Tuesday, February 24, 2015

การสมัคร PayPal เพื่อรับเงินจาก Stock Photo (Part 2)

จากตอนที่แล้วว่าด้วย การเริ่มสมัครเข้าใช้งาน PayPal ผมได้กล่าวถึงการลงทะเบียนเริ่มต้นเข้าใช้งาน PayPal ไปแล้ว ถัดมาในบล็อกตอนนี้ ผมจะอธิบายถึงขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง นั่นคือ "การยืนยันตัวตน" ปกติถ้าเรายังไม่ได้ทำขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ว่านี้ เราก็สามารถใช้งานบัญชี PayPal นี้ได้แล้วน่ะครับ โดยสามารถรับเงินเข้า สามารถโอนเงินออกได้ แต่ทาง PayPal จะจำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมครับ


รูปที่ 1 - โลโก้เว็บ PayPal

ก่อนจะไปอธิบายขั้นตอนการยืนยันตัวตน ผมจะมาทดสอบการโอนเงินเข้าบัญชี PayPal ใหม่บัญชีนี้ โดยผมจะโอนเงินจากบัญชี PayPal ของผมอีกบัญชี มาให้บัญชีใหม่ที่ยังไม่ยืนยันตัวตนนี้ ลองโอนเท่าไหร่ดี เอาซักหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯเป็นไง อุ๊ต๊ะ! ลืมไปว่าเงินมีอยู่น้อยนิด งั้นลองโอนซัก $1 USD ละกัน 555+

อ้อ ลืมบอกไปว่าเราสามารถมีบัญชี PayPal ได้มากกว่าหนึ่งบัญชีนะครับ หลายคนก็ใช้ในหลายวัตถุประสงค์ ผมเองเปิดหลายบัญชีเอาไว้ เพื่อบริหารจัดการเงิน และทดสอบโน่นนี่ไปเรื่อยครับ ^_^

ดังนั้นผมขอนำท่านสลับไป Login เข้าอีกบัญชี PayPal ของผมก่อนน่ะ ซึ่งบัญชีนี้ผมได้ยืนยันตัวตนไปแล้ว และจะโอนเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปให้บัญชี PayPal ที่เพิ่งเปิดใหม่ โดยผมเลือกการโอนแบบชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จะไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ

รูปที่ 2 - หน้าการชำระเงิน

รูปที่ 3 - หน้ายืนยันการชำระเงิน

รูปที่ 4 - หน้าแจ้งการชำระเงินแล้ว

รูปที่ 5 - อีเมลแจ้งการส่งเงินให้คุณ

เมื่อผมโอนเงินให้เสร็จแล้ว ผมขอสลับไปเข้าบัญชี PayPal ที่เพิ่งเปิดใหม่ และเมื่อ Login เข้าไปหน้า "บัญชีของฉัน" (รูปที่ 6) ตรงยอดคงเหลือในบัญชี PayPal ใหม่ยังคงเป็น 0.00 บาท เอ๊ะ! ทำไมเงินยังไม่เข้า เมื่อลองเลื่อนไปดู "กิจกรรมล่าสุดของฉัน" จะเห็นว่ามีรายการเงินที่โอนเข้ามาให้หนึ่งรายการ รอการยืนยันรับเงินอยู่ เราเพียงแค่เลือก "ยอมรับ" (ถ้าเลือกปฏิเสธ ก็คืนเงินกลับ)

รูปที่ 6 - หน้า "บัญชีของฉัน" ของบัญชี PayPal ใหม่ เพื่อยืนยันการรับเงิน

รูปที่ 7 - หน้าให้เลือกการ ยอมรับการชำระเงิน แบบอัตโนมัติ

รูปที่ 8 - หน้าแจ้งการยอมรับชำระเงินเสร็จเรียบร้อย

เมื่อเลือก "ยอมรับ" เงินแล้ว จะเข้าหน้าเพื่อเลือกให้การโอนเงินครั้งต่อไปให้เป็นแบบอัตโนมัติไปเลย โดยเราไม่ต้องมาเลือก "ยอมรับ" เงินกันทุกรายการอีกต่อไป ดังรูปที่ 7 เลือก "ยอมรับการชำระเงิน" ไปโล้ด...

กดลิงค์ "ไปที่ 'บัญชีของฉัน'" (รูปที่ 8) จะกลับไปยังหน้า "บัญชีของฉัน" (รูปที่ 9) ซึ่งจะเห็นว่ามีเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว เป็นเงิน 31.66 บาท ซึ่งถ้าท่านดูยอดเงินสกุลไทยแล้วไม่อินเตอร์ สามารถเปลี่ยนสกุลเงินได้นะครับ ให้กดไปที่ "เครื่องมือแปลงสกุลเงิน"

รูปที่ 9 - หน้า "บัญชีของฉัน" แสดงภาพรวมยอดเงินที่มี

เมื่อเข้ามาหน้าเปลี่ยนสกุลเงิน (รูปที่ 10) จะมีแสดงให้เลือกอยู่ 2 สกุลเงินคือ THB-บาทไทย และ USD-ดอลลาห์สหรัฐฯ โดยมีสกุลบาทไทยเป็นตัวเลือกหลักไว้อยู่ ถ้าอยากเปลี่ยนเป็น USD ก็เลือกแล้วกดปุ่ม "ใช้เป็นสกุลเงินหลัก" แล้วจะแสดงข้อความแจ้งการเปลี่ยนสกุลแล้วดังรูปที่ 11 และกลับหน้าภาพรวมโดยกดที่เมนู "บัญชีของฉัน" ได้เลยครับ แล้วสกุลเงินจะเปลี่ยนไปแล้วดังรูปที่ 12

รูปที่ 10 - หน้าเปลี่ยนสกุลเงิน

รูปที่ 11 - หน้าแจ้งการเปลี่ยนสกุลเงินสำเร็จแล้ว

รูปที่ 12 - เปลี่ยนการแสดงสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ

เอาหล่ะผมพาออกนอกเรืองไปไกล กลับมาสู่หัวข้อหลักของตอนนี้ดีกว่าครับ นั่นคือ การยืนยันตัวตน, การรับเงินจากเว็บ Stock Photo และการโอนเงินเข้าธนาคารในไทย


