Monday, July 2, 2012

Yuri Arcurs แนะนำ 22 เคล็ดลับการถ่ายภาพขายออนไลน์ (Part 1)

photo credit: arcurs.com
เมื่อวงการขายภาพออนไลน์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้ซื้อก็นิยมซื้อภาพในราคาประหยัดและไม่ต้องเสียเวลาถ่ายเองหรือจ้างช่างภาพมาถ่ายให้ ทำให้ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นหลายคนเริ่มให้ความสนใจกับวงการนี้

ยูริ ช่างภาพสต็อกระดับแนวหน้าจึงแนะนำ 22 เคล็ดลับการสร้างสรรค์ภาพในแนวสต็อก ไว้ใน Digital Camera August 2011 จึงขอให้ Credit กับแหล่งข้อมูลด้วยครับ

1.สร้างภาพที่สื่ออารมณ์
ภาพสต็อกที่แสดงถึงอารมณ์ของตัวแบบมักจะขายดีกว่าภาพธรรมดา ให้ลองสังเกตจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ภาพจำนวนมากที่มีจะแสดงออกถึงอารมณ์ของมนุษย์
 
photo credit: arcurs.com
2.ใส่ความคลาสสิก
ชุดหรือเสื้อผ้าที่นายแบบหรือนางแบบสวมใส่จะบ่งบอกถึงยุคสมัยให้กับภาพ เทรนด์แฟชั่นนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรหาเสื้อผ้าที่ไม่บ่งบอกอายุที่แท้จริง ควรเป็นเสื้อผ้าสีล้วนเช่นสีดำหรือขาวเป็นหลัก และไม่ควรบ่งบอกถึงแบรนด์หรือโลโก้ใดๆด้วย

3. ให้ภาพนั้นตีความได้หลากหลาย
ภาพที่สามารถขายบนเว็บไมโครสต็อกได้อย่างยาวนานนั้น (Shelf Life) จะต้องเป็นภาพที่สามารถตีความได้หลากหลาย อย่างที่ทราบกันว่าภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำได้นับล้านคำ


photo credit: arcurs.com
4. ตรวจสอบภาพด้วย Thumbnail
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะบอกว่าภาพของคุณสามารถสื่อสารไปยังผู้รับชม(บรรณาธิการฝ่ายภาพ) ได้ชัดเจนหรือไม่ โดยการดูแบบ Thumbnail แล้วต้องเด่น เพียงแค่กวาดสายตาผ่านภาพจำนวนมากมาย ภาพของคุณต้องดูโดดเด่นที่สุด

5. ใส่เทคโนโลยีลงในภาพ
การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงลงไปในภาพนั้นมันจะทำให้ภาพมีช่วงเวลาการขายได้ ที่สั้นกว่าการระบุเทคโนโลยีแบบกว้างๆ โดยสิ่งที่ใส่เข้าไปก็ไม่ควรให้ผู้ซื้อเดาอายุของเทคโนโลยีนั้นได้ เช่น ภาพที่มีโลโก้ Windows 2000 ปรากฏให้เห็นก็จะขายได้ในช่วงสั้นๆ แต่ภาพที่เห็นแค่รูปทรง Laptop มาตราฐานทั่วไปที่ผู้คนนิยมใช้กันเยอะ ก็จะขายได้ยาวนานกว่า

Beautiful woman sitting with laptop

6. เติมเต็มเฟรมภาพ
ยูริกล่าวว่า "คุณไม่จำเป็นต้องมีกล้องฟูลเฟรมเพื่อถ่ายภาพขายในไมโครตต็อกหรอก แต่คุณสามารถทำให้เฟรมภาพของคุณนั้นเติมเต็มให้ภาพสมบูรณ์ขึ้น" นั่นคือไม่ได้เน้นถ่ายแค่ตัวแบบหรือวัตถุใดๆเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงฉากหลังที่สมบูรณ์แบบและเข้ากับเนื้อหาของตัวแบบหรือวัตถุได้ดีอีกด้วย


photo credit: arcurs.com

7. เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
"จับช่องว่างที่ยังไม่มีใครทำมาก่อนแล้วทำมันให้เชี่ยวชาญ นี่คือหัวใจสู่ความสำเร็จ" -- ยูริกล่าว ซึ่งยูริได้แนะนำอีกว่า หากลองสังเกตช่างภาพที่ประสบผลสำเร็จในถนนสายธุรกิจนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งนั้น (ยูริก็เชี่ยวชาญทางด้านภาพบุคคล)

