Home   |   PayPal   |   123RF   |   Dreamstime   |   Shutterstock   |   Statistics English Version   |   Mobile Version    

Monday, December 24, 2012

การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF (Part 3)

Beautiful satin gift bow
Merry christmas & Happy new year 2013 น่ะครับพี่น้องชาวไทย และในที่สุดโลกเราก็ไม่แตกครับ 555+

เรามาถึงตอนที่ 3 ของการสมัครขายภาพที่เว็บ 123RF กันแล้วน่ะครับ (อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) ตอนสุดท้ายนี้ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดูยอดรายได้จากการขายภาพ ดูรายละเอียดที่ลูกค้าซื้อรูปของเราไป ดูวิธีการโอนเงินจากเว็บ 123RF ไปให้เราที่ PayPal

เมื่อเราทยอยส่งภาพไปซักระยะหนึ่ง ถ้าภาพโดนใจลูกค้าก็จะมียอดดาวน์โหลดหรือยอดซื้อภาพเข้ามาเร็วหน่อย (เป็นกำลังใจอย่างมาก) แต่ถ้ายังไม่โดนใจลูกค้า ก็ต้องอดทนรอกันหน่อยน่ะครับ พราะว่า "งานทุกงาน อาชีพทุกอาชีพ ไม่หมูอย่างที่คิด จริงๆน่ะ" (คำคมส่งท้ายปีของผม ^^)

สำหรับผมเองกว่าจะขายรูปแรกได้ก็เกือบ 3 เดือนครับ รูปที่ขายได้เป็นรูป "ปลีกล้วย" จำนวนรูปในตอนนั้นน่าจะประมาณสองร้อยรูป จำได้ว่าก่อนจะได้โหลดแรกมานั้น ผมก็ส่งรูปแบบเซ็งๆ เบื่อๆ กะจะหยุดส่งรูปแล้ว เพราะไม่เห็นขายได้เลย (อารมณ์นี้ผมว่าเกิดขึ้นกับทุกคนที่ส่งรูปขายน่ะ)

Banana Flower

ฉะนั้น ถ้ายอดขายอาจจะไม่มาซักที หรือนานๆมาครั้งก็ต้องอดทนน่ะครับ ไหนๆ เหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ "คนสร้างภาพ" ทั้งหลาย ต่างก็มีใจรักการถ่ายภาพเป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว การขายภาพได้เป็นเรื่องรองไปเลย แค่เราได้เปิดแกลเลอรี่ออนไลน์ไว้อวดผลงาน ก็ดูเท่และภูมิใจแล้วละครับ ^^


รูปที่ 1 - เมนูด้านล่างสุดสำหรับพี่น้องช่างภาพนักล่าฝัน :)

การดูว่าเรามียอดรายได้จากการขายภาพเท่าไหร่แล้วนั้น ให้ไปที่กลุ่มเมนูด้านล่างสุด (รูปที่ 1) คลิกเข้าไปที่ลิงค์ "Earnings"

หน้า "Earnings" นี้จะแสดงข้อมูลประกอบด้วย ยอดดาวน์โหลดประจำวัน (Today's Earnings) สรุปยอดดาวน์โหลดในแต่ละเดือน (Monthly Earnings) สรุปยอดดาวน์โหลดรวมทั้งหมด (Total) แล้วด้านล้างสุดก็จะสรุปยอดเงินที่โอนให้ช่างภาพไปแล้ว (Payment received from 123RF) และยอดเงินที่ยังไม่ได้โอน (Earnings Balance)

รูปที่ 2 - หน้า Earnings เพื่อดูรายได้จากการขายภาพ

โดยรูปที่นำมาแสดงผมได้ย่อลงจะแสดงเฉพาะข้อมูลเท่าที่จำเป็นน่ะครับ และได้ปิดข้อมูลบางส่วนเอาไว้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เกิดจิตนาการครับ 555+