การยืนยันตัวตน

อย่างที่ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าการสมัครบัญชี PayPal ถ้าจะให้เสร็จสมบูรณ์จริงๆ เราต้อง "ยืนยันตัวตน" กับทางเว็บ PayPal ด้วย โดยเราสามารถเลือกวิธีการยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี คือ ยืนยันผ่านบัญชีธนาคาร หรือ ยืนยันผ่านบัตรเครดิต/บัตรเดบิต ผมได้ทดสอบการยืนยันทั้งสองแบบแล้ว การยืนยันตัวตนผ่านบัญชีธนาคารสะดวกที่สุดครับ ดังนั้นผมขออธิบายเฉพาะในแบบนี้เท่านั้นน่ะครับ

ในหน้าภาพรวม "บัญชีของฉัน" จะมีสถานะแสดงไว้ตลอดว่าเรา "ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน" (รูปที่ 13) ให้เรากดที่ลิงค์ "ยืนยันตัวตน" เลยครับ

รูปที่ 13 - หน้าภาพรวมจะแสดงสถานะ "ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน"

รูปที่ 14 - หน้าเลือกวิธีการยืนยันตัวตน

เมื่อเข้าสู่หน้าเลือกวิธีการยืนยันตัวตน ทางเว็บ PayPal จะอธิบายว่าทำไมต้องทำการยืนยันตัวตน (ลองอ่านดูครับ) และวิธีที่ PayPal แนะนำเลยก็คือ "ยืนยันบัญชีธนาคารของคุณ" อย่ารอช้า กดที่ปุ่ม "เริ่มกันเลย" :)

ขั้นตอนการยืนยันตัวตนผ่านบัญชีธนาคารจะเริ่มจากให้เรากรอกเลขที่บัญชีธนาคารของเรา จากนั้น PayPal จะโอนเงินยอดเล็กๆ (จำนวนเงินไม่ถึงหนึ่งบาท) มาให้เราสองรายการ และให้เรานำตัวเลขของยอดเงินสองรายการดังกล่าวมากรอกยืนยันในเว็บ PayPal ถือเป็นอันเสร็จสิ้นครับ

รูปที่ 15 - หน้าเพิ่มบัญชีธนาคารในประเทศไทย

รูปที่ 16 - หน้ายืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร

หลังจากกด "เริ่มกันเลย" ในหน้าเลือกวิธีการยืนยันแบบใช้บัญชีธนาคาร จะเข้าหน้าให้กรอกข้อมูลบัญชีธนาคารของคุณ (รูปที่ 15) โดยข้อมูลที่ต้องกรอกมีดังนี้
  • ชื่อบัญชี: กรอกชื่อภาษาอังกฤษ โดยแนะนำว่าต้องสะกดให้เหมือนกันระหว่างบัญชี PayPal และบัญชีธนาคาร ซึ่งถ้าไม่ตรงอาจจะมีปัญหาในการถอนเงินและต้องเสียค่าธรรมเนียมครับ
  • ชื่อธนาคาร: เลือกธนาคารในไทย ซึ่งมีให้เลือกกันครบทุกแบงค์เลยครับ
  • เลขที่บัญชี: กรอกเลขบัญชีธนาคาร 10 หลัก
  • ป้อนเลขที่บัญชีอีกครั้ง: ยืนยันเลขบัญชีธนาคาร 10 หลักอีกครั้ง
จากนั้นก็กดปุ่ม "ดำเนินการต่อ" จะเจอหน้าให้ตรวจทานข้อมูลอีกครั้ง (รูปที่ 16) ถ้าข้อมูลถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม "บันทึก" จะเข้าสู่หน้าแจ้งว่าการเพิ่มเลขที่บัญชีธนาคารเรียบร้อยร้อยแล้ว (รูปที่ 17) และให้เรารอการโอนเงินจาก PayPal (จำนวนน้อยนิด) เข้าบัญชีของเราภายใน 4-6 วันทำการ และจะมีอีเมลแจ้งยืนยันการเพิ่มบัญชีธนาคารให้ด้วย ดังรูปที่ 18

รูปที่ 17 - หน้าแจ้งการเพิ่มบัญชีธนาคารเสร็จเรียบร้อย

รูปที่ 18 - อีเมลแจ้งยืนยันการเพิ่มบัญชีธนาคารของคุณ

หลังจากรอคอยอยู่เกือบอาทิตย์ เมื่อได้ไปปรับสมุดบัญชีธนาคารก็จะเห็นรายการเงินโอนเข้าสองรายการดังรูปที่ 19 มียอดเงินโอนเข้า"0.18" กับ "0.09" บาท เราก็จะนำยอดดังกล่าวไปกรอกยืนยันในเว็บ PayPal อีกทีครับ

รูปที่ 19 - รายการเงินโอนเข้าบัญชีจาก PayPal

เมื่อ Login เข้าเว็บ PayPal แล้วเข้าหน้า "บัญชีของฉัน" ตรงด้านขวามือของจอภาพจะมีลิงค์ "ยืนยันบัญชีธนาคาร" ให้กดเข้าไปดำเนินการได้เลยครับ

รูปที่ 20 - หน้า "บัญชีของฉัน" มีลิงค์ให้กด "ยืนยันบัญชีธนาคาร"

รูปที่ 21 - หน้ากรอกยืนยันตัวเลขยอดเงิน 2 รายการ

พอเข้ามาหน้า "ยืนยันบัญชีธนาคาร" (รูปที่ 21) ก็จะมีช่องให้กรอกยอดเงินทั้ง 2 ยอดที่เราได้รับมา จากนั้นก็กดปุ่ม "ยืนยัน" ได้เลยครับ แล้วจะแสดงข้อความแถบสีเขียวโดดเด่นว่าท่านได้ยืนยันบัญชีธนาคารสำเร็จแล้ว (รูปที่ 22) พร้อมกันนี้ยังมีอีเมลแจ้งให้เราทราบด้วย ดังรูปที่ 23, 24

รูปที่ 22 - ข้อความแสดงความยินดีการยืนยันบัญชีธนาคาร

รูปที่ 23 - อีเมลแจ้งการยืนยันบัญชีธนาคาร

รูปที่ 24 - อีเมลแจ้งการยืนยันบัญชีธนาคารผ่านเรียบร้อยแล้ว

ทั้งหมดทั้งมวลทุกกระบวนการที่เราผ่านกันมา เมื่อเรา Login เข้าหน้า "บัญชีของฉัน" ครั้งต่อไปเราจะสังเกตเห็นตรงสถานะว่า "ยืนยันตัวตนแล้ว" (รูปที่ 25) Congratulations! ท่านผ่านแล้วครับ ท่านสามารถใช้งานบัญชี PayPal นี้ได้แบบไม่มีข้อจำกัดอีกแล้ว ^^

