก 123RF จะปรากฎหน้าจอสมัครดังรูปที่ 3 ซึ่งปกติจะหมายถึงการสมัครไปเป็น "ผู้ซื้อภาพ" (Sign-up as member) แต่ถ้าเราต้องการสมัครเพื่อเป็น "ผู้ขายภาพ" (Sign-up as 123rf photographer/contributor) ก็ต้องติ๊กเลือกเพื่อสมัครเป็นผู้ขายภาพ (ดูตามหมายเลข 9 ในรูปที่ 4)

รูปที่ 3 - สมัครซื้อภาพหรือโหลดภาพฟรี

ดังนั้นถ้าท่านต้องการสมัครเพื่อเป็นสมาชิก 123RF ในการซื้อภาพหรือโหลดภาพฟรี(ในส่วนที่แบ่งปันให้นำไปใช้กันฟรี) ก็แค่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน (ดูตัวอย่างในรูปที่ 3) และจะต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ แล้วไม่เลือกหัวข้อ "Sign-up as 123rf photographer/contributor" จากนั้นก็กดปุ่ม "Register Now" ได้เลยครับ

รูปที่ 4 - สมัครขายภาพกับเว็บ 123RF

สำหรับรายละเอียดการกรอกข้อมูลในส่วนรูปที่ 4 ผมได้กำหนดตัวเลขกำกับในแต่ละจุดเอาไว้ด้วย เพื่อความชัดเจนในการอธิบายครับ

*** ข้อมูลทั้งหมดต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ :)

1. Username

ชื่อ Username เอาไว้กรอกตอน Login เข้าสู่เว็บ 123RF และอีกจุดประสงค์ คือนำไปเป็นชื่อส่วนหนึ่งของ URL Portfolio ของเราเอง เช่น ผมตั้ง Username เป็น "foto76" ดังนั้น URL ผลงานรูปถ่ายทั้งหมดของผมในเว็บ 123RF อยู่ที่ http://www.123rf.com/profile_foto76

ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่ซื้อรูปเราประจำ สามารถจำเราได้ง่ายและกลับมาซื้อรูปเราอีกในภายหลังครับ ดังนั้นชื่อ Username นี้ก็แนะนำตั้งให้สื่อความหมายที่ดีและชัดเจนจะดีมากครับ และยิ่งใช้ชื่อนี้ในทุกเว็บที่เราขายก็จะดี เผื่อลูกค้าชอบผลงานเรามากก็สามารถค้นชื่อนี้ในเว็บไมโครสต๊อคอื่นได้อีก

ผมเห็นหลายๆท่านตั้งเป็นชื่อหรือนามสกุลตัวเองไปเลยก็ดีน่ะครับ เป็นการสร้างชื่อให้กับตัวเองไปอีกทางหนึ่งด้วยครับ :)

2. Password

ให้กรอกรหัสผ่านในการเข้าสู่เว็บ 123RF ซึ่งด้านล่างของช่องกรอกจะเห็นว่าจะมีระดับคุณภาพของรหัสผ่านว่าดีหรือไม่ดี ดังนั้นก็แนะนำให้ให้รหัสผ่านแบบยากๆ นิดนึก (แต่เราเองต้องจำมันได้ด้วยน่ะ 555) เพื่อป้องกันคนอื่นมาแอบใช้งานเว็บแทนเรา ตามหลักการตั้งรหัสผ่านทั่วๆไปดังนี้ครับ

- ความยาวไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษร
- ควรประกอบด้วยตัวอักษรทั้งตัวพิมพ์เล็ก(a-z) และตัวพิมพ์ใหญ่ (A-Z)
- ควรมีตัวเลขประกอบอยู่ด้วย (0-9)
- ควรมีสัญลักษณ์พิเศษประกอบอยู่ด้วย เช่น %, *, @ เป็นต้น

และเมื่อคิดรหัสผ่านแบบสุดล้ำแล้ว เมื่อกรอกลงในช่อง Password ถ้ามีแถบสีเขียวพร้อมข้อความว่า good ถือว่าดีมากครับ :)

3. Email Address

ใส่อีเมลแอดเดรสของเรา เอาไว้สำหรับ Login เข้าระบบและไว้ติดต่อกับเว็บกรณีแจ้งลืมรหัสผ่าน