โดยเว็บ 123RF จะไม่มีส่วนที่ต้องเข้าไปกรอกข้อมูลภาษีน่ะครับ (ถือว่าดีแล้ว) รายได้ที่หามาก็ได้เราเต็มๆ แล้วไม่ต้องไปจ่ายภาษีให้กับประเทศอื่น แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรเอามาคำนวณภาษีในประเทศไทยด้วยน่ะครับ :)

สำหรับข้อความด้านบนของหน้า "Earnings" ของผมจะมีข้อความ "Your contributor level : 2 | Past 12 Month Credits Total : 566" ซึ่งผมเพิ่งจะได้เลื่อนชั้นจาก ป.1 ขึ้น ป.2 ครับ โดยที่เว็บ 123RF มีการตั้งระดับของช่างภาพไว้ 10 ระดับ (รูปที่ 3) ยิ่งได้เลื่อนระดับสูงขึ้น ก็จะได้ค่า commission เยอะขึ้น โดยคิดจากยอดเครดิตสะสมในรอบ 12 เดือน ในส่วนนี้ผมยังงงๆ ในระบบเครดิตอยู่ ขอไปศึกษาเพิ่มก่อนว่าเค้าคิดกันยังไง

รูปที่ 3 - ตารางแสดงข้อมูล 123RF Commission Change

ถัดมา เราจะไปดูว่ารูปที่เราขายได้นั้น คือรูปอะไร โดยไปที่เมนูด้านล่างสุดเหมือนเคย แล้วเข้าไปที่ลิงค์ "Sell Images" ก็จะแสดงหน้าเว็บดังรูปที่ 4 แล้วก็เข้าไปที่หัวข้อ "Download" แสดงดังรูปที่ 5


รูปที่ 4 - หน้า Sell Images

รูปที่ 5 - หน้า Downloaded

หน้า "Downloaded" นี้จะแสดงรูปที่ถูกดาวน์โหลดไป โดยจะแสดงเดือนล่าสุดให้เห็น แต่ถ้าอยากย้อนกลับไปดูเดือนเก่าๆ ก็สามารถเลือกเปลี่ยนวันที่ได้ด้วย จากรูปเป็นข้อมูลบางส่วนของรูปถ่ายที่ผมขายได้ในเดือนธันวาคม 2555 ข้อมูลในส่วนนี้ก็เป็นแนวทางในการส่งรูปใหม่ๆ ไปขายครับ ยิ่งแนวรูปไหนขายดี เราก็เร่งถ่ายแนวนั้นส่งไปเพิ่ม

นอกจากนั้นก็ยังบอกด้วยว่ารูปที่ถูกดาวน์โหลดไปนั้น ลูกค้าซื้อไปแบบไหน (ในรายละเอียดความแต่ต่างในแต่ละแบบผมขอศึกษาให้ละเอียดก่อนจะนำมาเขียนอธิบายอีกทีน่ะครับ) เช่น "Sub" คือลูกค้าประเภท Subscription ซื้อรูปไป โดยช่างภาพจะได้ค่า commission น้อยสุดในประเภทนี้ และจะมีค่า commission เพิ่มขึ้นในประเภทอื่นๆ

สำหรับหน้า "Sell Images" (รูปที่ 4) ถือเป็นหน้าหลักของช่างภาพเลยครับ นอกจากมีลิงค์ "Earnings" และ "Downloads" ดังที่กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีหัวข้ออื่นๆอีก เช่น
- "My Account" เป็นหน้าบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัวของช่างภาพ (ดูใน Part 2)
- "Profile & Portfolio" เป็นหน้าแสดงข้อมูล portfolio ของช่่างภาพ (ดูใน Part 2)
- "Faved" เป็นการกำหนดภาพในแกลเลอรี่ของเราเพื่อผลในการค้นหาที่ดีขึ้น (ผมยังทดลองใช้งานอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเพิ่มผลการค้นหาอย่างไร)
- "Donate" เป็นส่วนที่เอาไว้ระบุภาพที่จะให้ดาวน์โหลดฟรี 30 วัน เอาไว้โปรโมทผลงานของเรา
- "Releases" เป็นหน้าสำหรับจัดการเอกสาร model release และ property release
- "FAQ" เป็นส่วนของถาม-ตอบ ในประเด็นที่ถูกถามมาบ่อยๆ
- "Blog" เป็นข้อมูลบล็อกของทางเว็บ 123RF เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ

และอีกส่วนคือ "History" (รูปที่ 6) เป็นหน้าสรุปผลการอัพโหลดไฟล์ประจำเดือน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ไฟล์ภาพถ่ายปกติ ไฟล์ภาพแบบ Editorial และไฟล์วิดีโอ หน้านี้เอาไว้บอกผลสรุปการตรวจภาพที่เราส่งไปและยังสรุปสถิติรวมทั้งหมดเอาไว้ด้านล่างสุด นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูล ftp ได้ด้วย โดยเข้าไปดูได้ที่หัวข้อ "click here to process uploaded files."


รูปที่ 6 - หน้า My Upload History

พอเราขายรูปไปซักระยะหนึ่ง เมื่อสะสมยอดรายได้ถึงเกณฑ์ที่เราได้กำหนดไว้ นั่นคือ 50$ (USD) ทางเว็บ 123RF จะส่งเงินให้เราผ่านทาง PayPal ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปแบบอัตโนมัติเลยครับ ซึ่งจะมีอีเมล์ส่งมาบอกเราด้วย ดังตัวอย่างด้านล่างครับ


รูปที่ 7 - อีเมล์แจ้งการโอนเงินของ 123RF


รูปที่ 8 - รายการเงินเข้าในเว็บ PayPal

มาถึงจุดนี้ ผมก็หมดวิชาที่จะถ่ายทอดแล้วครับ 555+ หวังว่าข้อมูลทั้ง 3 ตอนคงพอเป็นแนวทางให้กับช่างภาพท่านอื่นๆได้น่ะครับ แล้วบล็อกหน้าเตรียมพบกับการสมัครขายรูปที่เว็บ Dreamstime ครับผม...

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ ^^

Monday, December 10, 2012

การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF (Part 2)

ผมห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปเป็นเดือนเลย ช่วงนี้เริ่มพอมีเวลาแล้วครับ จะลุยเขียนบล็อกให้เต็มที่เลย ต้องอัพเดทบล็อกกันหน่อย เดี๋ยวแฟนๆ ของบล็อกนี้หนีหายกันหมด 555+

หลังจากที่ได้ผ่านการลงทะเบียนในบล็อกที่แล้ว "การสมัครขายภาพออนไลน์ที่ 123RF - Part 1" เราก็มี Username และ Password เอาไว้เข้าสู่ระบบจัดการของเว็บ 123RF เรียบร้อยแล้ว ในบล็อกนี้ก็จะพูดถึงขั้นตอนการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว การส่งข้อมูล หนังสือเดินทาง (Passport) และการส่งรูปขึ้นไปขายออนไลน์ครับ

รูปที่ 1 - หน้า Login
 
เมื่อ Login เข้าระบบแล้วก็จะเข้าสู่หน้า "My Account" ซึ่งหน้าตาของหน้าเว็บได้มีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากเมื่อเดือนที่แล้วครับ ดังรูปที่ 2 และเมนูด้านบนก็ปรับหน้าตาใหม่ ดังรูปที่ 3
 
รูปที่ 2 - หน้า My Account แบบใหม่


รูปที่ 3 - เมนูทางด้านขวาบนแบบใหม่

ก่อนจะไปส่งรูปขายออนไลน์ เรามาเริ่มโดยการใส่รูปโปรไฟล์ของเรากันก่อน (เพื่อแสดงตัวเราให้โลกรู้ 55) โดยกดเข้าไปที่ลิงค์ "Update Your Profile" ก็จะเข้าสู่หน้า "Account Settings" แล้วกด Edit ในส่วน Profile Photo ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4 - หน้า My Profile เพื่อใส่รูปโปรไฟล์