รูปที่ 25 - หน้า "บัญชีของฉัน" แสดงสถานะ "ยืนยันตัวตนแล้ว"


การรับเงินจากเว็บ Stock Photo

เมื่อเรายืนยันตัวตนในบัญชี PayPal เสร็จแล้ว เราก็สามารถนำบัญชีนี้ไปใช้เพื่อรับเงินจากเว็บขายภาพออนไลน์ Stock Photo โดยเว็บ Stock Photo เกือบทุกเว็บจะให้ระบุว่าช่องทางการรับเงินของช่างภาพ (Contributor) จะเลือกช่องทางใด ซึ่งถ้าเราเลือกรับเงินผ่าน PayPal ก็จะมีช่องให้เรากรอกบัญชี PayPal ซึ่งช่องนั้นเราก็นำ Email ของบัญชี PayPal ที่เราสมัครไว้แล้ว กรอกใส่ได้เลยครับผม หลังจากนั้นก็รอยอดขายภาพให้ถึงยอดขั้นต่ำของแต่ละเว็บที่จะโอนเงินให้ท่าน (บางเว็บ 50$ บางเว็บ 100$) เมื่อยอดครบ บางเว็บจะโอนเงินให้อัตโนมัติเข้าบัญชี PayPal เลยครับ บางเว็บก็จะให้เราร้องขอเบิกเงินด้วยตัวเอง (Request Payment)

รูปที่ 26 - ตัวอย่างการใส่ข้อมูลบัญชี PayPal ในเว็บ 123RF

เมื่อทางเว็บ Stock Photo โอนเงินให้เราแล้ว เราจะเห็นรายการเงินโอนเข้าในบัญชี PayPal ดังรูปที่ 27

รูปที่ 27 - ตัวอย่างเงินโอนเข้าบัญชี PayPal


การโอนเงินเข้าธนาคารในไทย

กว่าจะมาถึงขั้นตอนนี้ หลายๆท่านอาจจะปาดเหงื่อกันหลายรอบ ตั้งแต่รอลุ้นยอดขายดาวน์โหลดแรก จนมียอดรายได้ที่สามารถถอนออกมาจากเว็บสต๊อกโฟโต้แล้วโอนมาใส่ไว้ในบัญชี PayPal เรียบร้อย จากนี้ไปก็เป็นการถอนเงินออกจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทยครับ

สำหรับท่านที่ได้ทำการยืนยันตัวตนผ่านทางบัญชีธนาคารแล้วนั้น ท่านไม่ต้องไปใส่บัญชีธนาคารอะไรอีกแล้ว เราสามารถโอนเงินออกมาที่บัญชีที่เราเคยกรอกข้อมูลไปแล้วนั้นได้เลยครับ แต่สำหรับท่านไหนใช้วิธียืนยันตัวตนผ่านบัตรเครดิต ท่านจะต้องเข้าไปที่เมนู "ข้อมูลบัญชี" -> "เพิ่มหรือแก้ไขบัญชีธนาคาร" เพื่อเข้าไปเพิ่มบัญชีธนาคารในไทยอีกที สำหรับท่านที่ต้องการมีบัญชีรับเงินในไทยมากกว่าหนึ่งบัญชี ก็สามารถเข้าไปเพิ่มในหัวข้อนี้ได้เช่นกัน

เอาหละ มาถอนเงินออกกันดีกว่าเนอะ :) ให้ไปเข้าไปที่เมนู "ถอนเงินจาก PayPal" จะเข้าไปเจอหน้าที่ทำร้ายจิตใจคนรายได้น้อยนิดนึงนะครับ (รูปที่ 28) คือ PayPal ก็จะแจ้งเพื่อทราบว่า ถ้ายอดเงินที่จะถอนออกมากกว่า 5,000 บาท ก็ไม่ต้องโดนหักเงินอะไรเลย แต่... ถ้าไม่ถึงก็จะโดนหักไป 50 บาท เห็นๆ นี่แหละรายได้ส่วนนึงของเว็บ PayPal ที่ทำให้เค้าอยู่ได้ 555+ ก็ไม่แปลกหรอกครับ ในไทย แค่โอนเงินข้ามธนาคาร ข้ามจังหวัดเราก็โดนหักค่าธรรมเนียมเหมือนกัน... อย่าคิดมาก กัดฟันกดที่ลิงค์ "ถอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของคุณ" ณ บัดนาว

รูป 28 - หน้าแจ้งการหักค่าธรรมเนียมของ PayPal

เข้าสู่หน้าระบุจำนวนเงินที่จะถอนออกและระบุบัญชีธนาคารในไทยที่จะโอนเงินไป (รูปที่ 29) เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยก็กดปุ่ม "ดำเนินการต่อ"

รูปที่ 29 - หน้าถอนเงินโดยการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

รูปที่ 30 - หน้าตรวจสอบเงินที่จะถอนออก

จะมาแสดงหน้าตรวจสอบเงินที่จะถอนออก หน้านี้จะสรุปข้อมูลหลายอย่าง ตั้งแต่ยอดเงินที่เราจะถอนออก $55 USD, อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ=31.6698 บาทไทย, ยอดเงินรวม 1,741.84 บาท, ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน -50 บาท (T_T), สรุปเงินที่จะถอนออกจริงๆ คงเหลือ 1,691.84 บาท เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยก็กดปุ่ม "ส่ง" ได้เลยครับ

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการขอถอนเงิน ทาง PayPal จะใช้เวลาดำเนินการโอนเงินเข้าไทยประมาณ 5-7 วันทำการครับ

รูปที่ 31 - หน้าแจ้งคำขอถอนเงินอยู่ระหว่างดำเนินการ

รูปที่ 32 - อีเมลแจ้งกำลังโอนเงินจาก PayPal ไปยังธนาคารของคุณ

เมื่อรออยู่หนึ่งอาทิตย์ เงินก็มาถึงไทย และแล้วภาระกิจนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าไทยของเราก็เสร็จสิ้นครับผม หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์กับนักล่าฝันทุกท่านที่อยากมีรายได้เสริมจากกล้องถ่ายรูปของตัวเองนะครับ ^^