"การฝึกฝนด้านใดด้านหนึ่งให้เก่งกาจอย่างแท้จริงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และมันอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความสำเร็จให้คุณ มีผู้คนมากมายดูภาพที่ผมถ่ายและพยายามที่จะถ่ายให้ได้แบบผม แต่สิ่งที่เขาไม่เคยตระหนักถึงนั่นก็คือ เขาได้พาตัวเองเข้าสู่การแข่งขันโดยที่ไม่รู้ตัวและนั่นหมายถึงหากสู้ไม่ได้เขาก็จะขายไม่ออก" -- ยูริกล่าว

ในประเด็นนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ช่างภาพสต็อคที่จะโดดเด่นได้ก็ต้องเอาดีในแนวทางที่ตนเองถนัด ชอบถ่ายภาพอาหารก็เน้นทางด้านนั้น ชอบถ่ายภาพนกก็เอานกให้ดีเลิศ เป็นช่างภาพแนว Lanscape ก็เอาดีไปทางนั้นไปเลย ซึ่งผลงานก็จะดูลึกล้ำมากกว่าช่างภาพที่เพิ่งเริ่มๆถ่ายครับ

8. ระวังเรื่องความแตกต่าง
ในประเด็นนี้ยูริให้ความเห็นไว้ว่า ตลาดการซื้อขายภาพนั้น ไม่ได้มีวัฒนธรรมหรือสิ่งแวดล้อมในแบบที่เราคิดเสมอไป เพราะด้วยวัฒนธรรมของผู้ซื้อที่หลากหลายทั่วโลกไม่เหมือนกันเลย เช่น จะถ่ายภาพแนวประหยัดพลังงานน้ำมัน แต่มัวแต่ถ่ายภาพคนขับรถพวงมาลัยขวาตลอด ทั้งๆที่มีอีกหลายประเทศเขาขับพวงมาลัยซ้ายกัน
photo credit: arcurs.com

9. ดึงเอาจุดเด่นของภาพคนมาใช้
คุณทราบหรือไม่ว่าภาพที่ขายอยู่ในตลาดภาพสต็อกนั้นครึ่งหนึ่งเป็นภาพบุคคล ดังนั้นก็เป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสรรค์ภาพถ่ายแนวภาพบุคคลที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆได้อย่างชัดเจนออกมา ซึ่งมันสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดีกว่าวัตถุที่ไม่มีชีวิต

10. เปิดพื้นที่ให้ตัวคุณเอง
"บัตรอวยพรของบริษัทต่างๆ ถูกซื้อขายเป็นจำนวนมากที่สุดและคิดเป็นจำนวนผู้ซื้อมากที่สุดในตลาดภาพสต็อก" ยูริได้ยกตัวอย่างภาพอีกแนวที่ขายดี นั่นคือการเว้นที่ว่างในภาพที่เราถ่ายไว้เผื่อผู้ซื้อที่ซื้อภาพไปแล้วต้องการเติมข้อความหรืออื่นๆลงไป ไม่ว่าจะเป็นภาพแนวตั้งหรือแนวนอนก็สามารถเว้นพื้นที่ว่างได้ทั้งสิ้น การทำเช่นนี้มันอาจจะดูว่าภาพจะไม่มีความสมดุล แต่สำหรับบรรณาธิการฝ่ายภาพและกราฟิกดีไซน์จะชอบภาพแนวนี้มาก

photo credit: foto76 / freedigitalphotos.net

ด้วยเนื้อหาที่ยาวมาก ผมเลยขอยกมาแค่ 10 เคล็ดลับแรก แล้วอีก 12 เคล็ดลับที่เหลือก็เจอกันบล็อกหน้าก็แล้วกันน่ะครับ ^^