รูปโปรไฟล์ที่จะใส่ต้องเป็นไฟล์ JPEG (*.jpg) เท่านั้นน่ะครับ และมีขนาดไม่เกิน 48x48 pixels แต่ถ้าอัพโหลดรูปที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ไป อย่ากังวล เดี๋ยวทางเว็บจะปรับขนาดให้ (แปลกันโต้งๆเลยผม 555+) นอกจากนั้นถ้าท่านต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านก็สามารถคลิ๊กลิงค์ Edit ในส่วน Password ได้เลยครับ (รูปที่ 5)


รูปที่ 5 - หน้า My Profile เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน

จากนั้นเราก็ไปดำเนินการส่งเอกสารยืนยันตัวตนกันต่อเลยครับ ซึ่งทางเว็บ 123RF กำหนดเอกสารที่สามารถส่งไปยืนยันตัวตนดังนี้

 - Driver's licenses
 - Passports
 - Identity cards
 - Any Government Issued Identification papers with your Name and Date of birth.

สำหรับผมแล้วก็แนะนำให้ใช้ Passport จะดีกว่า หรือถ้าท่านใดมีเอกสารอื่นอยากลองส่งดูก็ได้น่ะครับ เช่น ใบขับขี่สากล หรือบัตรประชาชน ถ้าเอกสารไหนไม่ผ่านการพิจารณาทาง 123RF ก็จะแจ้งกลับมาให้ส่งใหม่ครับ ^^

การยื่นเอกสารยืนยันตัว ให้คลิ๊กที่ลิงค์ "Update Your Profile" เพื่อเข้าไปที่หน้า "My Profile" จากนั้นก็ให้เลือกหัวข้อ "Personal Information" แล้วจะเห็นหัวข้อ "Photographer Details (Photographers only)" แล้วให้คลิ๊ก Edit เพื่อเข้าสู่การแก้ไขข้อมูล (รูปที่ 6)


รูปที่ 6 - หน้า My Profile ในส่วน Photographer Details (Photographers only)

ในหน้านี้ (รูปที่ 6) จะสามารถแก้ไขช่องทางการจ่ายเงินให้กับช่างภาพและแก้ไขยอดรายได้เมื่อเราทำเงินถึงเป้านี้แล้วทางเว็บ 123RF ก็จะโอนให้ช่างภาพต่อไป แต่เราเข้ามาหน้านี้เพื่อส่งเอกสารยืนยันตัวเองกันก่อน โดยลิงค์เข้าไปตามหัวข้อนี้ "You have submitted your ID for payment verification. To resubmit, click here." (ถ้าเป็นการส่งเอกสารครั้งแรกจะมีข้อความแจ้งอีกแบบน่ะครับ) ก็จะเข้าสู่หน้าอัพโหลดเอกสาร (รูปที่ 7)

รูปที่ 7 - หน้า Upload ID

รูปของเอกสารที่จะส่งไป สามารถใช้กล้องถ่ายภาพถ่ายรูปของเอกสาร เช่น ถ้าเป็นหนังสือเดินทางก็ถ่ายหน้าที่มีรูปเราอยู่ หรือจะใช้วิธีสแกนก็ได้ (ต้องเป็นไฟล์ JPEG) ขนาดไฟล์ก็ไม่ต้องละเอียดอะไรมากมาย เอาพอให้เจ้าหน้าที่ 123RF เห็นรูป และดูชื่อจริง วันเกิด ของเราได้ก็พอครับ (ของผมส่งไปขนาด 1500x1000 pixels)

Note: ในส่วนการส่งเอกสารยืนยันตัวตนสามารถข้ามไปก่อนได้ แล้วค่อยย้อนกลับมาทำทีหลังก็ได้ครับ