หมายเหตุ: ภาพประกอบบล็อก ผมมีตัดทอนลงบางส่วนเพื่อความกระชับในการนำเสนอบนเว็บไซต์ จึงขออภัยที่บางภาพอาจจะไม่คมชัดหรือเหมือนหน้าเว็บของจริงครับ

Monday, January 19, 2015

การสมัคร PayPal เพื่อรับเงินจาก Stock Photo (Part 1)

สวัสดีครับ มิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน บล็อกก่อนหน้านี้ผมได้แนะนำให้ทำหนังสือเดินทาง เพื่อเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่วงการขายภาพออนไลน์อย่างมั่นใจ ส่วนบล็อกล่าสุดตอนนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องเงินล้วนๆ ซึ่งเป็นกระบวนการท้ายสุดของห่วงโซ่การทำธุรกิจขายภาพถ่ายออนไลน์เลยครับพี่น้อง... (คุณคิดเหมือนผมมั้ย ^^)


ผลสำเร็จสุดท้ายของทุกวงการธุรกิจก็คือเงิน แต่ก่อนที่จะได้มีเงินมาอยู่ในกำมือเรานั้น สำหรับนักสร้างภาพ(ถ่าย)ทุกท่าน จำเป็นอย่างยิ่งในการที่ต้องสมัครบัญชี PayPal เอาไว้ก่อนเลยครับ ถึงแม้จะมีช่องทางการรับเงินแบบอื่นให้เลือกอย่าง "Check by Postal Mail" หรือ "Moneybookers" แต่กว่าจะได้รับเงินจะช้ากว่า PayPal มากครับ


PayPal คืออะไร?

PayPal อ่านว่า เพย์พาลหรือเพย์แพล เป็นธนาคารออนไลน์ที่ให้บริการโอนเงินและจ่ายเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่มีความปลอดภัยสูงมาก โดย PayPal มีเจ้าของคือบริษัท eBay เว็บให้บริการประมูลสินค้าออนไลน์ระดับโลก PayPal จึงเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การซื้อขายสินค้าบนเว็บ eBay เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย

ในฐานะธนาคารออนไลน์ PayPal จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในการโอนเงินไปมาของบุคคลทั่วไปหรือในองค์กรธุรกิจต่างๆ ระหว่างประเทศรวม 203 ประเทศ และรองรับสกุลเงินทั่วโลก 26 สกุลเงิน (รวมเงินบาทไทยด้วย)

พอมอง PayPal เป็นธนาคารออนไลน์ ที่นี่มีข้อดึหลายอย่างครับ ยกเว้นไม่มีดอกเบี้ยให้เหมือนธนาคารท้องถิ่นทั่วไป แต่แลกกับการอำนวยความสะดวกในการโอนเงินไปมาระหว่างประเทศ อาจมีค่าธรรมเนียมบ้างนิดหน่อยก็ยังถือว่าคุ้ม โดยเฉพาะการนำบัญชี PayPal มาใช้เป็นช่องทางการรับเงินจากธุรกิจขายภาพถ่ายผ่านเว็บแล้ว สะดวกสุดๆครับ

Photo credit: paypal.com

การสมัคร PayPal

เกริ่นกันมาได้พอสมควรแล้ว เริ่มสมัครกันเลยดีกว่าครับ โดยปกติ PayPal จะมีหน้าเว็บไว้รองรับในทุกประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทยสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.paypal.com/th จะแสดงผลหน้าแรกของเว็บ PayPal ดังรูปที่ 1 ในการเริ่มสมัครใช้งานให้คลิกที่ "สมัครสมาชิก" ด้านบนขวามือของหน้าจอ แล้วจะเข้าสู่หน้าการสมัครสมาชิก ดังรูปที่ 2

รูปที่ 1 - หน้าแรกของเว็บ PayPal ประเทศไทย

รูปที่ 2 - หน้าเริ่มสมัครสมาชิก PayPal แบบใหม่

แต่หน้าเว็บของ PayPal จะมีแบบดั่งเดิม ซึ่งยังคงมีเปิดใช้งานอยู่ ถ้าท่านเข้าไปเจอหน้าเว็บ ดังรูปที่ 3 ก็ให้คลิก "ลงทะเบียนวันนี้" แล้วจะเข้าไปเจอหน้าจอดังรูปที่ 4

รูปที่ 3 - หน้าแนะนำการสมัครใช้งาน PayPal

รูปที่ 4 - หน้าเริ่มสมัครสมาชิก PayPal แบบเดิม

โดยทั้งหน้าจอแบบใหม่ (รูปที่ 2) ให้กดเลือกเปิดบัญชีแบบแรก ส่วนหน้าจอแบบเดิม (รูปที่ 4) ก็ให้เลือกประเภทบัญชีแบบแรกเช่นกันครับ (บัญชีบุคคลทั่วไป) ซึ่งทั้งสองแบบก็จะเข้าสู่หน้าจอกรอกข้อมูลส่วนตัวเหมือนกันครับ ดังรูปที่ 5

สำหรับการแนะนำให้เลือกสร้างบัญชี PayPal แบบแรกไปนั้น เป็นประเภทบัญชีที่สามารถนำมาใช้รับเงินจากเอเจนซี่ไมโครสต๊อกทั่วโลกได้แล้วครับ แต่สำหรับท่านใดต้องการเปลี่ยนบัญชีไปเป็นประเภทอื่น เพื่อทำการค้า ก็สามารถเปลี่ยนได้ในภายหลังครับ

รูปที่ 5 - หน้ากรอกข้อมูลการสมัครใช้งาน PayPal

หน้ากรอกข้อมูลนี้ ถึงแม้ภาษาที่แสดงจะเป็นภาษาไทย เพื่อความเป็นกันเองกับคนไทย แต่ข้อมูลที่ต้องกรอก จำเป็นต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ ย้ำเลย :-)

1. ที่อยู่อีเมล (คุณต้องใช้ข้อมูลนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ PayPal)

ข้อมูลแรกคือ E-mail ของท่านเอง หัวข้อนี้ผมขอขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า กรอกเน้นๆ ทำไมเหรอ? ก็เพราะว่าอีเมลที่ท่านจะกรอกนี้จะเปลี่ยนแปลงทีหลังไม่ได้แล้ว ซึ่งอีเมลนี้มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนเลขที่บัญชีธนาคารของท่านเลย นั่นคือ ถ้าเราต้องการให้เพื่อนโอนเงินให้เราผ่านบัญชีธนาคารในไทย เราก็แค่ส่งเลขที่บัญชี 10 หลัก เช่น "123-456789-0" พร้อมชื่อธนาคารให้เพื่อน