Thursday, June 21, 2012

Coffee beans in a cup isolated on white background, Bangkok


Canon EOS 5D Mark II + EF 100mm f/2.8 Macro USM + Tripod
1/30 sec, f4.0 at 100mm ISO 200

Date: June 21, 2012 (3:45 p.m.)
Place: Bangkok, Thailand

ผมซื้อเมล็ดกาแฟคั่วแล้ว มาเพื่อภารกิจถ่ายภาพโดยเฉพาะ ตอนเลือกซื้อจะมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลายพันธุ์ เช่น Arabica, Bluemountain, Espresso เป็นต้น และมีหลายระดับการคั่ว ผมไม่รู้หรอกว่าแบบไหนอร่อย เพราะไม่เคยนำมาบดและชงดื่มเองเลย ส่วนใหญ่ก็ซื้อกาแฟสดที่ชงแล้วตามร้านทั่วไป แต่ที่เลือกซื้อเมล็ดกาแฟมานี้ก็เน้น เมล็ดสีน้ำตาลเข้มสวยเพียงอย่างเดียว ไปตรงกับพันธุ์ Bluemountain พอดี สีสวย นำมาถ่ายภาพคู่กับแก้วกาแฟสีขาว ตัดกับฉากหลังที่เป็นพื้นแผ่นอะคริลิคสีขาวขุ่น และเพิ่มการยิงแฟลชเข้าช่วย

Wednesday, June 20, 2012

Yuri Arcurs - ช่างภาพสต๊อกชั้นแนวหน้าของโลก

Yuri Arcurs / photos credit: www.arcurs.com

"ยูริ อาร์เตอร์ส" กับคำนิยามของตัวเขาที่ว่า "Yuri Arcurs - the world’s top selling stock photographer" ซึ่งเขาเป็นกรณีตัวอย่างที่ดี ในการเป็นต้นแบบช่างภาพที่เอาดีทางด้านการขายภาพในไมโครสต๊อกแล้วประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง

ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ Yuri ในนิตยาสาร Digital Camera Magazine, August 2011 ฉบับภาษาไทย เห็นว่ามีประโยชน์มาก เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ข้อความพาดหัวในนิตยารได้น่าสนใจมากว่า "ทำอย่างไร ถึงจะขายได้ 2,000 ภาพ ในแต่ละวัน" เห็นแค่นี้ก็แทบจะพลิกอ่านต่อแทบไม่ทัน เพราะผมเองยังขายได้แค่หลักสิบภาพต่อวัน hahaha+

เท่าทีผมดูผลงานของยูริ เอาเฉพาะที่ iStockphoto ที่เดียวเขามีไฟล์ออนไลน์อยู่หมื่นกว่าไฟล์ ซึ่งประกอบไปด้วย Photos มากกว่าพันรูป, Video ประมาณ 300 คลิป และ Audio ประมาณพันกว่าคลิป แล้วเขามียอดดาวน์โหลดเฉพาะที่ iStockphoto นี้รวมแล้ว 1,300,000 downloads โดยที่เริ่มขายมาตั้งแต่ October 2005 ก็เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว
ถ้าใครเคยติดตามผลงานของเขา แนวภาพส่วนใหญ่ของยูริก็จะเป็นภาพบุคคลซ่ะส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นแนวที่ตลาดมีความต้องการมาก แล้วในแง่การถ่ายก็ยุ่งยากกว่าการถ่ายแนวธรรมชาติหรือแนวอื่น เพราะนอกจากการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ สถานที่ แต่งหน้า เสื้อผ้าแล้ว นายแบบนางแบบยังต้องยอมเซ็นใบ Model Release Forms เพื่ออนุญาติให้นำภาพเขาและเธอไปขายได้