เมื่อส่งรูปไปเสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ได้เลย เดี๋ยวทางเว็บก็จะแจ้งมาเองว่าผ่านหรือไม่ผ่าน สำหรับเราแล้วก็ดำเนินการส่งรูปไปสอบก่อนได้เลยครับ ก่อนจะไปส่งรูปขาย ในส่วนหน้า "My Profile" ก็จะมีอีกส่วนคือ "Personal Information" เอาไว้สำหรับแก้ไขข้อมูลของเราเอง เผื่อว่ามีการเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนชือ ก็สามารถเข้ามาแก้ไขได้ในส่วนนี้ครับ (รูปที่ 8)

รูปที่ 8 - หน้า My Profile ในส่วน Personal Information

ถัดมาก็มาถึงเวลาส่งรูปไปขายแล้วหล่ะครับ สำหรับท่านที่กำลังส่งรูปขายครั้งแรกคงตื่นเต้นไม่น้อย (เหมือนผมในช่วงแรกๆเลย 55) ดังนั้นผมจะพาท่านไปรออยู่ที่หน้าส่งรูปขายกันก่อนน่ะครับ แล้วค่อยมาบอกรายละเอียด :D

ให้เลื่อนหน้าเว็บของ 123RF ลงไปด้านล่างสุดน่ะครับ จะเจอกลุ่มลิงค์มากมายให้สังเกตุหัวข้อ "For Photographers" ดังรูปที่ 9


รูปที่ 9 - กลุ่มลิงค์สำหรับช่างภาพโดยเฉพาะ

เรากำลังจะเริ่มส่งรูปขาย ก็เริ่มด้วยลิงค์ Upload ก่อนเลยครับ (ลิงค์อื่นๆค่อยกลับมาอธิบายทีหลัง) แล้วก็จะเข้าสูหน้า "Upload" (รูปที่ 10)

รูปที่ 10 - หน้า Upload

Note: แต่สำหรับช่างภาพที่กำลังจะส่งขายภาพครั้งแรก อาจจะมีหน้าเว็บแสดงผลต่างจากของผมไปหน่อยน่ะครับ โดยอาจจะมีหน้า "123RF.com Content Contributor Agreement" ขึ้นมาให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจกันก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ capture หน้านั้นเก็บไว้ครับ เลยไม่มีมาแสดงให้ดู และอีกอย่างนึง เว็บไมโครสต๊อกเกือบทุกเว็บก็จะมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นบางเว็บผมอุตส่าห์ capture หน้านั้นไว้ เมื่อเวลาผ่านไป หน้าเว็บนั้นก็ถูกเปลี่ยนไป ผมก็เลยไม่สามารถเอาหน้านั้นมาเป็นตัวอย่างได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับผม ^^

สำหรับในหน้า "Upload" นี้ จะมีให้เลือกก่อนว่าเราจะส่งอะไรไปขาย ก็จะมีส่งรูปถ่าย (Photos) ส่งภาพเวกเตอร์ (Illustrations) ส่งภาพแนวภาพข่าว (Editorial) และส่งวิดีโอ (Footage) ซึ่งการส่งวิดีโอขายที่เว็บ 123RF นี้ ก็เพิ่งจะมีเพิ่มเข้ามาไม่กี่เดือนนี่เอง ทำให้หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับไมโครสต๊อกที่ออกก่อนหน้านี้ แทบจะอัพเดทไม่ทันความเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้นท่านใดเวลาเข้าเว็บตามคำแนะนำในหนังสือหรือในเว็บผมแล้วมันไม่เหมือนกับที่เขียนไว้บ้าง ก็ไม่ต้องแปลกใจน่ะครับ (ออกตัวไว้ก่อนที่จะโดนบ่น 555+)

เราก็เลือก Photos (JPG) แล้วก็กดปุ่ม "Continue >>" แล้วก็จะเข้าไปสู่หน้า "Upload - Stock Photo" เพื่อที่จะเลือกวิธีการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ 123RF (รูปที่ 11) สำหรับการส่งรูปครั้งแรก ผมก็แนะนำแบบ Web Form Uploader จะง่ายดีครับ (ผมเองก็ใช้วิธีนี้เป็นหลัก)