แต่ถ้าเป็นธนาคารออนไลน์อย่าง PayPal จะไม่มีเลขที่บัญชีแบบนั้น แต่ PayPal จะใช้อีเมลแทนเลขที่บัญชีเลย เช่น ถ้าท่านกรอกอีเมล abc@xyz.com ดังนั้น abc@xyz.com คือเลขที่บัญชีของท่านเลย และท่านสามารถใช้อีเมลนี้ไปให้คนที่มีบัญชี PayPal เหมือนกัน เค้าสามารถส่งเงินให้ท่านได้ และแน่นอนเหล่าเว็บเอเจนซี่ไมโครสต๊อกทั้งหลายก็จะมีช่องให้กรอกอีเมลนี้ ในการที่ส่งเงินให้เราเช่นกันครับ

นอกจากจะใช้แทนเลขที่บัญชีแล้ว อีเมลนี้ยังใช้เป็น username ในการ login เข้าสู่ระบบ PayPal ด้วย ดังนั้น ผมแนะนำว่าไม่ควรเป็นอีเมลเดียวกันกับอีเมลที่ใช้ติดต่อกับเพื่อนฝูงหรืออีเมลที่ใช้สมัครตามเว็บทั่วไป เพื่อความปลอดภัยครับ

2. เลือกรหัสผ่าน

ช่องกรอก Password เพื่อจะใช้ในการเข้าระบบ PayPal ความสำคัญในส่วนนี้ผมเปรียบกับรหัส ATM เลยก็ว่าได้ สำคัญมาก ถ้าตั้งรหัสง่ายๆ ประกอบกับใช้อีเมลที่เพื่อนฝูงรู้กันหมด การที่จะเดารหัสผ่านนั้นคงไม่ยากเกินไป ดังนั้นทาง PayPal ก็มีข้อแนะนำในการตั้งรหัสผ่านดังนี้

- ป้อนอักขระ 8-20 ตัว
- อย่าใช้ชื่อหรือที่อยู่อีเมลของคุณ
- ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน
- ตั้งรหัสผ่านให้เดาได้ยาก แม้ว่าจะเป็นสมาชิกครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็ตาม


ตามนั้นน่ะพี่น้อง ผมละโดนใจข้อสุดท้ายนี้แหละ 555+ เมื่อท่านได้กรอกรหัสผ่านไปแล้ว ไม่โดนใจสิ่งที่เว็บคาดหวังไว้ ก็จะแจ้งท่านทราบว่ารหัสผ่านของท่าน "ไม่ปลอดภัย!" และควรตั้งรหัสใหม่ให้ยากกว่านี้ และถ้าท่านตั้งได้ยากสุดๆ ก็จะมีข้อความแจ้งท่านว่า "ปลอดภัย" ดังรูปที่ 6 (ขวามือ)

รูปที่ 6 - ข้อความแจ้งผลการตั้งรหัสผ่าน

3. ป้อนรหัสผ่านอีกครั้ง

ป้อนรหัสผ่านให้เหมือนข้อที่ 2 อีกครั้ง please...

4. ชื่อ

กรอกชื่อของท่านเป็นภาษาอังกฤษ (ไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อ)

5. นามสกุล (ชื่อในบัญชี PayPal ของคุณจะต้องตรงกับชื่อในบัญชีธนาคารของคุณ)

กรอกนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ ในส่วนนี้ก็สำคัญมากครับ ทางเว็บ PayPal พยายามเน้นว่า ควรเป็นนามสกุลที่ตรงกับบัญชีธนาคารในไทยด้วย เพราะถ้าตั้งไม่ตรงกัน เค้าก็จะไม่ยอมให้เราโอนเงินออกจาก PayPal ไปยังบัญชีธนาคารในไทยบัญชีนั้นเลยครับ ต้องสะกดให้ตรงกันเป๊ะๆ
ยกตัวอย่างน่ะ เช่นนามสกุล "นราธิวาส" แล้วในบัญชีธนาคารในไทยใช้เป็น "Narathiwas" แต่ในบัญชี PayPal สะกด "Narathiwat" อย่างนี้ไม่ได้น่ะครับ

ซึ่ง PayPal จะเคร่งครัดเฉพาะนามสกุลเท่านั้น ส่วนชื่อนี่ไม่ตรงกับชื่อที่ตั้งไว้กับ PayPal ก็ได้ ส่วนนึง เป็นการเปิดช่องไว้ในกรณีจะโอนเงินออกจาก PayPal ไปยังบัญชีธนาคารในไทยที่เป็นของญาติพี่น้องที่มีนามสกุลเดียวกับเราได้

หมายเหตุ การแก้ไขนามสกุล สามารถทำได้ในภายหลัง ทาง PayPal ก็เปิดช่องทางไว้ให้แก้ไขได้ แต่แก้ไม่ง่ายน่ะ เพราะต้องแจ้งเหตุผลว่าทำไมถึงเปลี่ยน

6. วันเดือนปีเกิด

กรอกวันเดือนปีเกิด โดยกรอกเป็นตัวเลข ตัวอย่างเช่น เกิดวันที่ 31 ม.ค. 2525 ให้กรอกเป็น วว=31 / ดด=01 / ปปปป=1982

7. ประเทศที่ถือสัญชาติ

ระบุสัญชาติของท่านครับ จัดไป...

8. ที่อยู่

กรอกที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษน่ะ ทั้งบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ชื่ออาคาร เป็นต้น

9. ที่อยู่ - เพิ่มเติม (ระบุหรือไม่ก็ได้)

กรอกที่อยู่เพิ่มเติม แบบว่ากรอกช่องแรกไม่พอ ก็มาใส่ในช่องนี้ได้ พวกชื่อถนน ชื่อซอยก็มาใส่ไว้ที่นี่ได้ ช่องนี้ไม่กรอกก็ได้น่ะครับ

10. เขต/อำเภอ

กรอกชื่อเขตหรืออำเภอ

11. จังหวัด

ระบุจังหวัดของท่าน จัดไป...