4. First Name

ใส่ชื่อของเราเอง โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้าชื่อน่ะครับ เช่นของผม "Jeeragone"

5. Last Name

ใส่นามสกุลครับ

6. Country

เลือกประเทศที่เราอาศัย แน่นอนต้อง "Thailand" ครับ :)

7. Sign Up for newsletter

เป็นช่องให้เลือกว่าต้องการรับจดหมายข่าวสารต่างๆ จากเว็บ 123RF หรือไม่ ถ้าต้องการก็ติ๊กเลือก สำหรับผมก็เลือกรับข่าวสาร ถึงแม้จะอ่านอังกฤษลำบากก็ตาม 555+

8. I have read and agreed to Privacy Policy and Terms of Use

ติ๊กเครื่องหมายถูก เพื่อยอมรับในนโยบายและเงื่อนไขของเว็บ 123RF ก็สามารถคลิกอ่านที่ Privacy Policy และ Terms of Use ให้ละเอียดได้ครับ (แน่นอนครับ ผมยังไม่ได้อ่านเลยซักนิด)

9. Sign-up as 123rf photographer/contributor

ในส่วนนี้ติ๊กทำเครื่องหมายถูก เพื่อที่จะสมัครเพื่อขายภาพ (จะปรากฏช่องให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง) แต่ถ้าไม่ติ๊กก็เป็นการสมัครเพื่อซื้อภาพ

10. Company Name

ช่องชื่อบริษัทนี้ ไม่จำเป็นต้องกรอกก็ได้ครับ เพราะส่วนใหญ่ช่างภาพขายแบบส่วนตัว ไม่ได้ขายในนามบริษัท แต่ถ้ามาขายในนามบริษัทก็ควรกรอกชื่อบริษัทไว้ครับ

11. Street

กรอกบ้านเลขที่ ชื่อถนนและชื่อแขวง สำหรับในกรุงเทพ ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็เป็นบ้านเลขที่ หมู่บ้าน และตำบล

12. City

กรอกชื่อเขตในกรุงเทพฯ หรือชื่ออำเภอ

13. State

กรอกชื่อจังหวัด

14. Zip/Postal code

กรอกรหัสไปรษณีย์ของไทย 5 หลักครับ

15. Phone No

กรอกเบอร์โทรศัพท์ โดยให้นำหน้าด้วยรหัสของประเทศไทยด้วย คือ "66" เช่น หมายเลขมือถือ 081xxxxxxx ก็ให้กรอกเป็น "6681xxxxxxx" หรือเบอร์โทรศัพท์ตามบ้าน เช่น 02xxxxxxx กรอกเป็น "662xxxxxxx"

16. How did you hear about us?

ช่องนี้ให้เลือกว่าเรารับทราบหรือรับรู้เกี่ยวกับเว็บ 123RF มาจากที่ไหน ก็เลือกตามอัธยาศัยเลยครับ ทางเว็บเค้าจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อทำการตลาดต่อไปครับ

17. Other details

ช่องนี้เค้าให้กรอกรายละเอียดเพิ่มเติมกรณีที่เราเลือกข้อ 16 ว่า Others แต่เราไม่จำเป็นต้องกรอกก็ได้ครับ

18. How we pay you?

เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับเป้าหมายช่างภาพทุกท่าน นั่นคือเมื่อขายภาพแล้วพอได้เงินมาจะให้ทางเว็บ 123RF จ่ายคืนท่านในช่องทางไหน โดยมีให้เลือกอยู่ 3 ช่องทาง คือ

  - PayPal
  - Moneybookers
  - Check หรือ Cheque คำที่คนไทยคุ้นกว่า

แน่นอนครับ ผมแนะนำเป็น "PayPal" จะสะดวกกว่ามากครับ แต่ถ้าท่านใดสะดวกจะรับเป็น "Check" ก็ไม่แปลกครับ เพราะรูปแบบการหารายได้ผ่านเน็ตอย่างเช่น Google Adsense ก็จ่ายผ่าน "Check" เช่นกัน เห็นคนไทยทำกันเยอะเหมือนกันครับ เพราะไม่ต้องไปสมัครบัญชี PayPal ให้ยุ่งยาก