ก็ไม่แปลกใจเลยที่ภาพของยูริ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากภาพแล้วยูริก็ยังขยายไปสู่การขายคลิปวิดีโอ (footage) และไฟล์เสียงด้วย (audio) เพราะโอกาสในการขายรออยู่และเขาเองก็มีทีมงานและศักสภาพต่างๆ พร้อมอยู่แล้ว

คำถามที่ว่า หลักการการถ่ายภาพสต๊อกพื้นฐานของเขาเป็นอย่างไร เขากล่าวว่า "หลายคนถ่ายภาพตามที่พวกเขาต้องการจะให้เป็น แต่สำหรับผม แค่อยากถ่ายภาพให้ดีที่จะตอบสนองลูกค้า ไม่ใช่ตัวผม เช่นนั้นผมจึงได้ขาย อีกทั้งผมไม่มีภาระในส่วนของ 'วิสัยทัศน์ทางศิลปะ' ที่อาจเข้ามากวนใจผมจากเป้าหมายที่จะทำ" แปลจากไทยเป็นไทยได้ว่า... ช่างภาพสต๊อกทั่วไปถ่ายรูปตามใจตัวเอง แต่ยูริถ่ายรูปตามใจลูกค้านั่นเอง

photo credit: www.arcurs.com

คำถามที่ว่า ไปมายังไงถึงมาทำอาชีพนี้ เขาบอกว่าเริ่มจากทำเพราะหาเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาแค่นั่นเอง โดยเขาเริ่มถ่ายภาพครั้งแรกเมื่อสมัยเป็นนักศึกษาสาขาการถ่ายภาพในสายข่าว แต่ต่อมาเขาเปลี่ยนไปเรียนด้านจิตวิทยา แล้วพอขายไปเรื่อยๆ เขารู้สึกว่ามันเป็นงานที่สนุกมาก จึงยึดเป็นอาชีพหลัก

ในช่วงการขายภาพช่วงแรก เขาถูกเยาะเย้ยว่า ภาพของเขาเป็นภาพที่จืดชืดธรรมดาสุดๆ แต่เขายึดแนวทางนี้มาตลาดเพราะ ภาพแนวนี้เป็นแนวที่ทำเงิน ไม่ใช่ภาพแนวศิลปะ แต่ที่ผมดูแล้วภาพเขาก็ไม่ได้ดูจืดชืดเล้ย ถ่อมตัวจริงๆ

"แค่ถ่ายภาพธรรมดาๆ ไม่พอหรอก มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างการทำในสิ่งที่ผู้คนต้องการ แต่ก็ต้องทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเช่น นี่น่าจะเป็นส่วนที่ยากที่สุดของงาน ซึ่งก็คือการทำให้ภาพของคุณดูโดดเด่นที่สุด งานนี้แหละที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์" ยูริกล่าวประโยคเด็ดปิดท้าย

กล้องที่ Yuri Arcurs ใช้
ระดับนี้แล้วไม่ได้ใช้แค่ตัวเดียว ค่ายเดียวเป็นแน่ เท่าที่เขาบอกไว้มีกล้อง Hasselblad, Canon 1Ds Mk III, Canon EOS 5D Mk II, Canon EOS 7D และ Nikon D3x อุปกรณ์เทพก็คู่ควรกับเทพจริงๆ ^^

จำนวนทีมงานของ Yuri Arcurs
เขามีทีมงานรวมแล้ว 50 กว่าชีวิต ตั้งแต่ Sound engineer ไปจนถึงคนหาอุปกรณ์ประกอบ

เกลิ่นเรื่องของยูริไว้แค่แน่ก่อนน่ะครับ ตอนหน้าจะรวบรวม 22 เคล็ดลับของยูริ ในการสร้างสรรค์งานสต็อกให้ทำเงินได้ดี