12. รหัสไปรษณีย์

กรอกรหัสไปรษณีย์ของไทย 5 หลัก

13. หมายเลขโทรศัพท์

กรอกหมายเลขโทรศัพท์ ช่องนี้ทำเป็นต้องกรอก ข้ามไม่ได้ ทางเว็บ PayPal จะเอาไว้ติดต่อเผื่อว่ามีปัญหาอะไรร้ายแรง และเค้าจะเก็บเป็นความลับให้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น 081-234-5678 ก็กรอกไปแค่ "812345678" หรืออีกตัวอย่าง 02-111-1111 กรอกเป็น "21111111" เพราะทาง PayPal ได้ระบุรหัสประเทศไทยไว้ให้แล้ว (+66)

14. ยอมรับและเปิดบัญชี

ก็ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอีกครั้งน่ะครับ ส่วนท่านใดพอมีเวลา ก็ลองเข้าไปอ่าน "สัญญาสำหรับผู้ใช้บริการ" และ "นโยบายความเป็นส่วนตัว ของ PayPal" เมื่อเข้าใจหมดแล้ว มาถึงจุดนี้ก็กด "ยอมรับและเปิดบัญชี" เพื่อเปิดบัญชีได้เลยครับ

ถ้าไม่ติดปัญหาอะไร ก็จะเห็นหน้าเว็บที่ท้าทายสายตาดังรูปที่ 7 เป็นหน้าจอเพื่อความปลอดภัย เห็นตัวอักษรอะไรก็กรอกให้เค้าหน่อย แล้วกด "ดำเนินการต่อ"

รูปที่ 7 - คำถามเพื่อความปลอดภัย

จากนั้นก็จะมาเจอหน้าแสดงความยินดีว่าเราได้สมัครบัญชี PayPal เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์น่ะ 555+ เพราะมีบางสิ่งที่เราต้องทำหลังจากนี้อีก นั่นคือการยืนยันที่อยู่อีเมลเสียก่อน ตามอีเมลที่เราได้กรอกไว้ก่อนหน้านี้ และการเลือกวิธีชำระค่าสินค้า โดยจะมีช่องให้กรอกหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องสนใจ ข้ามไปก่อนครับ เราไปดูหน้าภาพรวมของบัญชี PayPal กันก่อน ให้กดที่ "ไปยัง 'บัญชีของฉัน' " ดังรูปที่ 8

รูปที่ 8 - หน้าแสดงความยินดี ^_^

ก็จะเข้าสู่หน้า "ภาพรวม" หรือ Overview ซึ่งเป็นหน้าหลักในการใช้งานบัญชี PayPal เราจะเห็นยอดเงินแสดงให้เห็นว่ามีเงินในบัญชีอยู่ 0.00 บาท ดังรูปที่ 9

รูปที่ 9 - หน้าภาพรวมบัญชี PayPal

มาถึงขั้นตอนนี้ ถือว่าการสมัครใช้งาน PayPal ยังไม่สมบูรณ์น่ะครับ จำเป็นต้องเปิดอ่านอีเมล เพื่อไปกด "ยืนยันอีเมล" ก่อน ดังรูปที่ 10

รูปที่ 10 - อีเมลยินดีต้อนรับของ PayPal

พอกดยืนยันอีเมล จะเด้งหน้าเว็บให้เรากรอกรหัสผ่านอีกครั้ง รหัสที่เราตั้งไว้ยากๆนั่นแหละ :D

รูปที่ 11 - หน้ากรอกรหัสผ่านอีกครั้ง

พอผ่านหน้ารหัสผ่านมาได้ นึกว่าจะเสร็จแล้ว แต่ยังครับ ยังมีคำถามพิเศษอีก 2 คำถาม และต้องเตรียมคำตอบเอาไว้ด้วย เป็นคำถามพิเศษ เอาไว้กรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่าที่ผมใช้ PayPal มาจะ 5 ปีแล้ว ไม่เคยต้องมาตอบคำถามพิเศษเหล่านี้เลย แต่ก็ต้องทำขั้นตอนนี้น่ะ พอทำทั้งสองคำถามเสร็จก็กด "ส่ง" เลยครับ

รูปที่ 12 - หน้าคำถามพิเศษ

ผ่านด่านต่างๆมาได้ ก็จะมาเจอหน้าแสดงความยินดีที่ท่านได้ผ่านทุกด่านมาได้ ดังรูปที่ 13 ให้กดปุ่ม "ดำเนินการต่อ" เพื่อไปหน้า "ภาพรวม" (ดังรูปที่ 9) และนอกจากนี้จะมีอีเมลอีกฉบับส่งมาแสดงความยินดี ดังรูปที่ 14

รูปที่ 13 - หน้าแสดงการเปิดใช้บัญชี PayPal

รูปที่ 14 - อีเมลเริ่มใช้งานบัญชี PayPal

เอาล่ะ ท่านผ่านทุกด่านมาได้มาถึงจุดนี้ถือว่าเยี่ยมมาก แต่... เราผ่านการสมัครใช้งาน PayPal มาได้ครึ่งทางเท่านั้นครับ ยังมีสิ่งที่ต้องทำที่สำคัญมากคือ การยืนยันตัวตน ยืนยันให้ PayPal รู้ว่าเรามีตัวตน น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ว่ามาสมัครเล่นๆ ขำๆ

แต่ถ้าใครลงทะเบียน PayPal มาถึงขั้นตอนนี้แล้ว บัญชี PayPal ถือว่าใช้งานได้แล้วน่ะครับ คือสามารถนำอีเมลที่สมัครกับ PayPal นี้ไปกรอกในการสมัครเว็บสต๊อกโฟโต้ได้เลย และถ้าจะมีการส่งเงินมาเข้าบัญชีนี้ ก็สามารถรับเงินได้แล้วครับผม

ส่วนเรื่องการยืนยันตัวตน และการถอนเงินออกจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทย ผมจะมากล่าวใน Part 2 ต่อไปครับ... โปรดรอติดตามชม (^_^)