รูปที่ 11 - หน้า Upload - Stock Photo เพื่อเลือกวิธีการอัพโหลด

เมื่อกดเลือก Web Form Uploader ไปแล้ว บางครั้งอาจจะมีหน้านึงแสดงขึ้นมา โดยให้เรากรอกรหัส 6 หลักก่อน เราก็กรอกรหัสที่เห็นนั้นแล้วก็กด Submit จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้า "Upload - Stock Photo" (รูปที่ 13) เพื่อเลือกไฟล์รูปแล้วส่งขึ้นเว็บ 123RF ต่อไป

รูปที่ 12 - หน้าให้กรอกรหัส 6 หลัก

รูปที่ 13 - หน้า Upload - Stock Photo เพื่อเลือกไฟล์รูป

มาถึงขั้นนี้ ท่านผู้อ่านที่มีความประสงค์ขายรูปออนไลน์ คงมีรูปพร้อมส่งขายแล้วใช่มั้ยครับ? แต่ถ้ายังไม่ได้เลือกเอาไว้ก่อน ทางเว็บ 123RF ก็ยังมีแนวทางการเตรียมรูปสำหรับเว็บนี้ดังนี้ครับ

 - รูปภาพ ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 6 ล้านพิกเซล โดยดูตามขนาด "กว้างxสูง" ของรูป แล้วเมื่อนำสองค่ามาคูณกันแล้ว ก็ต้องมีค่ามากว่า 6 ล้าน เช่น ขนาดของรูป กว้าง 3,072 พิกเซล สูง 2,048 พิกเซล คูณแล้วคือ 6,291,456 ก็เกิน 6 ล้านพิกเซล รูปนี้ก็ผ่านเกณฑ์ของหัวข้อนี้ครับ
 - รูปภาพ ต้องเป็นไฟล์ JPEG เท่านั้นและกำหนดการบีบอัดขนาดรูปไม่ต่ำกว่า 80% (รูปผมส่วนใหญ่กำหนดบีบอัดไว้ 100% เสมอครับ)
 - รูปภาพ ต้องไม่มีชื่อบริษัท ชื่อสินค้า วันที่ ยี่ห้อหรือโลโก้ต่างๆ
 - รูปภาพ ต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 20MB
 - ต้องไม่ใส่ชื่อเฉพาะที่มีลิขสิทธิ์ลงใน Keyword (หัวข้อนี้ผมยังไม่ค่อยเคลียร์แต่คิดว่าคงคำประมาณ doraemon อะไรทำนองนี้)

แนวทางนี่เป็นแค่กฎเกณฑ์พื้นฐานน่ะครับ ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ "การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์ Part 1", "การเตรียมตัวสำหรับส่งรูปขายออนไลน์ Part 2" และ "การใส่ข้อมูล Title, Description และ Keywords ลงในภาพถ่าย"

เมื่อรูปถ่ายพร้อมแล้ว และถ้าให้ดีก็ควรใส่ Title, Description และ Keywords ลงในภาพให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ (ถ้ายังไม่ได้ใส่ ก็สามารถไปใส่รายละเอียดพวกนี้ได้อีกทีหลังจากอัพโหลดรูปขึ้นเว็บไปแล้ว)

ปกติเว็บ 123RF จะมีช่องให้เลือกไฟล์ภาพได้ครั้งละ 3 ภาพ แต่ท่านใดอยากส่งมากกว่านี้ ก็เลือกจำนวนรูปที่จะอัพโหลดได้น่ะครับ (สูงสุดต่อรอบคือ 10 รูป) แล้วก็ไปคลิ๊กเลือกตรงช่อง "I hereby warrant that the photos / illustrations that I am submitting to be sold under Commercial Royalty Free license..." เพื่อยินยอมการส่งรูปไปขายในเงื่อนไขที่เว็บ 123RF กำหนด