19. PayPal or Moneybookers Email Address

ในกรณีที่เลือกว่าท่านต้องการรับเงินผ่าน "PayPal" หรือ "Moneybookers" ท่านจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกรอก "Email Address" ที่ท่านได้ไปสมัครไว้กับ PayPal หรือ Moneybookers ครับ กรอกระวังๆ อย่าให้ผิดน่ะครับ ถ้ากรอกผิด เงินก็จะโอนมาไม่ถึงเราน่ะครับ 555+

20. Preferred payment limit

เป็นช่องให้เลือกว่าจะตั้งจำนวนเงินรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ที่จะให้ทางเว็บโอนเงินให้ เริ่มต้นควรเลือกเป็น "USD $50" ก่อนครับ

21. Notify me whenever my images are reviewed

ติ๊กถูกในช่องด้านหน้า ถ้าต้องการให้ทางเว็บ 123RF แจ้งผลการตรวจภาพ ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ต้องติ๊กครับ

22. Include my portfolio under the Extended License sale terms

ถ้าต้องการขายภาพในแบบ "Extended License" ก็ให้ติ๊กถูกด้านหน้า โดยปกติแล้วก็ติ๊กถูกไว้เลยก็ดีน่ะครับ เพราะการขายภาพแบบ Extended License ก็เป็นแบบที่ทำเงินให้กับช่างภาพได้มากกว่า License ปกติ

23. Register Now

จากนั้นถ้ากรอกข้อมูลครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ก็กดปุ่ม "Register Now" เพื่อลงทะเบียนได้ครับ :)

เมื่อส่งข้อมูลการลงทะเบียนไปแล้ว ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรก็ ทางเว็บ 123rf ก็จะส่งอีเมลมาให้เราเพื่อยืนยันการลงทะเบียน โดยในอีเมลจะมีลิงค์ ให้เราคลิ๊กเพื่อเข้าสู่หน้าเว็บยืนยันตัวตน โดยให้เรากรอก "Registration Code" ซึ่งก็คือรหัสที่ได้แนบมาในอีเมลนั่นเองครับ (ต้องขออภัยในส่วนนี้ผมไม่มีภาพประกอบ)

มาถึงจุดนี้ ก็ถือว่าเราได้สมัครขายรูปที่เว็บไซต์ 123RF สำเร็จแล้ว และที่เหลือก็เป็นการส่งรูปไปให้ผู้ตรวจพิจารณาได้เลย และระหว่างรอผลการตรวจ ก็ถ่ายรูปหน้า Passport หรือ Scan ก็ได้ให้เป็นไฟล์ภาพ แล้วก็อัพโหลดส่งไปเพื่อยืนยันตัวตนครับ

เพื่อทดสอบการเข้าใช้งานเว็บ 123RF ก็ลอง Login เข้าระบบดูโดยใช้ Username(หรือ Email Address) และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้ได้เลยครับ โดยปุ่ม Login จะอยู่ทางขวามือบนสุดของหน้าเว็บ (ใกล้ๆปุ่ม Sign Up) แล้วจะเข้าสู่หน้า Login ดังรูปที่ 5

รูปที่ 5 - หน้า Login

เมื่อ Login เสร็จแล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Welcome!" ของเว็บ 123RF ซึ่งหน้านี้จำเป็นต้องกรอกรหัส 6 หลักที่แสดงให้เห็น จากนั้นก็กดปุ่ม Submit เพื่อเข้าสู่หน้าถัดไป

รูปที่ 6 - หน้า Welcome! และการกรอกรหัส 6 หลักเพื่อความปลอดภัย


จากนั้นการ Login ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยสังเกตที่แถบเมนูด้านบนสุดของเว็บจะแสดงข้อความ "Welcome, foto76" ดังรูปที่ 7

รูปที่ 7 - เมนูด้านบนสุด

หรือถ้าเลื่อนมาดูด้านล่างของหน้าเว็บก็จะมีลิ้งค์ต่างๆ สำหรับผู้ขายภาพดังรูปที่ 8 ครับ

รูปที่ 8 - เมนูด้านล่างสุด

สำหรับการอัพโหลดรูปถ่ายเพื่อส่งตรวจ และส่งรูป Passport ผมขอยกไปบล็อกหน้าน่ะครับ เพราะเรื่องมันยาวครับ ^^

ติดตามอ่าน "การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF (Part 2)" กันได้แล้วครับผม :)