Thursday, December 18, 2014

การทำหนังสือเดินทางเพื่อใช้ในการสมัครเว็บสต๊อกโฟโต้

สวัสดีครับ ท่านผู้ติดตามอ่านบล็อกของผมทุกท่าน ผมเว้นว่างจากการอัพเดทบล็อกไปพักใหญ่ ด้วยว่ากำลังออกไปค้นหาตัวเองอีกรอบ คราวนี้ผมไปตะลุยทำไร่ทำสวนมาครับ ความอยากส่วนตัวครั้งนี้ ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก และได้ค้นพบสัจธรรม ผลการไปลองใช้ชีวิตพอเพียงครั้งนี้ทำให้พบว่า การเป็นเกษตรกรนั้นมันยากยิ่งนัก ไม่ง่ายเลยจริงๆ 555+


ผมใช้ชีวิตแบบบ้านๆ อยู่ต่างจังหวัด อยู่กับลมกับฟ้ากับป่า มี Passive Income ก้อนเล็กๆจากการขายภาพถ่าย น่าจะพอแล้วชีวิตนี้ กลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนเกษียณคนหนึ่ง ก็คงสุขเนาะ แต่ก็สุขได้ระยะหนึ่งครับ ด้วยว่าเราคิดแผนการเกษียณตัวเองเร็วเกินไป ในวัยที่เรายังมีกำลังทำโน่นนี่ได้อีกมาก และต้องขอบคุณราคายางพาราที่ตกต่ำ ที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดกลับมาเข้าสู่สนามแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง :)

เพ้อมาพอสมควร เข้าเรื่องเลยดีกว่า... ระหว่างออกไปค้นหาตัวเองในป่า ก็มีหลายท่านสอบถามปัญหาในวงการสต็อกโฟโต้กันเข้ามาพอสมควร จึงทำให้เกิดบล็อกนี้ขึ้น ปัญหาแรกๆที่พบคือ การทำหนังสือเดินทาง (Passport) นี่เอง ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่หลายท่านไม่อยากทำ เพราะคิดว่าคงส่งบัตรประชาชนของไทยไปแทนได้ มันง่ายและสะดวกดี แต่นั่นแหละ มันจำเป็นต้องทำครับ เสียเวลา เสียเงินค่าทำหนังสือเดินทางเพียงครั้งเดียว รับรองว่าท่านจะโล้ดแล่นในวงการสต๊อกโฟโต้ได้อย่างไหลลื่นเลยที่เดียว อันนี้ไม่ได้โม้.... น่ะครับพี่น้อง 555+


- ผม/ดิฉัน ไม่ได้ต้องการไปต่างประเทศ แล้วจะทำหนังสือเดินทางทำไม?
- ผม/ดิฉัน ใช้บัตรประชาชนสมัครเว็บสต๊อกโฟโต้ได้ไหม?
- มีเว็บขายรูปที่ไหนบ้าง ที่ไม่ต้องแนบหนังสือเดินทาง?
- ทำหนังสือเดินทางที่ไหน? ทำอย่างไร? ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

การทำหนังสือเดินทาง ก็ทำเพื่อเผื่อจะเดินทางไปต่างประเทศไง อันนั้นก็จริง เพราะหนังสือเดินทางที่รัฐบาลแต่ละประเทศออกให้กับพลเมืองของตัวเองนั้น เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงในระดับสากลว่า คุณเป็นใคร เป็นคนประเทศไหน ทุกประเทศเข้าใจ เมื่อได้ดูข้อมูลในหนังสือเดินทางของคุณครับ

สำหรับธุรกิจการส่งภาพถ่ายหรือไฟล์เวกเตอร์หรือคลิปวิดิโอ ไปขายในเว็บต่างประเทศนั้น บริษัทในประเทศนั้นๆเขาต้องการทราบว่าคนที่จะทำธุรกิจร่วมกับเขาเป็นใคร มาจากไหน จึงต้องการเอกสารยืนยันที่เป็นสากล ดังนั้น Passport จึงเป็นคำตอบสุดท้ายครับ

หลักฐานที่ใช้ทำหนังสือเดินทาง
หลักฐานสำคัญในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป คือ "บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง" และในกรณีมีการแก้ไข ชื่อ สกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชน ก็ให้นำหลักฐานเหล่านั้นไปแสดงด้วยครับ
สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี ให้นำบัตรประชาชนตัวจริง พร้อมบิดาและมารดามาลงนามทั้ง 2 คนครับ

ขั้นตอนการทำหนังสือเดินทาง
การทำหนังสือเดินทางใช้เวลาไม่นานครับ รวดเร็วทันใจมาก (ไม่น่าเกิน 15 นาที) มีขั้นตอนในการทำคร่าวๆ ดังนี้ครับ
  1. รับบัตรคิว
  2. ยื่นบัตรประชาชน
  3. วัดส่วนสูง
  4. สแกนนิ้วมือ (10 นิ้ว)
  5. ถ่ายรูปใบหน้า
  6. เซ็นชื่อ
  7. แจ้งความประสงค์ว่าจะมารับหนังสือเดินทางเองหรือให้จัดส่งทางไปรษณีย์ (หากยื่นที่กรมการกงสุล สามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการ หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5-7 วันทำการ)
  8. ชำระเงิน (ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ถ้าให้จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS เสียค่าจัดส่ง 40 บาท และค่าซอง 25 บาท)
  9. กลับบ้าน ^__^
สำหรับต่างจังหวัด เท่าที่ทราบจะมีการจัดส่งหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์เท่านั้นครับ ถัดมาผมก็รวบรวมสถานที่ทำหนังสือเดินทางทั่วประเทศเอาไว้ โดยอ้างอิงจากหน้าเว็บของกรมการกงสุล ท่านใดอาศัยอยู่ใกล้จังหวัดไหนก็ไปใช้บริการได้เลยครับ