สำหรับอีกช่องด้านล่างสุดคือ "If my submissions are unfit for RF, I agree to allow them to be accepted into the Editorial Section provided they are deemed to be newsworthy." ช่องนี้จะคลิ๊กเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ครับ เท่าที่ผมอ่านแล้วเข้าใจเองน่ะ ประมาณว่าถ้าท่านคลิ๊กเลือกในหัวข้อด่านล่างอันนี้แล้ว จะเป็นการยินยอมว่าถ้ารูปภาพของเราไม่ผ่านการพิจารณา ทางเว็บ 123RF ก็จะนำภาพเราไปไว้ในส่วน Editorial แทน โดยบางเว็บกรณีนี้รูปของเรามีแสดงให้เห็นออนไลน์ก็จริง แต่เป็นภาพแนวแจกฟรีครับ เราก็ไม่มีรายได้ใดๆ จากรูปนั้น แต่ที่ 123RF นี้ผมไม่แน่ใจว่านำรูปไปแจกฟรีหรือเปล่า แต่จะเหมาะสำหรับการแนะนำตัวช่างภาพอีกแบบหนึ่งครับ ถึงแจกฟรี อย่างน้อยๆ ลูกค้าประเภทชอบของฟรีก็จะรู้จักผลงานของเรามากขึ้น และอาจติดใจผลงานกลับมาซื้อของไม่ฟรีของเราก็เป็นไปได้ (แต่ผมไม่คลิ๊กเลือกน่ะ 555+)

รูปที่ 14 - หน้า Upload Results

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็กด "Upload!" ได้เลยครับ แล้วก็นั่งรอไฟล์อัพโหลดในหน้านี้ไปอีกพักใหญ่ (ยิ่งเลือกส่ง 10 รูปก็ยิ่งรอนาน ^^) และเมื่ออัพโหลดเสร็จก็จะเข้าสู่หน้า "Upload Results" (รูปที่ 14) ซึ่งจะแสดงรูปภาพที่เราอัพโหลดขึ้นไปให้เห็น ถ้ารูปไหนไม่ผ่านเกณฑ์ทางเว็บก็จะแจ้งชื่อไฟล์ที่ error ให้ทราบ แต่ถ้ารูปไหนผ่าน หน้านี้ก็จะเป็นขั้นตอนการกรอกรายละเอียดของรูป ถ้าท่านใดยังไม่ได้ฝังรายละเอียดไว้ก่อน ขั้นตอนนี้ก็ต้องมีงานหนักรออยู่ครับ แต่ถ้าฝังข้อมูลลงในรูปมาแล้ว ก็สบายเลยครับ ก็แค่กด "Save" ผ่านขั้นตอนนี้ไปเลย


รูปที่ 15 - หน้า Uploaded Images

จากรูปที่ 15 เป็นหน้าสรุปรูปที่ถูกอัพโหลดไปแล้วประจำวัน โดยรูปที่รอการอนุมัติก็จะขึ้นสถานะว่า "Pending" แต่ถ้ารูปไหนไม่ผ่านการพิจารณา ก็จะแสดงคำว่า "Rejected" แล้วถ้ารูปไหนผ่านก็จะแสดงว่า "Accepted" ซึ่งรอซักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน รูปที่อนุมัติแล้วถึงจะไปแสดงใน Portfolio ของเรา การไปดู Portfolio สามารถคลิ๊กดูได้ผ่านลิงค์ด้านล่างสุดของหน้าเว้บที่ชื่อ "Profile & Portfolio" ดูตัวอย่าง Portfolio ของผมดังรูป 16

รูปที่ 16 - หน้า Portfolio ของผม (foto76)

เว็บ 123RF ยังมีอีกหลายส่วนน่ะครับผมขออธิบายในโอกาสหน้าน่ะครับ สำหรับการแนะนำการสมัครขายรูปเบื้องต้นที่เว็บ 123RF ในสองตอนที่ผ่านมา คงพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ช่างภาพที่อยากทดลองส่งรูปขายออนไลน์ไม่มากก็น้อยน่ะครับ ^^

*** ติดตามอ่านต่อ Part 3