สถานที่ทำหนังสือเดินทางทั่วประเทศ
กรุงเทพมหานคร
  • กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
    ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
    โทรศัพท์ 02-2035000 กด 1 (เมื่อเข้าสู่ระบบกรมการกงสุล กด 5 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่) มือถือ 093-0105248
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า
    ที่อยู่ ชั้น 5 อาคารเทสโก้โลตัส สาขาปิ่นเกล้า เลขที่ 3 ถนนบรมราชชนนี 11 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700
    โทรศัพท์ 02-4330280-87 โทรสาร 02-4332554 มือถือ 093-0105247
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา-ศรีนครินทร์
    ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลซิตี้บางนาอาคาร"บางนาฮอลล์"(ด้านข้างศูนย์การค้า) ชั้น 5
    โทรศัพท์ 02-3838402-4 โทรสาร 02-3838398 มือถือ 093-0105246
  • สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น)
    ที่อยู่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา(อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
    โทรศัพท์ 02-2035000 ต่อ 49001-49012
  • สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศ (รับทำหนังสือเดินทางเฉพาะผู้ที่มีใบส่งตัวจากกรมการจัดหางานเท่านั้น)
    ที่อยู่ อาคารประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ดินแดง กทม. 10400
    โทรศัพท์ 0-22459439, 0-22451042 โทรสาร 0-22459438
ภาคกลาง
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว นครสวรรค์
    ที่อยู่ ศูนย์บริการร่วมจังหวัดนครสวรรค์ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนพหลโยธิน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000
    โทรศัพท์ 056-233453, 056-233454 โทรสาร 056-233452
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว พิษณุโลก
    ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
    โทรศัพท์ 055-258173, 055-258155, 055-258131 โทรสาร 055-258117
ภาคเหนือ
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่
    ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 50000
    โทรศัพท์ 053-891535-6 โทรสาร 053-89-1534
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงราย
    ที่อยู่ อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลังใหม่ ถนนศูนย์ราชการ ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100
    โทรศัพท์ 053-175375 โทรสาร 053-175374
ภาคอีสาน
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว นครราชสีมา
    ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ถนนมหาดไทยอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
    โทร 044-243132, 044-243124 โทรสาร 044-243133
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ขอนแก่น
    ที่อยู่ หอประชุมอำเภอเมืองขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
    โทรศัพท์ 043-242707, 043-242655 โทรสาร 043-243441
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุดรธานี
    ที่อยู่ ศูนย์อเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี (ตรงข้ามกับศาลหลักเมือง) ถนนอธิบดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
    โทร 042-212827, 042-212318 โทรสาร 042-222810
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี
    ที่อยู่ อาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 1 ด้านหลังผั่งทิศตะวันตก จังหวัดอุบลราชธานี 34000
    โทรศัพท์ 045-344581-2 โทรสาร 045-433646
    E-mail: passport_ubon@hotmail.com , facebook.com/ubonpassport
ภาคตะวันออก
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จันทบุรี
    ที่อยู่ อาคารลานค้าชุมชน ถ.เลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
    โทรศัพท์ 039-301706-9 โทรสาร 039-301707
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว พัทยา
    ที่อยู่ ศูนย์การค้าพัทยาอเวนิว ชั้น 1 ถนนพัทยาสาย 2 เลขที่ 399/9 หมู่ 10 ถนนพัทยาสาย 2 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150
    โทรศัพท์ 038-422438 โทรสาร 038-422437
ภาคใต้
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สุราษฎร์ธานี
    ที่อยู่ ศาลาประชาคม ถนนหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
    โทรศัพท์ 077-274940, 077-274942-3 โทรสาร 077-274941
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ภูเก็ต
    ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถนนนริศร อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
    โทรศัพท์ 076-222080, 076-222081, 076-222083 โทรสาร 076-222082
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา
    ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จ.สงขลา 90000
    โทรศัพท์ 074-326508-10 โทรสาร 074-326511
  • สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ยะลา
    ที่อยู่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ถนนสุขยางค์ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000
    โทรศัพท์ 073-274526, 073-274036, 073-274037 โทรสาร 073-274527
ข้อมูลอ้างอิง: กรมการกงศุล(consular.go.th)

เมื่อเราได้ทำหนังสือเดินทางแล้ว ก็รอรับอยู่กับบ้านได้เลย ไม่น่าเกิน 7 วันได้รับแน่นอน เมื่อหนังสือเดินทางอยู่ในมือแล้ว ช่างภาพท่านใดมีรูปพร้อมอยู่แล้ว ทางปลอดโปร่งเลยครับ สามารถสมัครเว็บสต๊อกโฟโต้เพื่อส่งขายรูปได้ทั่วโลกเลย 555+

เพิ่มเติมครับ เมื่อเราใช้ประโยชน์จากหนังสือเดินทางในการสมัครขายรูปแล้ว ประโยชน์อันที่แท้จริงของหนังสือเดินทาง รอท่านอยู่ นั่นคือ ต้องเดินทางไปต่างแดน (ถ้ามีโอกาส) โดยมี 31 ประเทศ/ดินแดน ที่เราคนไทย สามารถไปท่องเที่ยวได้เลย โดยที่ไม่ต้องของทำวีซ่า ถ้าพร้อมลุยก็ออกท่องโลกไปเก็บภาพแล้วนำมาสร้างรายได้กันโล้ดครับ... พี่น้อง... ^__^


ประเทศที่คนไทยไปโดยไม่ต้องขอวีซ่า(Visa)
  1. สิงคโปร์ (Singapore) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  2. มาเลเซีย (Malaysia) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  3. ลาว (Laos) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  4. กัมพูชา (Cambodian) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน
  5. เวียดนาม (Vietnam) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  6. อินโดนีเซีย (Indonesia) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  7. ฟิลิปปินส์ (Philippines) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  8. บรูไน (Brunei) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน
  9. ฮ่องกง (Hong Kong) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  10. มาเก๊า (Macau) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  11. ญี่ปุ่น (Japan) ระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน
  12. เกาหลีใต้ (South Korea) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  13. มัลดีฟส์ (Maldives) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  14. รัสเซีย (Russia) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  15. แอฟริกาใต้ (South Africa) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  16. ตุรกี (Turkey) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  17. มองโกเลีย (Mongolia) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  18. เปรู (Peru) ระยะเวลาไม่เกิน 183 วัน
  19. ชิลี (Chile) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  20. บราซิล (Brazil)  ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  21. อาร์เจนตินา (Argentina) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  22. เอกวาดอร์ (Ecuador) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  23. บาร์เรน (Bahrain) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน
  24. เซเชลส์ (Seychelles) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  25. ฟิจิ (Fiji) ระยะเวลาไม่เกิน 120 วัน
  26. ปานามา (Panama) ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน
  27. จอร์เจีย (Georgia) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  28. เฮติ (Haiti) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  29. สาธารณรัฐโดมินิกัน (Dominican Republic) ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  30. หมู่เกาะคุก (Cook Island) ระยะเวลาไม่เกิน 31 วัน
  31. วานูอาตู (Vanuatu) ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
ข้อมูลอ้างอิง: กรมการกงศุล(consular.go.th), ไทยอินโฟเน็ต(thaiinfonet.com)